โครงการควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน-โรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านจันนาปีงบประมาณ 2569
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง45.00
-
2. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน42.25
-
3.ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (CVA)1.25
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเรื้อรังที่มีอัตราป่วยเพิ่มมากขึ้น และเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ นอกจากปัจจัยทางกรรมพันธุ์ที่ส่งเสริมการเกิดโรคแล้ว การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ทั้งด้านอาหาร โดยรับประทานอาหารรสเค็ม มัน หวาน ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสูงเรื้อรัง ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่เป็นประจำ นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคดังกล่าว ซึ่งร้อยละ 50ของผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่2 สามารถป้องกันได้ เบาหวานประเภท2 ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุมากแต่ในปัจจุบันจะพบมากขึ้นในคนอายุน้อยลง สำหรับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่โรคหลอดเลือดหัวใจโรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง ตาบอด ปลายประสาทเสื่อม เกิดแผลเรื้อรัง เป็นสาเหตุของการ ตัดเท้า ซึ่งนำมาความพิการและเสียชีวิตได้
จังหวัดพัทลุงมีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ3.95อำเภอควนขนุนมีอัตราตาย ร้อยละ 4.39 และ มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2566 – 2568ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 169.01 ,174.68, 181.45 ต่อแสนประชากร ตามลำดับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านจันนา ตำบลดอนทราย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ปี ๒๕68 ประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,294 คนได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงจำนวน 1,249 คน คิดเป็นร้อยละ 96.52 พบว่าประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรอง จำนวน 180 คน โดยประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองได้รับการเจาะโลหิตซ้ำ จำนวน 153 คน คิดเป็นร้อยละ 80.38 และไม่มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ จากกลุ่มเสี่ยงเบาหวานในส่วนดำเนินงานป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ในปี 2568ประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,114 คน ได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,033 คน คิดเป็นร้อยละ 92.73พบประชากรกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 100 คน ได้รับการวัดความดันที่บ้าน จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 98.00จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแม้ในแต่ละปี ประชากรกลุ่ม อายุ 35 ปี ขึ้นไป รวมทั้งผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานจะต้องได้รับการดูแลและการตรวจสุขภาพประจำปี ตามเกณฑ์มาตรฐาน ตามแนวทางการดำเงินที่กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำไว้เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามตัวชี้วัด (KPI) เพื่อตอบสนอง Service plan สาขาโรคไม่ติดต่อ (NCD,DM,HT,CVD)
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ตระหนักในการดูแลสุขภาพ เข้ารับการคัดกรองภาวะสุขภาพ รวมทั้งมีทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม จะสามารถดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน เพื่อลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงได้ ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และชะลอความรุนแรงของโรคได้ จึงได้จัดทำโครงการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนหรือผู้ป่วย การพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและจัดการโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรครายใหม่ และเพิ่มอัตราการควบคุมโรคได้ ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องต่อไปทุกปี
-
1เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน95.00
ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป ยังไม่เป็นโรคเบาหวานได้รับการคัดกรองร้อยลุะ 95
-
2.เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35ปี ขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง95.00
ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95
-
3.เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ2ส ในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จากการคัดกรอง0.00
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเข้าร่วมรับการอบรม ร้อยละ 90
-
4.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย (SBP=120-130mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม90.00
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่่บ้าน ร้อยละ 90
-
5.เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้าสู่ระบบรักษา100.00
กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้าสู่ระบบรักษา
-
กลุ่มวัยทำงาน50
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง48
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง430
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.คัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยการวัดความดันและเจาะเลือดปลายนิ้วโดย อสม.และเจ้าหน้าที่
1.ค่าแถบตรวจวัดระดับน้ำตาล (Instant) พร้อมเข็มเจาะจำนวน 5 กล่องๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
2.ค่าถ่ายเอกสารคัดกรอง กลุ่มอายุ 35-59 ปี 480 ชุด จำนวน 3 หน้า 1440 แผ่นๆละ 0.50 สตางค์ เป็นเงิน 720บาท
3. แอลกอฮอล์บอลสำเร็จรูป จำนวน 300 แผงๆละ 12 บาท เป็นเงิน3,600 บาท1 มกราคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2569ผลผลิต กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95
ผลลัพธ์ ประชาชนได้รับข้อมูลสุขภาพตนเอง
9320.00 บาท -
2.สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามหลัก 3 อ 2 ส
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้ที่เกี่ยวข้อง ,วิทยากร จำนวน 5 คน ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 50 คน รวมเป็น 55 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1375บาท
2. ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1800บาท2 มกราคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต กลุ่มเสี่ยง/กลุ่่มสงสัยป่วย เข้าร่วมกิจกรรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ มากกว่าร้อยละ 90
ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นกลุ่มปกติได้ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20
3175.00 บาท -
3.สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพกลุ่มป่วยเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้ที่เกี่ยวข้อง ,วิทยากร จำนวน 4 คน ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 50 คน รวมเป็น 54 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1350บาท
2. ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1800บาท
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่/ผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 8 คน และผู้ป่วยเบาหวานตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน จำนวน 50 คน รวมเป็น 58 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1450บาท2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต กลุ่มป่วยเข้าร่วมกิจกรรสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ มากกว่าร้อยละ 90
ผลลัพธ์ กลุ่มป่วยได้รับความรู้ในการดุแลป้องกันภาวะแทรกซ้อน ตามมาตรฐาน เพิ่มร้อยละ 10
4600.00 บาท -
4.จัดกิจกรรมให้รู้และติดตามเยี่ยมเสริมพลังผู้ป่วยเบาหวานเข้าร่วมโครงการเบาหวานระยะสงบ
ไม่ใช้งบประมาณ
1 เมษายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต กลุ่มป่วยที่เข้าโครงการเบาหวานระยะสงบได้รับการติดตามเยี่ยมเสริมพลัง มากกว่าร้อยละ 90
ผลลัพธ์ อัตราผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าสู่ระยะสงบได้ >= ร้อยละ 10
0.00 บาท -
5.ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
ไม่ใช้งบประมาณ
1 มีนาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569กลุ่มเสี่ยงและกล่มสงสัยป่วยเบาหวานรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองเพิ่มขึ้น ร้อยละ 90
0.00 บาท -
6. ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ( SBS=120-139mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ไม่ใช้งบประมาณ
1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ < ร้อยละ 2.50
0.00 บาท
- ประชาชนอายุ 35 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง > ร้อยละ 95
- กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตาม
- จำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าร่วมโครงการ DM Remission (เบาหวานระยะสงบ) ได้ >= ร้อยละ 10
- ป่วยเบาหวานรายใหม่ลดลงกว่าที่ผ่านมา ไม่เกินร้อยละ 5
- จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 5
- จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน/ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่มี CVD risk >30%ได้รับการปรับเปลี่ยน มีผลการประเมิน CVD risk
- จำนวนผู้ป่วยเบาหวานได้รับการตรวจค้นหาภาวะแทรกซ้อนทางเท้า ตาม และช่องปาก
