โครงการควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน-โรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านจันนาปีงบประมาณ 2569
โครงการควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน-โรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านจันนาปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน-โรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านจันนาปีงบประมาณ 2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-50105-01-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจันนา | |
| วันที่อนุมัติ | 4 กุมภาพันธ์ 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 10 พฤศจิกายน 2568 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 17,095.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางวรินทร์ทิพย์ คงพรม | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
- ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 45.00
- 2. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 42.25
- 3.ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (CVA) ขนาด 1.25
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเรื้อรังที่มีอัตราป่วยเพิ่มมากขึ้น และเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ นอกจากปัจจัยทางกรรมพันธุ์ที่ส่งเสริมการเกิดโรคแล้ว การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ทั้งด้านอาหาร โดยรับประทานอาหารรสเค็ม มัน หวาน ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสูงเรื้อรัง ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่เป็นประจำ นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคดังกล่าว ซึ่งร้อยละ 50ของผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่2 สามารถป้องกันได้ เบาหวานประเภท2 ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุมากแต่ในปัจจุบันจะพบมากขึ้นในคนอายุน้อยลง สำหรับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่โรคหลอดเลือดหัวใจโรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง ตาบอด ปลายประสาทเสื่อม เกิดแผลเรื้อรัง เป็นสาเหตุของการ ตัดเท้า ซึ่งนำมาความพิการและเสียชีวิตได้
จังหวัดพัทลุงมีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ3.95อำเภอควนขนุนมีอัตราตาย ร้อยละ 4.39 และ มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2566 – 2568ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 169.01 ,174.68, 181.45 ต่อแสนประชากร ตามลำดับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านจันนา ตำบลดอนทราย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ปี ๒๕68 ประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,294 คนได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงจำนวน 1,249 คน คิดเป็นร้อยละ 96.52 พบว่าประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรอง จำนวน 180 คน โดยประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองได้รับการเจาะโลหิตซ้ำ จำนวน 153 คน คิดเป็นร้อยละ 80.38 และไม่มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ จากกลุ่มเสี่ยงเบาหวานในส่วนดำเนินงานป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ในปี 2568ประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,114 คน ได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,033 คน คิดเป็นร้อยละ 92.73พบประชากรกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 100 คน ได้รับการวัดความดันที่บ้าน จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 98.00จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแม้ในแต่ละปี ประชากรกลุ่ม อายุ 35 ปี ขึ้นไป รวมทั้งผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานจะต้องได้รับการดูแลและการตรวจสุขภาพประจำปี ตามเกณฑ์มาตรฐาน ตามแนวทางการดำเงินที่กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำไว้เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามตัวชี้วัด (KPI) เพื่อตอบสนอง Service plan สาขาโรคไม่ติดต่อ (NCD,DM,HT,CVD)
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ตระหนักในการดูแลสุขภาพ เข้ารับการคัดกรองภาวะสุขภาพ รวมทั้งมีทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม จะสามารถดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน เพื่อลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงได้ ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และชะลอความรุนแรงของโรคได้ จึงได้จัดทำโครงการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนหรือผู้ป่วย การพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและจัดการโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรครายใหม่ และเพิ่มอัตราการควบคุมโรคได้ ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องต่อไปทุกปี
- 1เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน
- 2.เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35ปี ขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง
- 3.เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ2ส ในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จากการคัดกรอง
- 4.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย (SBP=120-130mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- 5.เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้าสู่ระบบรักษา
- 1.คัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยการวัดความดันและเจาะเลือดปลายนิ้วโดย อสม.และเจ้าหน้าที่
- 2.สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามหลัก 3 อ 2 ส
- 3.สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพกลุ่มป่วยเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน
- 5.ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
- 4.จัดกิจกรรมให้รู้และติดตามเยี่ยมเสริมพลังผู้ป่วยเบาหวานเข้าร่วมโครงการเบาหวานระยะสงบ
- 6. ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ( SBS=120-139mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- ประชาชนอายุ 35 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง > ร้อยละ 95
- กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตาม
- จำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าร่วมโครงการ DM Remission (เบาหวานระยะสงบ) ได้ >= ร้อยละ 10
- ป่วยเบาหวานรายใหม่ลดลงกว่าที่ผ่านมา ไม่เกินร้อยละ 5
- จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 5
- จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน/ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่มี CVD risk >30%ได้รับการปรับเปลี่ยน มีผลการประเมิน CVD risk
- จำนวนผู้ป่วยเบาหวานได้รับการตรวจค้นหาภาวะแทรกซ้อนทางเท้า ตาม และช่องปาก