โครงการSafe Love Safe Life (รักปลอดภัย ชีวิตปลอดเสี่ยง)

เตรียมการ o ประชุมคณะทำงาน APASS เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรม o ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลเบตง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง o จัดเตรียมเอกสาร สื่อการสอน วัสดุอุปกรณ์ และแบบประเมินก่อน–หลังการอบรม o ประชาสัมพันธ์เชิญชวนกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเบตงเข้าร่วมกิจกรรม 2. ขั้นดำเนินกิจกรรม o ช่วงที่ 1: เปิดโครงการ กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์และความสำคัญของโครงการ o ช่วงที่ 2: บรรยายให้ความรู้เรื่อง “HIV/AIDS กับวัยทำงานยุคใหม่” และ “เพศสัมพันธ์ปลอดภัย” o ช่วงที่ 3: กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ “รักอย่างรู้ ปลอดภัยไว้ก่อน” และเกมสันทนาการเพื่อปรับทัศนคติ o ช่วงที่ 4: สาธิตและฝึกปฏิบัติ “การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี” o ช่วงที่ 5: แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และทำแบบประเมินหลังเข้าร่วมกิจกรรม o ช่วงที่ 6: สรุปผลและมอบเกียรติบัตรให้ผู้เข้าร่วม 3. ขั้นติดตามและประเมินผล o สรุปผลการดำเนินงานและวิเคราะห์ผลแบบประเมินก่อน–หลัง o รายงานผลการดำเนินงานต่อ สปสช. ตามระยะเวลาที่กำหนด
- ผลการดำเนินงาน
ดำเนินโครงการ Safe Love Safe Life (รักปลอดภัย ชีวิตปลอดเสี่ยง) โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 60 คน ณ ห้องประชุมภู่พัฒน์ โรงพยาบาลเบตง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจใน ภาพรวม เฉลี่ยร้อยละ 85.26
โดยมีกิจกรรมดังนี้
ทดสอบความรู้ก่อนอบรม
บรรยายให้ความรู้เรื่อง "HIV/AIDS กับวัยทำงานยุคใหม่” และ “เพศสัมพันธ์ ปลอดภัย” การนำภาพที่มีความเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV ให้ผู้เข้าร่วมได้ตอบและวิเคราะห์ ว่าภาพดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV หรือไม่, HIV/AIDS ต่างกันหรือไม่, ช่องทางการติด เชื้อ HIV, การประเมินความเสี่ยงโดยใช้หลักการ ESSE, ตรวจเอชไอวีแบบไหนได้บ้าง, วิธีการป้องกัน
กิจกรรม “เดินเสี่ยง เดินเซฟ” พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดย กลุ่มส่งเสริมการเข้าถึงการ สนับสนุนด้านสุขภาพและสังคม โดยการยกตัวอย่างสถานการณ์ และให้ผู้เข้าร่วมเดินไปที่ กระดาษคำตอบว่าพฤติกรรมดังกล่าว เสี่ยงหรือไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV
เกม “แลกน้ำ” เรียนรู้การแพร่เชื้อและความเสี่ยงทางเพศ โดย กองสาธารณสุขเทศบาลเมืองเบตง
กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ “รักอย่างรู้ ปลอดภัยไว้ก่อน” ทัศนคติสาธิตวิธีการสวมถุงยาง การป้องกัน ตนเองจากการติดเชื้อเอดส์ โดย กลุ่มส่งเสริมการเข้าถึงการสนับสนุนด้านสุขภาพและสังคม
ทดสอบความรู้หลังอบรม
สรุปผลตอบข้อซักถามและปิดโครงการฯ
ผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์/ตัวชี้วัด
2.1 การบรรลุตามวัตถุประสงค์
- เพื่อให้กลุ่มวัยทำงานมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์และโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์
- การประเมินความรู้ผู้เข้าร่วมโครงการก่อนและหลัง โดยใช้แบบประเมินความรู้เรื่องโรค เอตส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยมีข้อคำถาม ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวีสามารถ ถ่ายทอดเชื้อสู่ลูกได้หากไม่ได้รับการดูแลรักษา การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เอช ไอวี การตรวจเลือดเป็นวิธีเดียวที่สามารถรู้ได้ว่าติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ การจับมือกอดหรือรับประทาน อาหารร่วมกันสามารถติดเอชไอวีได้ เราสามารถติดเชื้อเอชไอวีได้จากการใช้ห้องน้ำสาธารณะร่วมกับ ผู้ติดเชื้อใช่หรือไม่ เอชไอวีคือเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบ ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้ติดเชื้อเอชไอวีทุกคน จะต้องป่วยเป็นโรคเอดส์ทันที โรคซิฟิลิสสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะใช่หรือไม่ เชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์คือสิ่งเดียวกันใช่หรือไม่ และผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีแต่ทานยาสม่ำเสมอจนตรวจไม่พบ เชื้อในเลือดจะไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นทางเพศสัมพันธ์ใช่หรือไม่ พบว่า ผู้เข้าร่วมมีความรู้จากการทำแบบ ประเมินความรู้เรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก่อน ร้อยละ 53.40 และแบบประเมิน ความรู้เรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลัง ร้อยละ 89 เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.60
- เพื่อส่งเสริมทักษะการใช้ถุงยางอนามัยและการป้องกันตนเองจากพฤติกรรมเสี่ยง - สาธิตวิธีการสวมถุงยางที่ถูกต้อง โดย เจ้าหน้าที่การป้องกันตนเองจากการติดเชื้อเอดส์ โดย
การยกตัวอย่างสถานการณ์ และให้ผู้เข้าร่วมตอบคำถามว่าพฤติกรรมดังกล่าว เสี่ยงหรือไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV
- เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีและความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยในกลุ่มวัยทำงาน
- การดำเนินโครงการได้ให้ผู้เข้าร่วมทำแบบประเมิน “ทัศนคติและพฤติกรรมเชิงบวกต่อการ
ป้องกันโรคเอดส์” โดยมีข้อคำถามที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1. ทัศนคติต่อการป้องกันโรคเอดส์ 2. พฤติกรรมใน
การป้องกันโรคเอดส์ และ 3. ความตั้งใจและความพร้อมในการป้องกัน พบว่า ผู้เข้าร่วมมีทัศนคติที่ดี และความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยในกลุ่มวัยทำงาน โดยการทำแบบประเมินทัศนคติและพฤติกรรมเชิงบวก ต่อการป้องกันโรคเอดส์ก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ 89.99 ผู้ในเกณฑ์ เห็นด้วย และการทำแบบ ประเมินทัศนคติและพฤติกรรมเชิงบวกต่อการป้องกันโรคเอดส์หลังการเข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ 98.20 ผู้ในเกณฑ์ เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ประกอบด้วย
คนวัยทำงานและเจ้าหน้าที่