กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. ประชุมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนโครงการขยับกาย 7 ก.พ. 2569 17 พ.ค. 2569

ชี้แจงกิจกรรมที่จะดำเนินการตามโครงการมีการกำหนดระยะเวลาการกิจกรรมต่างๆแบ่งงาน โดยมีผู้ร่วมประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชมรม อสม.ผู้นำชุมชนและจนท.รพสต. ร่วมการประชุม และประธานชมรมเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสมัครเข้าร่วมโครงการและแจ้งระยะเวลาการดำเนินงานตามที่กำหนด โดยมีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 60 คน
ค่าใช้จ่าย
- ค่าไวนิล 1x3 จำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 300 บาท

รายละเอียดขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงาน กิจกรรมประชุมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน โครงการขยับกาย

1.เตรียมการดำเนินงาน

1.1 ประชุมคณะทำงานเพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินงาน วางแผนกิจกรรม และมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ

1.2 ประสานงานกับผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1.3 จัดเตรียมสถานที่ เอกสารประกอบการประชุม สื่อประชาสัมพันธ์ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรม

1.4 ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม

2.ดำเนินการประชุมสร้างความเข้าใจ

2.1 ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมประชุมและชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ

2.2 บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการมีกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และประโยชน์ของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย

2.3 นำเสนอแนวทางการดำเนินโครงการ กิจกรรมที่กำหนด และบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วม

2.4 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ ปัญหา และอุปสรรคในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในชุมชนร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

3.สาธิตและฝึกปฏิบัติ

3.1 สาธิตท่าบริหารร่างกายและกิจกรรมทางกายที่สามารถปฏิบัติได้ง่ายในชีวิตประจำวัน

3.2 ให้ผู้เข้าร่วมฝึกปฏิบัติร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นใจในการนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้องและปลอดภัย

4.จัดทำแผนการดำเนินงานร่วมกัน

4.1 กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการจัดกิจกรรมขยับกายในชุมชน

4.2 คัดเลือกแกนนำหรือผู้รับผิดชอบในการประสานงานและติดตามการดำเนินกิจกรรม

4.3 จัดทำข้อตกลงร่วมกันในการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่อง

4.4 ติดตามและประเมินผล

4.5 ประเมินผลความรู้ ความพึงพอใจ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านกิจกรรมทางกาย

4.6 สรุปผลการดำเนินงาน พร้อมจัดทำรายงานเสนอผู้เกี่ยวข้องและใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนากิจกรรมในครั้งต่อไป

ระยะเวลาดำเนินกิจกรรม: 3 เดือน (ประมาณ 1-2 ชั่วโมง)

สถานที่ดำเนินกิจกรรม: ศาลาประชาคมหมู่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านนามะพร้าว

-

1.1 ประชาชนและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมสร้างความเข้าใจตามเป้าหมาย จำนวน 20 คน คิดเป็น ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย

1.2 ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เกี่ยวกับการมีกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และแนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย ร้อยละ 100

1.3 ได้แผนการดำเนินกิจกรรม "ขยับกาย" ของชุมชน จำนวน 1 แผน พร้อมกำหนดวัน เวลา สถานที่ และผู้รับผิดชอบ

1.4 ได้แกนนำและภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายในชุมชน อย่างน้อย 5 คน

1.5 มีการจัดทำรายงานการประชุม พร้อมข้อเสนอแนะและมติที่ประชุม จำนวน 1 ฉบับ

1.6 ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น โดยมีคะแนนหลังการประชุมสูงกว่าก่อนการประชุม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

1.7 ผู้เข้าร่วม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความตั้งใจและสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน

1.8 ชุมชนมีการจัดกิจกรรม "ขยับกาย" อย่างต่อเนื่องตามแผนที่กำหนด อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

1.9 เกิดความร่วมมือระหว่างประชาชน ผู้นำชุมชน อสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการสร้างเสริมสุขภาพ

1.20 ประชาชนมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

-

2. อบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพทางกายและการออกกำลังกายที่ถูกต้องในการขยับกายตามกลุ่มวัย 21 ก.พ. 2569 26 ก.ค. 2569

อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายและการออกกำลังกายที่ถูกต้องตามกลุ่มวัย โดยพื้นที่หอประชุมประจำหมู่บ้านหมู่ 6 บ้านนามะพร้าว
ค่าใช้จ่าย
-ค่าวิทยากร ชม.ละ 600 บาท x 2 ชั่วโมง เป็นเงิน 1200 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คน x 20 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 1200 บาท
-สมุดบันทึกการดูแลสุขภาพกายและการออกกำลังกายที่ถูกต้องตามกลุ่มวัย 60 ชุด ชุดละ 10 บาท เป็นเงิน 600 บาท

กิจกรรม / กระบวนการดำเนินงาน 08.30 – 09.00 น.ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมอบรม พร้อมรับเอกสาร

09.00 – 09.15 น. พิธีเปิดโครงการ กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินกิจกรรม และแนะนำวิทยากร

