โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของประชาชนจากการสัมผัสสารเคมี ปีงบประมาณ 2569
-
นางอุไร สงนุ้ย
-
นางปาริชาต อ่อนประเสริฐ
-
นางโสภัคดี ณ พัทลุง
-
นางสาวยุวดี เกื้อรุ่ง
-
นางจำเรียง แก้วมาก
-
จำนวนของประชาชน (คน) ที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด22.00
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบูท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และประชาชนส่วนใหญ่การรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม รับประทานแกงถุงผักผลไม้ โดยไม่ล้างให้สะอาดเพียงพอ การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ยังมีการสัมผัสสารเคมีโดยไม่รู้ตัว เช่นการล้างห้องน้ำโดยใช้น้ำยาล้างห้องน้ำและขณะล้างห้องน้ำไม่ป้องกันตนเอง เช่นสวมถุงมือ สวมหน้ากากอนามัย และการใช้น้ำยาย้อมผม ก็ยังเป็นช่องทางหนึ่งจากการสัมผัสสารเคมี ดังนั้นทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นซึ่งจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้นซึ่งประชาชน ในหมู่ที่ 1,2,4,5,6,9,10,11 และ 13 ตำบลชะมวง ส่วนใหญ่ยังมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีและจากข้อมูลการเข้าร่วมโครงการของประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมี ในปี 2568 พบว่าปริมาณของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการในการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือด จำนวน 90 คน พบว่า ปลอดภัย จำนวน 81 คนระดับเสี่ยง จำนวน 9 คน จากการเจาะเลือดหาสารเคมีครั้งที่ 1 และได้นำกลุ่มเป้าหมายที่มีระดับเสี่ยง จำนวน 9 คน ทำการเจาะเลือดหาสารเคมีครั้งที่ 2 เว้นระยะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มา 1 เดือน พบว่า มีระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือด ปลอดภัย จำนวน 7 คน ( ปลอดภัยเพิ่มขึ้น 77.78 % )มีระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือด เสี่ยง จำนวน 2 คน ( ยังมีภาวะเสี่ยง อีก22.22 %) ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่า ประชาชนในหมู่ที่ 1,2,4,5,6,9,10,11 และ 13 ตำบลชะมวง ยังคงมีการสัมผัสสารเคมีอยู่ ประชาชนยังขาดความรู้ ขาดความตระหนักในการป้องการตนเองจากการสัมผัสสารเคมี ซึ่งทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นชมรมอสม.รพ.สต.บ้านหัวถนน จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพของประชาชน ในหมู่ที่ 1,2,4,5,6,9,10,11 และ 13 ตำบลชะมวง จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของประชาชนจากการสัมผัสสารเคมี ปี 2569 ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
-
เพื่อลดปัญหาของประชาชน ที่มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดในระดับอันตราย17.00
จำนวนของประชาชน ที่มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย ลดลง ร้อยละ 5
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง90
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 คัดกรอง เฝ้าระวังการสัมผัสสารเคมีตกค้างในเลือดและการให้ความรู้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง
กิจกรรม คัดกรอง เฝ้าระวังการสัมผัสสารเคมีตกค้างในเลือดและการให้ความรู้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
เก็บข้อมูลภาวะสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงาน รับสมัครกลุ่มเป้าหมายในการตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่ 1 ให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากสารเคมี
- ค่าจัดทำป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 1.50 X 2.00 เมตรจำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าจ้างเหมาเจาะเลือดหาสารเคมี จำนวน 90 คน คนละ 50 บาท เจาะตรวจ ครั้งที่ 1 เป็นเงิน 4,500บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 คน จำนวน 2 มื้อๆละ 25 บาทเป็นเงิน 4,500 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 90 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 6,300 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรชั่วโมงละ 600 บาทจำนวน 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท4 พฤษภาคม 2569 ถึง 4 พฤษภาคม 2569ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ได้รับการเจาะเลือดครั้งที่ 1 และเข้าร่วมรับการอบรมความรู้ในการป้องกันตนเองจากสารเคมีจำนวน 90 คน/ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่สมัครเข้าร่วมโครงการ มีความรู้ในการป้องกันตนเองจากสารเคมี ร้อยละ 100
