กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและให้ความรู้การดูแลสุขภาพตนเอง ตามหลัก 3อ2ส ในประชากร 35 ปีขึ้นไป รพ.สต.คูหาใต้ปีงบประมาณ 2569

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้

โครงการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและให้ความรู้การดูแลสุขภาพตนเอง ตามหลัก 3อ2ส ในประชากร 35 ปีขึ้นไป รพ.สต.คูหาใต้ปีงบประมาณ 2569

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและให้ความรู้การดูแลสุขภาพตนเอง ตามหลัก 3อ2ส ในประชากร 35 ปีขึ้นไป รพ.สต.คูหาใต้ปีงบประมาณ 2569
รหัสโครงการ 69-L8402-1-03
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคูหาใต้
วันที่อนุมัติ 24 ตุลาคม 2568
ปี 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2568 - 30 กันยายน 2569
งบประมาณ 42,755.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางเจริญศรี เมืองแก้ว
พื้นที่ดำเนินการ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นโรคไม่ติดเชื้อสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดเชื้อเนื่องมาจากแบบแผนชีวิตมนุษย์ที่มีความเครียดมากขึ้น มีนิสัยการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ขาดการออกกำลังกาย สิ่งต่างๆเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดโรคจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุข  ที่สำคัญ เป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หาย ความรุนแรงของโรคเกิดได้ทั้งตายอย่างฉับพลัน และมีภาวะแทรกซ้อนเกิดความพิการก่อนวัยอันควร อย่างไรก็ตามโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นโรคที่สามารถป้องกันและลดความรุนแรงของโรคลงได้ ถ้าหากตรวจพบในระยะเริ่มแรก โดยการควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ มีการส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรงตามนโยบายของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้กำหนดให้ ประชาชนที่มีอายุ 3๕ ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรวมถึงการวัดรอบเอว ประเมินค่าดัชนีมวลกาย ซึ่งประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ต้องได้รับบริการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิต จากข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคูหาใต้ได้ตรวจสุขภาพประจำปีประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ในปีงบประมาณ ๒๕๖6-๒๕๖8 พบว่ามีประชาชนที่เข้าร่วมตรวจคัดกรองเบื้องต้น โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงจำนวน ๑,๖๕๐ , ๑,๗๒o , 1,790คน ตามลำดับ แบ่งกลุ่มเสี่ยงออกเป็น ๔ กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มที่ ๒ กลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มที่ ๓ กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน กลุ่มที่ ๔ กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวาน (กลุ่มที่ ๔ เป็นกลุ่มที่ต้องวินิจฉัยยืนยันป่วยโรคเบาหวานด้วยผลเลป) และพบว่าปีงบประมาณ ๒๕๖6- ๒๕68 มีประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานที่เพิ่มขึ้น
ประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงที่มีค่าระดับความดันโลหิตสูงเกิน ๑๓๐/๘๐ mmHg ขึ้นไปปีงบประมาณ ๒๕๖6 จำนวน 359 คน คิดเป็นร้อยละ 21.75 ปีงบประมาณ๒๕๖7 จำนวน 462 คน คิดเป็นร้อยละ 37.86 ปีงบประมาณ๒๕๖8 จำนวน 582 คน คิดเป็นร้อยละ 48.25 ประชากรกลุ่มส่งสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีค่าระดับความดันโลหิตสูงเกิน 140/9๐ mmHg ขึ้นไปปีงบประมาณ ๒๕๖6 จำนวน 96 คน คิดเป็นร้อยละ 5.81 ปีงบประมาณ๒๕๖7 จำนวน 110 คน คิดเป็นร้อยละ 6.39 ปีงบประมาณ๒๕๖8 จำนวน 147 คน คิดเป็นร้อยละ 8.21 ประชากรกลุ่มที่ได้รับการยืนยันป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงที่ ปีงบประมาณ ๒๕๖6 จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 0.30 ปีงบประมาณ๒๕๖7 จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 1.04 ปีงบประมาณ๒๕๖8 จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 0.61
ประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานที่มีค่าระดับน้ำตาล 101-125 mg/dl ขึ้นไปปีงบประมาณ ๒๕๖6 จำนวน 102 คน คิดเป็นร้อยละ 6.18 ปีงบประมาณ๒๕๖7 จำนวน 280 คน คิดเป็นร้อยละ 16.27 ปีงบประมาณ๒๕๖8 จำนวน 350 คน คิดเป็นร้อยละ 19.55
ประชากรกลุ่มส่งสัยเสี่ยงโรคเบาหวานที่มีค่าระดับน้ำตาลมากกว่า 126 mg/dl ขึ้นไปปีงบประมาณ ๒๕๖6 จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 1.75 ปีงบประมาณ๒๕๖7 จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 2.61 ปีงบประมาณ๒๕๖8 จำนวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 1.84 ประชากรกลุ่มที่ได้รับการยืนยันป่วยเป็นโรคเบาหวานที่ ปีงบประมาณ ๒๕๖6 จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 0.90 ปีงบประมาณ๒๕๖7 จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 1.22 ปีงบประมาณ๒๕๖8 จำนวน 16คน คิดเป็นร้อยละ0.89
      ประชาการที่ได้ถูกวินิจฉัยป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นและกลุ่มเสี่ยงทั้ง ๔ กลุ่มมีประชากรกลุ่มเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และมีโอกาสเป็นผู้ป่วยรายใหม่ได้ทุกกลุ่ม หากไม่ได้รับความรู้ในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง อาจส่งผลให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคูหาใต้มีกลุ่มเสี่ยง และป่วยด้วยโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นในทุกๆปี ซึ่งกลุ่มสงสัยป่วยเป็นกลุ่มที่มีความดันโลหิตสูงรอการวินิจฉัยยืนยันเป็นผู้ป่วยรายใหม่

