โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของประชาชนจากการสัมผัสสารเคมี ปีงบประมาณ 2569
โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของประชาชนจากการสัมผัสสารเคมี ปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของประชาชนจากการสัมผัสสารเคมี ปีงบประมาณ 2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-50105-02-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านหัวถนน | |
| วันที่อนุมัติ | 4 กุมภาพันธ์ 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2569 - 31 สิงหาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 23,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางอุไร สงนุ้ย | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
- จำนวนของประชาชน (คน) ที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด ขนาด 22.00
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบูท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และประชาชนส่วนใหญ่การรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม รับประทานแกงถุงผักผลไม้ โดยไม่ล้างให้สะอาดเพียงพอ การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ยังมีการสัมผัสสารเคมีโดยไม่รู้ตัว เช่นการล้างห้องน้ำโดยใช้น้ำยาล้างห้องน้ำและขณะล้างห้องน้ำไม่ป้องกันตนเอง เช่นสวมถุงมือ สวมหน้ากากอนามัย และการใช้น้ำยาย้อมผม ก็ยังเป็นช่องทางหนึ่งจากการสัมผัสสารเคมี ดังนั้นทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นซึ่งจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้นซึ่งประชาชน ในหมู่ที่ 1,2,4,5,6,9,10,11 และ 13 ตำบลชะมวง ส่วนใหญ่ยังมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีและจากข้อมูลการเข้าร่วมโครงการของประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมี ในปี 2568 พบว่าปริมาณของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการในการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือด จำนวน 90 คน พบว่า ปลอดภัย จำนวน 81 คนระดับเสี่ยง จำนวน 9 คน จากการเจาะเลือดหาสารเคมีครั้งที่ 1 และได้นำกลุ่มเป้าหมายที่มีระดับเสี่ยง จำนวน 9 คน ทำการเจาะเลือดหาสารเคมีครั้งที่ 2 เว้นระยะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มา 1 เดือน พบว่า มีระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือด ปลอดภัย จำนวน 7 คน ( ปลอดภัยเพิ่มขึ้น 77.78 % )มีระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือด เสี่ยง จำนวน 2 คน ( ยังมีภาวะเสี่ยง อีก22.22 %) ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่า ประชาชนในหมู่ที่ 1,2,4,5,6,9,10,11 และ 13 ตำบลชะมวง ยังคงมีการสัมผัสสารเคมีอยู่ ประชาชนยังขาดความรู้ ขาดความตระหนักในการป้องการตนเองจากการสัมผัสสารเคมี ซึ่งทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นชมรมอสม.รพ.สต.บ้านหัวถนน จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพของประชาชน ในหมู่ที่ 1,2,4,5,6,9,10,11 และ 13 ตำบลชะมวง จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของประชาชนจากการสัมผัสสารเคมี ปี 2569 ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
- เพื่อลดปัญหาของประชาชน ที่มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดในระดับอันตราย
- กิจกรรมที่ 2 ส่งเสริมการปลูกผักกินเองในครัวเรือน
- กิจกรรมที่ 4 ติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ในการกินผักที่ปลูกไว้กินเอง
- กิจกรรมที่ 5 จ่ายยารางจืดลดสารเคมีในเลือด แก่กลุ่มเป้าหมาย ที่เจาะเลือดหารสารเคมีในเลือด ครั้งที่ 2 แล้วยังมีผลไม่ปลอดภัยหรือผลการตรวจยังมีความเสี่ยง
- กิจกรรมที่ 1 คัดกรอง เฝ้าระวังการสัมผัสสารเคมีตกค้างในเลือดและการให้ความรู้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง
- กิจกรรมที่ 3 ตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่ 2 เฉพาะที่ผลการเจาะครั้งที่ 1 พบว่ามีความเสี่ยง หรือไม่ปลอดภัย
- ประชาชนผู้ที่มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย ลดลง ร้อยละ 5
- ประชาชนมีความรู่ในการป้องกันการสัมผัสสารเคมี มีทักษะและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเกิดโรคจากสารเคมี