โครงการชุมชนรอบรู้สุขภาพ ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)ตำบลพนางตุง ปีงบประมาณ 2569
สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้สภาพปัญหาทางสุขภาพเปลี่ยนไปด้วย ปัจจุบันแนวโน้มปัญหาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นจากสาเหตุโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคเหล่านี้เป็นปัญหาที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลกซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นสถานการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4 กลุ่มโรคหลักคือโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคเบาหวาน โรคมะเร็งและโรคทางเดินหายใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลกถึงปีละ 38 ล้านคนหรือคิดเป็นร้อยละ 68 ของการเสียชีวิตข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่าตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมากลุ่มโรคไม่ติดต่อNCDsเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทยโดยมีคนไทยป่วยเป็นโรคNCDs ถึง 14 ล้านคนเสียชีวิตปีละกว่า 300,000 คนและคาดว่ามีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกๆปีซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตก่อนอายุ 70 ปี สะท้อนภาพการสูญเสียจากการตายก่อนวัยอันควรซึ่งถ้าคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมที่เสียไปแล้วนับว่าสูงมากถึงร้อยละ 40 ของมูลค่างบประมาณภาครัฐไทยทั้งหมด (ธีระ วรธนารัตน์ 2561) สำหรับประเทศไทยมีข้อมูลชัดแล้วว่าขณะนี้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตร้อยละ 75 ของการเสียชีวิตทั้งหมดหรือประมาณ 320,000 คนต่อปีโดยในทุก 1 ชั่วโมงมีผู้เสียชีวิต 37 รายทั้งนี้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบมากที่สุดคือโรคหลอดเลือดสมองรองลงมาคือโรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจอุดกั้น เบาหวานและความดันโลหิตสูงตามลำดับ(กระทรวงสาธารณสุข ,2561) จังหวัดพัทลุงพบว่าโรคเบาหวานพบว่าปีงบประมาณ 2565-2567 จังหวัดพัทลุงมีผู้ป่วยเบาหวาน 28,456 คน 30,364 คน และ 32,196 คนตามลำดับได้มีการตรวจและควบคุมระดับน้ำตาลในภาพของจังหวัดพัทลุงผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกล่าวคือปีงบประมาณ 2565-2567 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีคิดเป็นร้อยละ 34.37 ร้อยละ 39.37 และร้อยละ 41.63 ตามลำดับ ปีงบประมาณ 2568 จากข้อมูล HDC ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 จังหวัดพัทลุงมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 32,835 คนได้รับการตรวจจำนวน 29,126 คน และเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 14,443 คน คิดเป็นร้อยละ 43.99 โรคความดันโลหิตสูง จากข้อมูล HDC พบว่าในปีงบประมาณ 2565-2567 จังหวัดพัทลุงมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่อยู่ในเขตจังหวัดพัทลุงจำนวน64,039 คน 66,114 คน และ 70,027 คน ตามลำดับได้มีการตรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง และควบคุมระดับความดันโลหิต ในภาพรวมของจังหวัดผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันได้ดีมีแนวโน้มขึ้นลง กล่าวคือปีงบประมาณ 2565-2567 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันได้ดีร้อยละ 61.58 ร้อยละ 62.15 และร้อยละ 63.35 ตามลำดับ ปีงบประมาณ 2568 จากข้อมูล HDC ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจำนวน 72,234คน ได้มีการตรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง จำนวน 59,351 คน ซึ่งมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจำนวน 46,060 คน สามารถคุมระดับความดันโลหิตได้ดี คิดเป็นร้อยละ 63.76 ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น
-
เพื่อคัดกรองสุขภาพและค้นหาผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่ ในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป0.00
ประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองเบาหวานความดันโลหิตสูงและประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจิตไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย ต่อโรคเบาหวานและความดัน มีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดัน ได้รับการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพด้วย 3 อ 20.00
-
เพื่อลดอัตราป่วยรายใหม่ในผู้ป่วยเบาหวานและความดัน0.00
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 คัดกรองความดันเบาหวาน ในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
5.1 กิจกรรมที่ 1 คัดกรองความดันเบาหวาน ในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป 5.1.1 ค่าแถบตรวจระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมเข็มเจาะ จำนวน 12 กล่อง กล่องละ ๑๐๐ ชิ้น ราคากล่องละ 1,060 บาท เป็นเงิน 12,720 บาท รวมเป็นเงิน 12,720 บาท
5.2 กิจกรรมที่ 2 สำรวจกลุ่มเสี่ยงความดันเบาหวาน 3 กลุ่ม (เสี่ยงทางพฤติกรรม พันธุกรรม ชีวภาพ) 5.2.1 ค่าพาหนะในการเดินทางลงพื้นที่สำรวจกลุ่มเสี่ยงความดันเบาหวาน โดย อสม.จำนวน 56 คน คนละ 100 บาท เป็นเงิน 5,600 บาท รวมเป็นเงิน 5,600 บาท 5.3 กิจกรรมที่ 3 ประเมินระดับความเสี่ยง “รู้เท่าทัน ความดัน เบาหวาน”รู้โรค รู้ความเสี่ยงแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากคลิปวีดิโอเรื่องเล่าที่ใช่จากคนไข้ NCDs 5.3.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม (กลุ่มเสี่ยง 56 คน พี่เลี้ยง อสม.10 คน เจ้าหน้าที่ 2 คน ) จำนวน 68 คน คนละ 1 มื้อ มื้อละ 30 บาท เป็นเงิน 2,040 บาท รวมเป็นเงิน 2,040 บาท 5.4 กิจกรรมที่ 4 เยี่ยมบ้านกลุ่มเสี่ยงความดันเบาหวาน (เพื่อนช่วยเพื่อน) 5.4. ค่าเครื่องวัดความเค็มในอาหาร CHEM METER จำนวน 5 หมู่ หมู่ละ 1 เครื่อง เครื่องละ 3,500 บาท เป็นเงิน 17,500 บาท
รวมเป็นเงิน 17,500 บาท 5.5 กิจกรรมที่ 5 ติดตาม ประเมินผล (วัดความดัน น้ำตาล รอบเอว หลังโครงการ) 5.5.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม (กลุ่มเสี่ยง 56 คน พี่เลี้ยง อสม.10 คน เจ้าหน้าที่ 2 คน) จำนวน 68 คน คนละ 1 มื้อ มื้อละ 30 บาท เป็นเงิน 2,040 บาท 5.5.2 ค่าป้ายประกาศนียบัตร “กลุ่มเสี่ยงต้นแบบ รอบรู้สุขภาพ ห่างไกล NCD”จำนวน 5 อัน อันละ 300 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
รวมเป็นเงิน 3,540 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 41,400 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 256941400 บาท
2.1 สำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย
2.2 จัดทำแผนงานโครงการ/ขออนุมัติโครงการ/จัดซื้อวัสดุการแพทย์
2.3 ชี้แจงให้ อสม. ทราบขั้นตอนในการคัดกรองและนัดกลุ่มเป้าหมาย
2.4 ออกดำเนินงานคัดกรองตามแผนที่กำหนดไว้
2.5 รวบรวมข้อมูล ลงบันทึกผลการปฏิบัติงานในโปรแกรม JHCIS
2.6 จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3 อ. 2 ส.ในกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรอง
2.7 ติดตามกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน(ค่า DTX>=100 mg/dl)มารับการเจาะ FBS
2.8 ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยรายใหม่จ่ายยารักษาตาม CPG หลังติดตามวัดความดันโลหิตซ้ำแล้วยังมีค่าความดันตัวบนมากกว่า140และ/หรือตัวล่างมากกว่า 90 มม. ปรอท. และค่าน้ำตาลจากหลอดเลือดดำ (FBS) มากกว่า 125 มก.ปอร์เซ็นต์
2.9 รวบรวมข้อมูล/บันทึกผลงาน
2.10 สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน
6.1 .กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูงร้อยละ ๙๐ 6.2. ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและความดันได้ร้อยละ 60 6.3 อัตราการเกิดเบาหวานรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 2.4 6.4 กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย จากการคัดกรองได้รับการการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3 อ. 2 ส. 6.5 กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย เบาหวาน(ค่า DTX>=100 mg/dL) ได้รับการเจาะFBS ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 6.๖ .ประชากรสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 6.๗ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลัก 3 อ. 2 ส. 6.๘ ลดกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยเบาหวานและความดันรายใหม่
