โครงการดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2569
โครงการดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-L8421-01-06 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดาโต๊ะ | |
| วันที่อนุมัติ | 2 กุมภาพันธ์ 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 18,590.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวมาสือนะ นาแว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลดาโต๊ะ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี |
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) สุขภาพจิตเป็นองค์ประกอบสำคัญของสุขภาพโดยรวม ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) สุขภาพจิตหมายถึงภาวะที่บุคคลสามารถตระหนักรู้ศักยภาพของตนเอง สามารถรับมือกับความเครียดในชีวิตประจำวัน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีในปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนทุกช่วงวัยต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดัน และความไม่มั่นคงในชีวิตมากขึ้น ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพจิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตของคนไทยในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า • ประชาชนไทยมีภาวะความเครียดอยู่ในระดับปานกลางถึงสูงประมาณ ร้อยละ 40–50 • ประชาชนมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าประมาณ ร้อยละ 15–20 • กลุ่มวัยทำงานมีภาวะเครียดจากการทำงานและภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) สูงถึงประมาณ ร้อยละ 30–35 • ผู้สูงอายุมีภาวะเหงา วิตกกังวล และซึมเศร้าแฝงประมาณ ร้อยละ 20–25 นอกจากนี้ จากการสำรวจสุขภาพจิตประชาชนโดยใช้แบบประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น (เช่น แบบประเมินความเครียดและภาวะซึมเศร้า) พบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวช มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการเจ็บป่วยทางจิตใจ และยังมีการตีตราผู้ป่วยทางจิตเวช ส่งผลให้ประชาชนไม่กล้าเข้ารับการคัดกรองหรือขอรับคำปรึกษาเมื่อมีปัญหาสุขภาพจิต จากข้อมูลการให้บริการด้านสุขภาพจิตของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดาโต๊ะ ในปีงบประมาณ 2568 พบว่า • ประชาชนที่มารับบริการมีภาวะความเครียดจากปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ และการทำงาน ประมาณ ร้อยละ 45 • ประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล ประมาณ ร้อยละ 18–22 • กลุ่มวัยทำงานมีความเครียดสะสมและปัญหาการจัดการอารมณ์ ประมาณ ร้อยละ 35 • ผู้สูงอายุมีภาวะเหงา ขาดการเข้าสังคม และมีความเครียดเรื้อรัง ประมาณ ร้อยละ 25 ทั้งนี้พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะในการดูแลใจตนเอง การจัดการความเครียด และการเผชิญปัญหาอย่างเหมาะสม รวมถึงยังขาดระบบการคัดกรองและการติดตามดูแลสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบในระดับชุมชน ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพจิตไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และอาจพัฒนาไปสู่การเจ็บป่วยทางจิตเวชที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดาโต๊ะ ในฐานะหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ จึงเห็นความจำเป็นในการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต (Mental Health Literacy) การคัดกรองกลุ่มเสี่ยง การเสริมสร้างทักษะการดูแลใจตนเอง การลดการตีตราผู้ป่วยทางจิตเวช และการสร้างเครือข่ายการดูแลสุขภาพจิตในระดับชุมชน ผ่านการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ครอบครัว และชุมชน ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดาโต๊ะ จึงได้จัดทำ โครงการดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ ลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพจิต ป้องกันการเกิดปัญหาทางจิตเวชในระยะยาว และสร้างชุมชนที่มีความเข้าใจ เอื้ออาทร และสามารถดูแลสุขภาพจิตของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติด้านการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และสามารถนำไปต่อยอดการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
- เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต และโรคทางจิตเวชแก่ประชาชน
- เพื่อคัดกรองและเฝ้าระวังภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพจิต ในชุมชน
- เพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการความเครียดและ การดูแลใจตนเอง
- เพื่อสร้างเครือข่ายการดูแลสุขภาพจิตในระดับชุมชน
- ดำเนินกิจกรรมประชุมชี้แจงอสม. ชี้แจงเป้าหมาย นโยบาย และวิธีดำเนินงานด้านสุขภาพจิต
- 2. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวชกับผู้เข้าอบรม
- กิจกรรมคัดกรองและประเมินสุขภาพจิต
- 4.กิจกรรมฝึกทักษะการดูแลใจ ให้คำปรึกษาแบบรายบุคคล
- กิจกรรม “ใจดีมีรางวัล” (ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพจิต)
- ติดตามผลและประเมินผลโครงการ
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น สามารถรับรู้และประเมินภาวะสุขภาพจิตของตนเองเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม 2.ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอารมณ์ ความคิด และการจัดการความเครียดในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ส่งผลให้มีภาวะสุขภาพจิตที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว
- กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่มีภาวะเครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้า ได้รับการคัดกรอง เฝ้าระวัง และส่งต่อเพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม รวดเร็ว และต่อเนื่อง ตามระบบบริการสุขภาพ
- ครอบครัวและชุมชนมีบทบาทในการเฝ้าระวัง ดูแล และให้การช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตแก่สมาชิกในชุมชนมากขึ้น เกิดเครือข่ายการดูแลสุขภาพจิตในระดับชุมชนที่เข้มแข็ง
- ลดอัตราการเกิดปัญหาสุขภาพจิตและพฤติกรรมเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เช่น ภาวะซึมเศร้า การทำร้ายตนเอง หรือปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
- หน่วยบริการสุขภาพมีข้อมูลด้านสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สามารถนำไปใช้ในการวางแผน ส่งเสริม ป้องกัน และพัฒนางานด้านสุขภาพจิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขในการดำเนินชีวิต สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน