โครงการชุมชนรอบรู้สุขภาพ ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)ตำบลพนางตุง ปีงบประมาณ 2569
โครงการชุมชนรอบรู้สุขภาพ ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)ตำบลพนางตุง ปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการชุมชนรอบรู้สุขภาพ ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)ตำบลพนางตุง ปีงบประมาณ 2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-L3323-01-07 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทะเลน้อย | |
| วันที่อนุมัติ | 24 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 41,400.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปณิดา อินฉ่ำ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | หมู่ที่ 1,2,3,4 และ 13 ตำบลพนางตุง |
สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สภาพปัญหาทางสุขภาพเปลี่ยนไปด้วย ปัจจุบันแนวโน้มปัญหาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นจากสาเหตุโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเหล่านี้เป็นปัญหาที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นสถานการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4 กลุ่มโรคหลักคือโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคเบาหวาน โรคมะเร็งและโรคทางเดินหายใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลกถึงปีละ 38 ล้านคนหรือคิดเป็นร้อยละ 68 ของการเสียชีวิตข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่าตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมากลุ่มโรคไม่ติดต่อNCDsเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทยโดยมีคนไทยป่วยเป็นโรคNCDs ถึง 14 ล้านคนเสียชีวิตปีละกว่า 300,000 คนและคาดว่ามีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกๆปีซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตก่อนอายุ 70 ปี สะท้อนภาพการสูญเสียจากการตายก่อนวัยอันควร
ซึ่งถ้าคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมที่เสียไปแล้วนับว่าสูงมากถึงร้อยละ 40 ของมูลค่างบประมาณภาครัฐไทยทั้งหมด (ธีระ วรธนารัตน์ 2561) สำหรับประเทศไทยมีข้อมูลชัดแล้วว่าขณะนี้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตร้อยละ 75 ของการเสียชีวิตทั้งหมดหรือประมาณ 320,000 คนต่อปีโดยในทุก 1 ชั่วโมงมีผู้เสียชีวิต 37 รายทั้งนี้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบมากที่สุดคือโรคหลอดเลือดสมองรองลงมาคือโรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจอุดกั้น เบาหวานและความดันโลหิตสูงตามลำดับ(กระทรวงสาธารณสุข ,2561)
จังหวัดพัทลุงพบว่าโรคเบาหวานพบว่าปีงบประมาณ 2565-2567 จังหวัดพัทลุงมีผู้ป่วยเบาหวาน 28,456 คน 30,364 คน และ 32,196 คนตามลำดับได้มีการตรวจและควบคุมระดับน้ำตาลในภาพของจังหวัดพัทลุง ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกล่าวคือปีงบประมาณ 2565-2567 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีคิดเป็นร้อยละ 34.37 ร้อยละ 39.37 และร้อยละ 41.63 ตามลำดับ
ปีงบประมาณ 2568 จากข้อมูล HDC ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 จังหวัดพัทลุงมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 32,835 คน ได้รับการตรวจจำนวน 29,126 คน และเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 14,443 คน
คิดเป็นร้อยละ 43.99
โรคความดันโลหิตสูง จากข้อมูล HDC พบว่าในปีงบประมาณ 2565-2567 จังหวัดพัทลุงมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่อยู่ในเขตจังหวัดพัทลุงจำนวน 64,039 คน 66,114 คน และ 70,027 คน ตามลำดับได้มีการตรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง และควบคุมระดับความดันโลหิต ในภาพรวมของจังหวัดผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันได้ดีมีแนวโน้มขึ้นลง กล่าวคือปีงบประมาณ 2565-2567 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันได้ดีร้อยละ 61.58 ร้อยละ 62.15 และร้อยละ 63.35 ตามลำดับ
ปีงบประมาณ 2568 จากข้อมูล HDC ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจำนวน 72,234 คน ได้มีการตรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง จำนวน 59,351 คน ซึ่งมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจำนวน 46,060 คน สามารถคุมระดับความดันโลหิตได้ดี คิดเป็นร้อยละ 63.76 ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น
- เพื่อคัดกรองสุขภาพและค้นหาผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่ ในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
- เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย ต่อโรคเบาหวานและความดัน มีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดัน ได้รับการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพด้วย 3 อ 2
- เพื่อลดอัตราป่วยรายใหม่ในผู้ป่วยเบาหวานและความดัน
- กิจกรรมที่ 1 คัดกรองความดันเบาหวาน ในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
1.กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูงร้อยละ ๙๐ 2.ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและความดันได้ร้อยละ 60 3.อัตราการเกิดเบาหวานรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 2.4 4.กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย จากการคัดกรองได้รับการการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3 อ. 2 ส. 5.กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย เบาหวาน(ค่า DTX>=100 mg/dL) ได้รับการเจาะFBS ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 6.ประชากรสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 7.ประชาชนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลัก 3 อ. 2 ส. 8.ลดกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยเบาหวานและความดันรายใหม่