กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน-โรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านจันนาปีงบประมาณ 2569

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ชะมวง
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน-โรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านจันนาปีงบประมาณ 2569
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจันนา
หมู่ที่่ 7 และหมู่ที่ 8 ตำบลชะมวง
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
  1. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
    45.00

     

  2. 2. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
    42.25

     

  3. 3.ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (CVA)
    1.25

     

โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเรื้อรังที่มีอัตราป่วยเพิ่มมากขึ้น และเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ นอกจากปัจจัยทางกรรมพันธุ์ที่ส่งเสริมการเกิดโรคแล้ว การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ทั้งด้านอาหาร โดยรับประทานอาหารรสเค็ม มัน หวาน ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสูงเรื้อรัง ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่เป็นประจำ นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคดังกล่าว ซึ่งร้อยละ 50ของผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่2 สามารถป้องกันได้ เบาหวานประเภท2 ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุมากแต่ในปัจจุบันจะพบมากขึ้นในคนอายุน้อยลง สำหรับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่โรคหลอดเลือดหัวใจโรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง ตาบอด ปลายประสาทเสื่อม เกิดแผลเรื้อรัง เป็นสาเหตุของการ ตัดเท้า ซึ่งนำมาความพิการและเสียชีวิตได้
จังหวัดพัทลุงมีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ3.95อำเภอควนขนุนมีอัตราตาย ร้อยละ 4.39 และ มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2566 – 2568ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 169.01 ,174.68, 181.45 ต่อแสนประชากร ตามลำดับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านจันนา ตำบลดอนทราย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ปี ๒๕68 ประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,294 คนได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงจำนวน 1,249 คน คิดเป็นร้อยละ 96.52 พบว่าประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรอง จำนวน 180 คน โดยประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองได้รับการเจาะโลหิตซ้ำ จำนวน 153 คน คิดเป็นร้อยละ 80.38 และไม่มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ จากกลุ่มเสี่ยงเบาหวานในส่วนดำเนินงานป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ในปี 2568ประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,114 คน ได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,033 คน คิดเป็นร้อยละ 92.73พบประชากรกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 100 คน ได้รับการวัดความดันที่บ้าน จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 98.00จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแม้ในแต่ละปี ประชากรกลุ่ม อายุ 35 ปี ขึ้นไป รวมทั้งผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานจะต้องได้รับการดูแลและการตรวจสุขภาพประจำปี ตามเกณฑ์มาตรฐาน ตามแนวทางการดำเงินที่กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำไว้เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามตัวชี้วัด (KPI) เพื่อตอบสนอง Service plan สาขาโรคไม่ติดต่อ (NCD,DM,HT,CVD) ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ตระหนักในการดูแลสุขภาพ เข้ารับการคัดกรองภาวะสุขภาพ รวมทั้งมีทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม จะสามารถดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน เพื่อลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงได้ ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และชะลอความรุนแรงของโรคได้ จึงได้จัดทำโครงการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนหรือผู้ป่วย การพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและจัดการโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรครายใหม่ และเพิ่มอัตราการควบคุมโรคได้ ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องต่อไปทุกปี

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. 1เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน
    95.00

    ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป ยังไม่เป็นโรคเบาหวานได้รับการคัดกรองร้อยลุะ 95

  2. 2.เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35ปี ขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง
    95.00

    ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95

  3. 3.เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ2ส ในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จากการคัดกรอง
    0.00

    กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเข้าร่วมรับการอบรม ร้อยละ 90

  4. 4.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย (SBP=120-130mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
    90.00

    กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่่บ้าน ร้อยละ 90

  5. 5.เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้าสู่ระบบรักษา
    100.00

    กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้าสู่ระบบรักษา

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
  1. กลุ่มวัยทำงาน
    50
  2. กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
    48
  3. กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
    430

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
10 พฤศจิกายน 2568 30 กันยายน 2569
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
  1. 1.คัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยการวัดความดันและเจาะเลือดปลายนิ้วโดย อสม.และเจ้าหน้าที่

