โครงการ สปสช. ห่วงใย ร่วมใจ ดูแลคุณแม่ ปีงบประมาณ 2569
-
นางสาวเพชรรัตน์ มณีโชติ
-
นางฮามีดะห์ แวยายอ
-
นางนาริสา บุญเทียม
-
นางวิลัย สุวรรณยุหะ
-
นางพิมลพรรณ คงสีพุทธ
จากนโยบาย Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนและทิศทางหนึ่ง คือการยกระดับคุณค่ามนุษย์โดยมีกำหนดคุณลักษณะของคนไทย 4.0 คือ คนไทย มีไอคิวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน 100 ภายใน 5 ปีร้อยละ 70 ของเด็กไทยมีคะแนน EQ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานโดยเฉพาะใน 1,000 วันแรกของชีวิตนับตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 2 ขวบปีแรก เป็นช่วงทองของเด็กที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาการสมองเพราะเป็นช่วงที่โครงสร้างสมองมีการพัฒนาสูงสุดทั้งการสร้างเซลล์สมองและการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดเป็นโครงข่ายใยประสานนับล้านโครงข่าย ทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กส่งผลต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพดังนั้นเด็กจึงควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนในช่วงเวลาดังกล่าวโดยช่วง 270 วันอยู่ในท้องแม่ช่วง 180 วัน (แรกเกิดถึง 6 เดือน) จากนั้น 550 วัน (หลัง 6 เดือนถึง 2 ปี)ลูกควรได้รับการเตรียมพร้อมสมองร่วมกับพัฒนาลักษณะของเด็กโดยกระบวนการกระตุ้นผ่านกิจวัตรประจำวันในรูปแบบการกิน กอด เล่น เล่า นอนเฝ้าดูฟัน ที่เหมาะสมจากผู้ปกครองและชุมชนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเด็กไทยให้มีคุณภาพดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพสตรีตั้งครรภ์และเด็กประถมวัยจึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการพัฒนาคุณภาพเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์เพื่อการตั้งครรภ์และการคลอดเป็นไปด้วยความราบรื่นมารดาและทารกปลอดภัยปราศจากภาวะแทรกซ้อนและมีสุขภาพที่แข็งแรงน้ำหนักทารกแรกเกิดเป็นข้อบ่งชี้ที่สำคัญของการเจริญเติบโตและการมีชีวิตรอดของทารก ทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2500 กรัมมีอัตราการอยู่รอดต่ำมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการเด็กล่าช้าระบบภูมิคุ้มกันต่ำ
การฝากครรภ์ที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์ ซึ่งการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ และหลังคลอด อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ เช่นภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์น้ำหนักตัวแรกต่ำกว่าเกณฑ์ ความผิดปกติของระดับสติปัญญาและพัฒนาการทารก ตลอดจนภาวะทารกเสียชีวิตในครรภ์ และเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการตกเลือดขณะคลอดได้ หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะซีด มีความจำเป็นต้องได้รับการฝากครรภ์ เตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ และภาวะซีดขณะตั้งครรภ์จะต้องได้รับการดูแลแก้ไข จึงมีความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความรู้และให้การดูแลอย่างเป็นระบบ โดยพบว่าอัตราการได้รับยาเสริมธาตุเหล็กในหญิงวัยรุ่นและหญิงวัยเจริญพันธุ์อย่างน้อย 3 เดือน ก่อนการตั้งครรภ์ร้อยละ 30 อัตราภาวะซีดโลหิตจากการขาดธาตุเหล็ก ในหญิงตั้งครรภ์ไม่เกิน 10% อัตราการตายของมารดาจากการตกเลือดหลังคลอดเป้าหมาย 0%
-
เพื่อลดผู้ใหญ่ อายุ 26-60 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก
ร้อยละของผู้ใหญ่ อายุ 26-60 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก
-
เพื่อส่งเสริมหญิงตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ ลดการผิดปกติจากการตั้งครรภ์80
ร้อยละของหญิงคลอด ที่ได้รับการตรวจและเยี่ยมหลังคลอดเพิ่มขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระยะเวลา 6 เดือน85
ร้อยละของแม่ ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพิ่มขึ้น
-
กลุ่มวัยทำงาน25
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด25
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน
ประชุมคณะทำงาน
17 พฤศจิกายน 2568 ถึง 17 พฤศจิกายน 2568คณะทำงานทราบถึงรายละเอียดโครงการ
0.00 บาท -
อบรมให้ความรู้
อบรมให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
-ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 X 6 ชม. จำนวน 2 คน เป็นเงิน 7200 บาท
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม35 บาท X 50 คน X 2 มื้อ เป็นเงิน 3500 บาท
-ค่าอาหารเที่ยงพร้อมเครื่องดื่ม 70 บาท X50 คน เป็นเงิน 3500 บาท
-ค่ากระเป๋าใช้ในการจัดโครงการ 80 X 50 เป็นเงิน 4000 บาท
-ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.5*3.5 เป็นเงิน 1050 บาท
14 เมษายน 2569 ถึง 14 เมษายน 2569หญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดได้รับความรู้ความเข้าใจเรื่องภาวะซีดในขณะตั้งครรภ์และหลังคลอด
19250.00 บาท -
ลงพื้นที่เยี่ยมหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
ลงพื้นที่เยี่ยมหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
-ค่าอาหารว่างพร้อมน้ำของเจ้าหน้าที่ลงเยี่ยม 35*10 เป็นเงิน 350 บาท
-ค่าจัดซื้อ นม ไข่ เพื่อส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ และหลังคลอด ชุดละ 200 X 25 เป็นเงิน 5,000 บาท
13 พฤษภาคม 2569 ถึง 14 พฤษภาคม 2569เยี่ยมหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
5350.00 บาท
1.หญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด ตลอดจนสามีและญาติผู้ดูแล สามารถลดภาวะความเครียด ให้น้อยลง
2.หญิงตั้งครรภ์มีความรู้ ความเข้าใจในพฤติกรรมการดูแลสุขภาพมากขึ้น สามารถดูแลตัวเองได้ดีขึ้น ลดการผิดปกติจากการตั้งครรภ์น้อยลง
3.หญิงหลังคลอดมีน้ำนมเพียงพอสำหรับเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของทารกอย่างมาก