09.15 – 10.00 น. บรรยายเรื่อง หลักการออกกำลังกายด้วยการรำที่ถูกต้อง ความถี่ ระยะเวลา ความหนักของการออกกำลังกาย และข้อควรระวัง

10.00 – 10.15 น.พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม

10.15 – 11.00 น.ฝึกปฏิบัติการออกกำลังกายด้วยการรำและการเข้าใจดนตรีกลองยาวที่เหมาะสม

11.00 – 12.00 น.แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถาม พร้อมให้คำแนะนำ

12.00 – 13.00 น.สรุปผลการอบรม มอบเอกสาร/คู่มือการออกกำลังกาย กล่าวปิดโครงการ และถ่ายภาพร่วมกัน

-

กิจกรรม: การรำกลองยาวประกอบทำนองดนตรีเพื่อส่งเสริมสุขภาพ

1.ผู้เข้าร่วมสามารถรำกลองยาวตามจังหวะดนตรีได้อย่างถูกต้อง และมีความมั่นใจในการแสดงออก จำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 60.00

2.ผู้เข้าร่วมมีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น ทั้งด้านความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และการประสานสัมพันธ์ของร่างกาย จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 75.00

3.ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น สามารถออกกำลังกายด้วยการรำกลองยาวอย่างน้อย 30 นาที/ครั้ง สัปดาห์ละ 3 ครั้ง หรือมากกว่า

4.ผู้เข้าร่วมมีสุขภาพจิตดีขึ้น มีความสนุกสนาน ผ่อนคลายความเครียด และมีความสุขจากการทำกิจกรรมร่วมกัน จำนวน 50 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33

5.เกิดความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดี และการมีส่วนร่วมของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ รวมทั้งคนในชุมชนในการทำกิจกรรมร่วมกัน

6.เกิดแกนนำการออกกำลังกายด้วยการรำกลองยาวที่สามารถนำกิจกรรมไปขยายผลในหมู่บ้านและชุมชนได้

7.กิจกรรมรำกลองยาวเพื่อออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถนำไปใช้ในการแสดงในงานประเพณีหรือกิจกรรมของชุมชน

-

3. อบรมแกนนำการขยับกายด้วยการรำกลองยาวและเสียงดนตรีท้องถิ่น 14 มี.ค. 2569 1 ก.ค. 2569

วิทยากรอบรมให้ความรู้แกนนำขยับกายด้วยการรำกลองยาวและเสียงดนตรีท้องถิ่น ในกลุ่มวัยทำงานและกลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 20 คนเพื่อเป็นแกนนำการขยับกายด้วยการรำกลองยาวและเสียงดนตรีท้องถิ่น โดยพื้นที่หอประชุมประจำหมู่บ้านหมู่ 6 บ้านนามะพร้าว
ค่าใช้จ่าย
-ค่าวิทยากรการรำกลองยาวและเสียงดนตรีท้องถิ่น จำนวน 10 วันๆ ละ 1 ชม.ๆ ละ 600 เป็นเงิน 6000 บาท

กิจกรรมอบรมแกนนำการขยับกายด้วยการรำกลองยาวและเสียงดนตรีท้องถิ่น

1.เตรียมความพร้อมก่อนการอบรม

1.1 ประชุมคณะทำงานเพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินกิจกรรม หลักสูตรอบรม และมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ

1.2 ประสานวิทยากรด้านการออกกำลังกาย การรำกลองยาว และผู้มีภูมิปัญญาท้องถิ่น

1.3 คัดเลือกและเชิญกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 20 คน ได้แก่ อสม. แกนนำผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

1.4 จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องเสียง กลองยาว เอกสาร และสื่อการเรียนรู้

2.ดำเนินการอบรมภาคทฤษฎี

2.1 ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมและชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ

2.2 บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และประโยชน์ของการออกกำลังกายต่อการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

2.3 แนะนำหลักการออกกำลังกายที่ถูกต้องและปลอดภัย การอบอุ่นร่างกาย การยืดเหยียด และการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

  1. ฝึกปฏิบัติการรำกลองยาวและการขยับกาย

4.1 วิทยากรสาธิตท่ารำกลองยาวประกอบเสียงดนตรีท้องถิ่น ตั้งแต่ท่าพื้นฐานจนถึงการรำเป็นชุด

4.2 ผู้เข้าร่วมฝึกปฏิบัติเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม พร้อมรับคำแนะนำในการปรับท่าทางให้ถูกต้อง

4.3 ฝึกการเป็นผู้นำกิจกรรม การนับจังหวะ การใช้เสียงดนตรี และการดูแลความปลอดภัยของผู้ร่วมกิจกรรม

  1. การทดลองจัดกิจกรรมโดยแกนนำ

5.1 แบ่งผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่มย่อยเพื่อฝึกการนำกิจกรรมการรำกลองยาวด้วยตนเอง