    1.ค่าแถบตรวจวัดระดับน้ำตาล (Instant) พร้อมเข็มเจาะจำนวน 5 กล่องๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
    2.ค่าถ่ายเอกสารคัดกรอง กลุ่มอายุ 35-59 ปี 480 ชุด จำนวน 3 หน้า 1440 แผ่นๆละ 0.50 สตางค์ เป็นเงิน 720บาท
    3. แอลกอฮอล์บอลสำเร็จรูป จำนวน 300 แผงๆละ 12 บาท เป็นเงิน3,600 บาท

    1 มกราคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2569

    ผลผลิต กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95

    ผลลัพธ์ ประชาชนได้รับข้อมูลสุขภาพตนเอง

    9320.00 บาท
  2. 2.สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามหลัก 3 อ 2 ส

    1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้ที่เกี่ยวข้อง ,วิทยากร จำนวน 5 คน ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 50 คน รวมเป็น 55 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1375บาท
    2. ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1800บาท

    2 มกราคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569

    ผลผลิต กลุ่มเสี่ยง/กลุ่่มสงสัยป่วย เข้าร่วมกิจกรรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ มากกว่าร้อยละ 90

    ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นกลุ่มปกติได้ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20

    3175.00 บาท
  3. 3.สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพกลุ่มป่วยเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน

    1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้ที่เกี่ยวข้อง ,วิทยากร จำนวน 4 คน ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 50 คน รวมเป็น 54 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1350บาท
    2. ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1800บาท
    3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่/ผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 8 คน และผู้ป่วยเบาหวานตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน จำนวน 50 คน รวมเป็น 58 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1450บาท

    2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569

    ผลผลิต กลุ่มป่วยเข้าร่วมกิจกรรสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ มากกว่าร้อยละ 90

    ผลลัพธ์ กลุ่มป่วยได้รับความรู้ในการดุแลป้องกันภาวะแทรกซ้อน ตามมาตรฐาน เพิ่มร้อยละ 10

    4600.00 บาท
  4. 4.จัดกิจกรรมให้รู้และติดตามเยี่ยมเสริมพลังผู้ป่วยเบาหวานเข้าร่วมโครงการเบาหวานระยะสงบ

    ไม่ใช้งบประมาณ

    1 เมษายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569

    ผลผลิต กลุ่มป่วยที่เข้าโครงการเบาหวานระยะสงบได้รับการติดตามเยี่ยมเสริมพลัง มากกว่าร้อยละ 90

    ผลลัพธ์ อัตราผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าสู่ระยะสงบได้ >= ร้อยละ 10

    0.00 บาท
  5. 5.ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน

    ไม่ใช้งบประมาณ

    1 มีนาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569

    กลุ่มเสี่ยงและกล่มสงสัยป่วยเบาหวานรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองเพิ่มขึ้น ร้อยละ 90

    0.00 บาท
  6. 6. ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ( SBS=120-139mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

    ไม่ใช้งบประมาณ

    1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569

    ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ < ร้อยละ 2.50

    0.00 บาท

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. งบประมาณโครงการ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
  1. ประชาชนอายุ 35 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง > ร้อยละ 95
    1. กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตาม
    2. จำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าร่วมโครงการ DM Remission (เบาหวานระยะสงบ) ได้ >= ร้อยละ 10
    3. ป่วยเบาหวานรายใหม่ลดลงกว่าที่ผ่านมา ไม่เกินร้อยละ 5
    4. จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 5
    5. จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน/ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่มี CVD risk >30%ได้รับการปรับเปลี่ยน มีผลการประเมิน CVD risk
    6. จำนวนผู้ป่วยเบาหวานได้รับการตรวจค้นหาภาวะแทรกซ้อนทางเท้า ตาม และช่องปาก
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
1
2
3
4
5
กองทุนตำบลชะมวงโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 14:16 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 19 ก.พ. 2569 14:18 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5