โครงการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุบ้านนางเหล้า รพ.สต.นางเหล้า ปีงบประมาณ 2569 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
| ชื่อโครงการ | โครงการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุบ้านนางเหล้า รพ.สต.นางเหล้า ปีงบประมาณ 2569 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 69-L5238-01-08 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนางเหล้า ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา |
| วันที่อนุมัติ | 25 ธันวาคม 2568 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ธันวาคม 2568 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 19,250.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวณัฐธีรยา พรหมสมบัติ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.603,100.385place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ |
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society)” โดยประเทศไทยมีประชากรทั้งสิ้น จำนวน 65.97 ล้านคน เป็นประชากรสูงอายุ จำนวน 13.34 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20.23 และคาดว่าในปี 2583 จะมีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 31.28 (สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย, 2568) จากจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ความต้องการการดูแลและสวัสดิการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสนใจและร่วมตระหนักในผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยการเตรียมการรองรับปัญหาสุขภาพอนามัยในผู้สูงอายุ และการเตรียมการการดูแลระยะยาว (Long Term Care) ต่อไป นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่ตราขึ้นเพื่อรองรับสิทธิและสวัสดิการของผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ คุ้มครอง ส่งเสริม และสนับสนุน ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถพึ่งตนเองได้ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม
จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ พบว่ามีผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพกาย (โรคเรื้อรัง, ภาวะเสื่อมของร่างกาย, ภาวะเปราะบาง) และสุขภาพจิต (ความเหงา, การแยกตัวจากสังคม, ภาวะซึมเศร้า) รวมถึงปัญหาการปรับตัวเข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนใหญ่เกิดจาการถดถอยของสมรรถภาพร่างกายและภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังที่เพิ่มมากขึ้นตามอายุ ภาระการดูแลผู้สูงอายุส่วนใหญ่จึงเป็นบทบาทและความรับผิดชอบของครอบครัวเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เนื่องจากสมาชิกครอบครัวส่วนมากทำงานนอกบ้าน ไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ จึงเลือกใช้บริการดูแลผู้สูงอายุ เช่น บ้านพักผู้สูงอายุ สถานดูแลผู้สูงอายุรายวัน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และการจ้างคนดูแลที่บ้าน เป็นต้น และนอกจากนี้ยังพบว่า การเตรียมการเพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะเอื้อให้ผู้สูงอายุที่ยังมีร่างกายแข็งแรงสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง ยังเป็นประเด็นที่สำคัญสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการส่งเสริมสุขภาพ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่เมืองสุขภาพดีผู้สูงอายุอีกด้วย (สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย, 2568)
จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น มีผู้สูงอายุในพื้นที่ หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ทั้งหมด จำนวน 501 คน ติดสังคม (ADL 12-20) จำนวน 432 คน ติดบ้าน (ADL 5-11) จำนวน 42 คน และ ติดเตียง (ADL 0-4) จำนวน 3 คน (ข้อมูล HDC, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา) สำหรับกลุ่มที่ติดบ้านและติดเตียง ได้ดำเนินการเข้าระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ (LTC : Long Term Care) เป็นการให้บริการดูแลที่บ้านโดยผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ซึ่งผ่านกาอบรมตามหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ 70 ชั่วโมง ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และมีผู้จัดการระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care manager) เป็นผู้ควบคุมแผนการดูแลผู้สูงอายุ ส่วนในกลุ่มติดสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ส่วนใหญ่ยังมีความสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง แต่ปัจจุบันพบว่า ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมยังเข้าถึงการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคไม่ครอบคลุม ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจได้ เช่น การเพิ่มขึ้นของโรคเรื้อรัง ความเสี่ยงหรือการเจ็บป่วยที่เฉียบพลัน ภาวะสมองเสื่อมและภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ เป็นต้น จากการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว พบว่า มีสาเหตุสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1) ความรอบรู้ในการดูแลสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง ๒) กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่จัดให้โดยชุมชน ขาดความน่าสนใจ ไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือความถนัดของผู้สูงอายุ 3) การจัดกิจกรรมมักเป็นไปในลักษณะ แยกส่วน ระหว่างงานด้านสุขภาพ (เช่น การตรวจคัดกรองโรค) กับงานด้านสังคม (เช่น ชมรมผู้สูงอายุ) และขาดความต่อเนื่องในระยะยาว ทำให้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพไม่ยั่งยืน 4) ผู้สูงอายุบางรายอาจยังประสบปัญหาการเดินทาง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการคมนาค ไปยังจุดจัดกิจกรรมในพื้นที่ห่างไกล ๕) ผู้สูงอายุที่ทำงานรับภาระเลี้ยงดูบุตรหลาน อาจจะไม่มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนางเหล้า ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุในกลุ่มติดสังคม จึงได้จัดทำโครงการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุบ้านนางเหล้า ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อต้องการส่งเสริมการจัดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการทำงานด้านสุขภาพในระดับชุมชน และสามารถเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุได้อย่างใกล้ชิดและยั่งยืน เพราะเกิดขึ้นจากความต้องการของผู้สูงอายุในชุมชนเอง และดำเนินงานจัดการโดยผู้สูงอายุเอง
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชมรมผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมทั้งทางกายและทางจิตใจ ผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกของชมรมมีสุขภาพที่แข็งแรงและลดการเข้าสู่ภาวะพึ่งพิง โดยผ่านเกณฑ์การประเมินชมรมผู้สูงอายุคุณภาพด้านสุขภาพ ตั้งแต่ 71 คะแนนขึ้นไป ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ดังนี้ |
||
| 2 | 2. เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนชมรมผู้สูงอายุคุณภาพด้านสุขภาพตามบริบทของพื้นที่
|
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ชมรมผู้สูงอายุได้รูปแบบและแนวทางการดำเนินงานชมรมผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่าง หรือองค์ความรู้ในการจัดการตนเองของผู้สูงอายุ ที่สามารถนำไปปรับใช้หรือขยายผลในพื้นที่อื่นได้
2. มีกิจกรรมที่ส่งเสริมการออกกำลังกายที่เหมาะสมในผู้สูงอายุ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ชะลอความเสื่อม ลดความเสี่ยงต่อภาวะทุพพลภาพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพิงผู้อื่น
3. มีกิจกรรมลดความเหงา ความโดดเดี่ยว และภาวะซึมเศร้า ทำให้มีความสุข ความพึงพอใจในชีวิต และมีทัศนคติเชิงบวกมากขึ้น
4. ผู้สูงอายุได้รับความรู้และฝึกทักษะต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง รวมทั้งความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพตนเอง มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพบปะเพื่อนในวัยเดียวกัน สร้างความสัมพันธ์ทางสังคม
5. ชมรมผู้สูงอายุ มีความเข้มแข็งและยั่งยืน มีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่ชัดเจน หลากหลาย และต่อเนื่อง ตรงตามความต้องการของสมาชิก
6. ชมรมผู้สูงอายุ มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ (เช่น มีการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ) มีศักยภาพในการบริหารจัดการชมรมด้วยตนเองได้ และเกิดเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม (เช่น ครอบครัว ชุมชน หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ในการดูแลผู้สูงอายุ
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2569 11:25 น.