5.2 วิทยากรประเมินทักษะ ให้ข้อเสนอแนะ และเสริมความมั่นใจในการเป็นผู้นำกิจกรรมในชุมชน

6.วางแผนขยายผลสู่ชุมชน

6.1 ร่วมกันกำหนดแผนการจัดกิจกรรมขยับกายในแต่ละหมู่บ้าน เช่น สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

6.2 มอบหมายแกนนำรับผิดชอบแต่ละพื้นที่ พร้อมกำหนดช่องทางติดตามและรายงานผล

7.สรุปผลและประเมินผล

7.1 ประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรม และประเมินทักษะการปฏิบัติของแกนนำ

7.2 ประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมอบรม

7.3 สรุปผลการดำเนินงาน จัดทำรายงาน และติดตามการนำกิจกรรมไปขยายผลในชุมชน

ระยะเวลาดำเนินกิจกรรม 10 วัน (1-2 ชั่วโมง) สถานที่ดำเนินกิจกรรม ศาลาประชาคมหมู่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านนามะพร้าว

-

  1. มีการจัดอบรมแกนนำการขยับกายด้วยการรำกลองยาวและเสียงดนตรีท้องถิ่น จำนวน 1 รุ่น

2.แกนนำสุขภาพ อสม. ผู้นำชุมชน และแกนนำผู้สูงอายุเข้าร่วมการอบรม จำนวน 20 คน คิดเป็น ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย

3.ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้เกี่ยวกับหลักการออกกำลังกาย การขยับกาย และการรำกลองยาวเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมทั้งหมด

4.แกนนำสามารถปฏิบัติท่ารำกลองยาวประกอบเสียงดนตรีท้องถิ่นได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

5.ได้แกนนำที่สามารถเป็นผู้นำจัดกิจกรรมการขยับกายในชุมชน จำนวน 30 คน

6.ได้แผนการจัดกิจกรรมการขยับกายในชุมชนด้วยการรำกลองยาว จำนวน 1 แผน พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและตารางการดำเนินงาน

7.แกนนำที่ผ่านการอบรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความรู้และทักษะในการเป็นผู้นำกิจกรรมการขยับกายด้วยการรำกลองยาว สามารถถ่ายทอดให้ประชาชนในชุมชนได้

8.เกิดการจัดกิจกรรมการขยับกายด้วยการรำกลองยาวและเสียงดนตรีท้องถิ่นในชุมชน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่างต่อเนื่อง

9.ประชาชนในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมการขยับกายเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับเชิญ

10.ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นประจำมีระดับกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข และมีพฤติกรรมเนือยนิ่งลดลง

11.ชุมชนมีแกนนำและเครือข่ายที่สามารถดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนและลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

12.เกิดการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการนำ การรำกลองยาวและเสียงดนตรีพื้นบ้าน มาประยุกต์ใช้เป็นกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ทำให้ประชาชนมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

-

4. กิจกรรมออกกำลังกายขยับกายด้วยการรำกลองยาวและเสียงดนตรีท้องถิ่น 1 เม.ย. 2569 -

กิจกรรมออกกำลังกายขยับกายด้วยการรำกลองยาวและเสียงดนตรีท้องถิ่น ต่อเนื่อง อย่างน้อย สัปดาห์ละ 5 วัน ที่หอประชุมประจำหมู่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านนามะพร้าว
ค่าใช้จ่าย
-ไม่มี

-

-

-

-

5. ติดตามสมุดบันทึกการดูแลสุขภาพกายและการออกกำลังกายที่ถูกต้องตามกลุ่มวัย 3 เดือน 1 เม.ย. 2569 -

ติดตามสมุดบันทึกการดูแลสุขภาพกายและการออกกำลังกายที่ถูกต้องตามกลุ่มวัย หลังจากอบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพทางกายและการออกกำลังกายที่ถูกต้องในการขยับกายตามกลุ่มวัย 3 เดือน เพื่อติดตามและวัดผลสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างโครงการ
1.ให้ จนท.และชมรมติดตามข้อมูลบันทึกการดูแลสุขภาพกายและการออกกำลังกายที่ถูกต้องตามกลุ่มวัย ในรอบ 3 เดือน
2.รวบรวมแบบประเมินเพื่อสรุปผลพร้อมให้ผู้เข้าร่วมโครงการอธิบายถึงผลทางเปลี่ยนแปลงระหว่างโครงการ ค่าใช้จ่าย
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คน x 20 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 1200 บาท

-

-

-

-

6. ประชุมคณะกรรมการชมรมฯ และที่ปรึกษาครั้งที่ 2 26 ก.ย. 2569 -

สรุปผลการดำเนินงานตามกิจกรรมของโครงการ เพื่อหาข้อสรุปและอุปสรรคการทำงานเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาต่อไป โดยมีคณะกรรมการชมรม จำนวน 15 คน และที่ปรึกษา จำนวน 5 คน รวมเป็น 20 คน
ค่าใช้จ่าย
-ไม่มี

-

-

-

-