โครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด ปีงบประมาณ 2569
โครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด ปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด ปีงบประมาณ 2569 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อสม. เทศบาลตำบลหนองจิก | |
| วันที่อนุมัติ | 17 พฤศจิกายน 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 17 พฤศจิกายน 2568 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 27,500.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ||
| พื้นที่ดำเนินการ |
จากนโยบาย Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนและทิศทางหนึ่ง คือการยกระดับคุณค่ามนุษย์โดยมีกำหนดคุณลักษณะของคนไทย 4.0 คือ คนไทย มีไอคิวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน 100 ภายใน 5 ปีร้อยละ 70 ของเด็กไทยมีคะแนน EQ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานโดยเฉพาะใน 1,000 วันแรกของชีวิตนับตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 2 ขวบปีแรก เป็นช่วงทองของเด็กที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาการสมองเพราะเป็นช่วงที่โครงสร้างสมองมีการพัฒนาสูงสุดทั้งการสร้างเซลล์สมองและการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดเป็นโครงข่ายใยประสานนับล้านโครงข่าย ทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กส่งผลต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพดังนั้นเด็กจึงควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนในช่วงเวลาดังกล่าวโดยช่วง 270 วันอยู่ในท้องแม่ช่วง 180 วัน (แรกเกิดถึง 6 เดือน) จากนั้น 550 วัน (หลัง 6 เดือนถึง 2 ปี)ลูกควรได้รับการเตรียมพร้อมสมองร่วมกับพัฒนาลักษณะของเด็กโดยกระบวนการกระตุ้นผ่านกิจวัตรประจำวันในรูปแบบการกิน กอด เล่น เล่า นอนเฝ้าดูฟัน ที่เหมาะสมจากผู้ปกครองและชุมชนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเด็กไทยให้มีคุณภาพดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพสตรีตั้งครรภ์และเด็กประถมวัยจึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการพัฒนาคุณภาพเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์เพื่อการตั้งครรภ์และการคลอดเป็นไปด้วยความราบรื่นมารดาและทารกปลอดภัยปราศจากภาวะแทรกซ้อนและมีสุขภาพที่แข็งแรงน้ำหนักทารกแรกเกิดเป็นข้อบ่งชี้ที่สำคัญของการเจริญเติบโตและการมีชีวิตรอดของทารก ทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2500 กรัมมีอัตราการอยู่รอดต่ำมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการเด็กล่าช้าระบบภูมิคุ้มกันต่ำ
การฝากครรภ์ที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์ ซึ่งการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ และหลังคลอด อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ เช่นภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์น้ำหนักตัวแรกต่ำกว่าเกณฑ์ ความผิดปกติของระดับสติปัญญาและพัฒนาการทารก ตลอดจนภาวะทารกเสียชีวิตในครรภ์ และเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการตกเลือดขณะคลอดได้ หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะซีด มีความจำเป็นต้องได้รับการฝากครรภ์ เตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ และภาวะซีดขณะตั้งครรภ์จะต้องได้รับการดูแลแก้ไข จึงมีความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความรู้และให้การดูแลอย่างเป็นระบบ โดยพบว่าอัตราการได้รับยาเสริมธาตุเหล็กในหญิงวัยรุ่นและหญิงวัยเจริญพันธุ์อย่างน้อย 3 เดือน ก่อนการตั้งครรภ์ร้อยละ 30 อัตราภาวะซีดโลหิตจากการขาดธาตุเหล็ก ในหญิงตั้งครรภ์ไม่เกิน 10% อัตราการตายของมารดาจากการตกเลือดหลังคลอดเป้าหมาย 0%
- ประชุมคณะทำงาน
- อบรมให้ความรู้
- ลงพื้นที่เยี่ยมหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
1.หญิงมีครรภ์และหญิงหลังคลอด ตลอดจนสามีและญาติ มีความรู้ ความเข้าใจพฤติกรรมการดูแลสุขภาพมากขึ้น 2.หญิงหลังคลอดมีน้ำนมเพียงพอสำหรับเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของทารกอย่างมาก