ดังนั้นจากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ได้เล็งเห็นถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านของตนเอง จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อให้กลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ๓๕ปีขึ้นไปได้คัดกรองโรคเบาหวานความดันและได้มีความรู้ในการดูแลตนเองตามหลัก ๓อ๒ส เพื่อลดการเกิดกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และลดการเกิดผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังรายใหม่ขึ้นในหมู่บ้านของตน และได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ จัดทำทะเบียนรายชื่อกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย และกลุ่มป่วย แยกรายหมู่ เพื่อได้คัดเลือกให้กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย เข้ารับการติดตาม ต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. ประชาชน ๓๕ ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตและเบาหวาน จำนวน 1745 คน
  2. ประชากรอายุ35ปีขึ้นไป มีความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองตามหลัก3อ2ส
การดำเนินงาน/กิจกรรม
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมชี้แจงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบนโยบายและวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้มีความเข้าใจในแนวเดียวกัน 2. วางแผนการดำเนินงานเชิงรุกคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนตามเขตรับผิดชอบ 3. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป 4. ให้ความรู้เกี่ยวการดูแลตนเองตามหลัก ๓อ๒ส ให้กับประชากรกลุ่มที่มีอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป 5. วิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำทะเบียนรายชื่อ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย และกลุ่มป่วย แยกรายหมู่
ขั้นดำเนินการ 1. แต่งตั้งทีมสุขภาพสำหรับออกดำเนินงานคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคูหาใต้ 2. สำรวจกลุ่มเป้าหมายและประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป เข้ารับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงสำรวจกลุ่มเป้าหมายประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป 3. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข(รพ.สต.) นัดประชาชนกลุ่มอายุ ๓๕ปีขึ้นไปตามละแวกที่รับผิดชอบเป็นจุดในแต่ละหมู่เพื่อรับการคัดกรองเชิงรุกโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
4. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข(รพ.สต.) ดำเนินการคัดกรองเชิงรุกโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง พร้อมกับให้ความรู้ในการดูแลตนเองตามหลัก 3อ2ส 5. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) รวบรวมเอกสารการคัดกรองเบาหวานและความดันให้ รพ.สต. เพื่อบันทึกข้อมูล และประเมินผลการคัดกรอง
6. สหวิชาชีพสาธารณสุข รพ.สต. คูหาใต้ วิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำทะเบียนรายชื่อกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยและกลุ่มป่วย แยกรายหมู่ เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตามค่าระดับน้ำตาลและความดันโลหิตทุก 1 เดือน และ 3 เดือน และ กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามตรวจวัดความดันโลหิตภายใน ๗ วัน ทุกวัน เช้า-เย็น เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ และกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน มีการเจาะ FBG ภายใน ๓ เดือน เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคเป็นผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่
7. ทำการส่งต่อผู้สงสัยป่วยที่มีค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง DTX มากกว่า 200 และผู้สงสัยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงที่มีความดัน BP มากกว่า 180/100 ไปรพ.รัตภูมิ เพื่อให้แพทย์พิจารณายืนยันป่วย
8. เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ลงบันทึกข้อมูล 11. ประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานต่อกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลคูหาใต้

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดัน
  2. ประชากรอายุ35ปีขึ้นไป มีความรู้ในการดูแลตนเองตามหลัก3อ2ส