โครงการส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวมของผู้สูงอายุภายใต้โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลบ้านนา ประจำปีงบประมาณ 2569
โครงการส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวมของผู้สูงอายุภายใต้โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลบ้านนา ประจำปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวมของผู้สูงอายุภายใต้โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลบ้านนา ประจำปีงบประมาณ 2569 | |
| รหัสโครงการ | L3363-2569-3001 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลบ้านนา | |
| วันที่อนุมัติ | 23 ธันวาคม 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ธันวาคม 2568 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 110,280.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายประพันธ์ สังข์ติ้น | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลบ้านนา อาคารอเนกประสงค์(เฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษา) ม.3 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง |
- ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 60.00
- ร้อยละของผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ขนาด 50.00
- ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีการบริโภคอาหาร ผัก ผลไม้ปลอดภัย เพื่อสุขภาพอย่างเพียงพอ ขนาด 50.00
- ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก ขนาด 50.00
การเปลี่ยนแปลงของประชากรในประเทศไทยเนื่องมาจากการพัฒนาทางการแพทย์และสาธารณสุขส่งผลให้อัตราการเกิดและอัตราการตายลดลง ส่งผลให้จำนวนสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสู่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “สังคมผู้สูงอายุ” ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก World Health Organization (WHO) มีการคาดการณ์ว่าจำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 3 ต่อปี โดยในปี พ.ศ. 2573 คาดว่าจะมีจำนวนประชากรสูงอายุมากถึงประมาณ 1.4 พันล้านคนและจะเพิ่มขึ้นถึง 2 พันล้านคนในปี พ.ศ. 2593 และนอกจากนี้ยังมีผู้สูงวัยที่มีอายุระหว่าง 55 -59 ปีเป็นวัยที่ต้องเตรียมต้วเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวัยที่ต้องดูแลสุขภาพแบบองค์รวม คือการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ทั้ง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ เพื่อให้เกิดความสมดุลและมีความสุข จากข้อมูลการสำรวจตำบลบ้านนาในปี 2568(ข้อมูล ณ วันที่16 ตุลาคม 2568 )มีผู้สูงอายุ ที่อายุ 55 ปีขึ้นไป จำนวน 2,340คนเป็นผู้ชาย 1,036 คน เป็นผู้หญิง1,304 คนอัตราจำนวนผู้สูงอายุที่สูงขึ้นทุกๆปีทำให้สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ซึ่งแต่ละปีจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการพัฒนาทางด้านการแพทย์ทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาว แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากความเสื่อมถอยของร่างกาย บางคนป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ หรือได้รับอุบัติเหตุหกล้มมีความพิการกลายเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพา พึ่งพิงติดบ้านติดเตียงช่วยเหลือตัวเองได้น้อย หรือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ต้องมีผู้คอยดูแลตลอดเวลา บางรายอยู่เพียงลำพังลูกหลานไปทำงานต่างจังหวัด ไม่มีผู้ดูแลช่วยเหลือก่อให้เกิดปัญหาตามมาหลายด้านทั้งร่างกาย และจิตใจปัญหาสำคัญที่ผู้สูงอายุประสบคือ ปัญหาสุขภาพ 2 ใน 3 มีสุขภาพปานกลางถึงไม่ดีโรคที่พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ คือ ปวดหลัง ปวดเอว ไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นต้น สาเหตุของปัญหา เกิดจากการเปลี่ยนของสภาพร่างกายเสื่อมถอยลง เช่นด้านร่างกาย ระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ต่อมผลิตฮอร์โมนต่างๆ เสื่อมไป อาหารและโภชนาการก่อเกิดโรคหลายอย่างตามมา ด้านจิตใจและอารมณ์ เปลี่ยนแปลงไปเป็นผลมาจากการเสื่อมของสภาพร่างกายตามอายุ และสภาพแวดล้อมรอบตัว ด้านสังคม บทบาทในสังคมถูกจำกัดให้ลดลง ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองไม่ค่อยมีคุณค่าทางสังคม ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวไม่ได้พบปะกับกลุ่มเพื่อน เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลบ้านนาได้ตระหนักถึงความสำคัญของผู้สูงอายุและผู้สูงวัยที่มีอายุระหว่าง 55 -59 ปี จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวมของผู้สูงอายุภายใต้โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลบ้านนา ขึ้น
- เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ
- เพื่อลด จำนวนผู้สูงอายุที่ติดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม
- เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีการบริโภคอาหารปลอดภัยและเพียงพอ
- เพื่อลดผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก
- ประชุมคณะทำงานและคณะกรรมการศูนย์ฯ (กลไกขับเคลื่อน)
- ประชุมสร้างความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและประเมินกลุ่มเป้าหมายก่อนเข้าร่วมกิจกรรม
- ส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- ถอดบทเรียนและประเมินกลุ่มเป้าหมายหลังร่วมกิจกรรม
- ประชุมคณะทำงานสรุปและประเมินผล
- ผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอทีสุขภาพที่ดีขึ้น 2.ผู้สูงอายุมีภาวะเครียดน้อยลง มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
- ผู้สูงอายุมีการบริโภคอาหารตามโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม ได้
- ผู้สูงอายุได้พบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน รู้จักเข้าสังคมมากขึ้น ลดภาวะผู้สูงอายุติดบ้าน