19400.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 ส่งเสริมการปลูกผักกินเองในครัวเรือน
ชื่อกิจกรรม
ส่งเสริมการปลูกผักกินเองในครัวเรือน
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
ส่งเสริมให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีการปลูกผักไว้กินเองที่บ้านโดยมีการติดตามไปเยียมบ้านของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ / ไม่ใช้งบประมาณ
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่สมัครเข้าร่วมโครงการ มีการปลูกผักไว้กินเองที่บ้าน ร้อยละ70 / ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่สมัครเข้าร่วมโครงการ มีความรู้ในการปลูกผักกินเองที่บ้าน ร้อยละ 100
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 ตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่ 2 เฉพาะที่ผลการเจาะครั้งที่ 1 พบว่ามีความเสี่ยง หรือไม่ปลอดภัย
ชื่อกิจกรรม
ตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่ 2 เฉพาะที่ผลการเจาะครั้งที่ 1 พบว่ามีความเสี่ยง หรือไม่ปลอดภัย
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
เจาะเลือดตรวจหาระดับปริมาณสารเคมี ครั้งที่2ในประชาชนที่เข้าร่วมโครงการและได้รับการเจาะเลือดตรวจหาระดับปริมาณสารเคมี ครั้งที่ 1 แล้วพบว่า มีความเสี่ยง หรือไม่ปลอดภัย/ ค่าจ้างเหมาเจาะเลือดหาสารเคมีจำนวน 90 คน คนละ 50 บาท (เจาะตรวจ ครั้งที่ 2) เป็นเงิน4,500บาท
20 กรกฎาคม 2569 ถึง 20 กรกฎาคม 2569ประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากการเจาะครั้งที่ 1 แล้วพบว่ามีความเสี่ยง หรือไม่ปลอดภัย ได้รับการเจาะเลือดตรวจฯ ครั้งที่ 2 ร้อยละ 100
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากการเจาะครั้งที่ 1 แล้วพบว่ามีความเสี่ยง หรือไม่ปลอดภัย ได้รับการเจาะเลือดตรวจฯ ครั้งที่ 2 มีระดับความปลอดภัย ร้อยละ 50
4500.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ในการกินผักที่ปลูกไว้กินเอง
ชื่อกิจกรรม
ติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ในการกินผักที่ปลูกไว้กินเอง
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
ติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ในการกินผักที่ปลูกไว้กินเอง
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมาย กินผักที่ปลูกไว้กินเองที่บ้าน
ร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมายที่กินผักที่ปลูกเองที่บ้าน ปลอดภัยจากสารเคมี ในเลือด
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 5 จ่ายยารางจืดลดสารเคมีในเลือด แก่กลุ่มเป้าหมาย ที่เจาะเลือดหารสารเคมีในเลือด ครั้งที่ 2 แล้วยังมีผลไม่ปลอดภัยหรือผลการตรวจยังมีความเสี่ยง
ชื่อกิจกรรม จ่ายยารางจืดลดสารเคมีในเลือด แก่กลุ่มเป้าหมาย ที่เจาะเลือดหารสารเคมีในเลือด ครั้งที่ 2 แล้วยังมีผลไม่ปลอดภัยหรือผลการตรวจยังมีความเสี่ยง
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
จ่ายยาชงรางจืดลดสารเคมีในเลือด ตามเกณฑ์การกินยาชงรางจืด(ยาชงรางจืด ครั้งละ 1 ซองชา ชงน้ำอุ่นดื่ม วันละ 3-4 แก้วชา สัปดาห์ละ 5 วัน ต่อเนื่อง 1 เดือน)แก่กลุ่มเป้าหมาย ที่เจาะเลือดหารสารเคมีในเลือด ครั้งที่ 2 แล้วยังมีผลไม่ปลอดภัยหรือผลการตรวจยังมีความเสี่ยง และเจาะเลือดตรวจหาสารเคมี ในเลือด หลังจากกินยาชงรางจืดไปแล้ว 1 เดือน / ไม่ใช้งบประมาณ1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย ที่เจาะเลือดหารสารเคมีในเลือด ครั้งที่ 2 แล้วยังมีผลไม่ปลอดภัยหรือผลการตรวจยังมีความเสี่ยง มารับยาชงรางจืด
ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย ที่เจาะเลือดหารสารเคมีในเลือด ครั้งที่ 2 แล้วยังมีผลไม่ปลอดภัยหรือผลการตรวจยังมีความเสี่ยง ได้กินยาชงรางจืด เป็นเวลา 1 เดือน
0.00 บาท
- ประชาชนผู้ที่มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย ลดลง ร้อยละ 5
- ประชาชนมีความรู่ในการป้องกันการสัมผัสสารเคมี มีทักษะและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเกิดโรคจากสารเคมี
