โครงการการจัดการศพป้องกันการติดเชื้อ ตามแนวทางศาสนาอิสลาม
โครงการการจัดการศพป้องกันการติดเชื้อ ตามแนวทางศาสนาอิสลาม
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการการจัดการศพป้องกันการติดเชื้อ ตามแนวทางศาสนาอิสลาม | |
| รหัสโครงการ | 69-L4156-01-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | องค์การบริหารส่วนตำบลเกะรอ | |
| วันที่อนุมัติ | 6 พฤศจิกายน 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 6 พฤศจิกายน 2568 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 23,100.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวมิสบะ เจ๊ะเต๊ะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา |
หลักการอิสลามมีความเชื่อว่าพระเจ้า(อัลลอฮ์) เป็นผู้สร้างมนุษย์ขึ้นในโลก โดยกำหนดเวลาเกิด เวลาตายไว้ให้แล้ว สัจธรรมข้อหนึ่งที่ทุกคนรู้ดี คือ “ทุกชีวิตต้องลิ้มรสความตาย” แต่ในศาสนาอิสลามนั้น ความตายมิได้เป็นการสิ้นสุดหรือจุดสุดท้ายของชีวิต หากเป็นจุดเริ่มต้นที่จะก้าวไปสู่ชีวิตที่แท้จริงอันเป็น นิรันดร์ อิสลามถือว่าชีวิตในโลกนี้คือการเตรียมตัวสำหรับชีวิตในโลกหน้าอันถาวร ชาวมุสลิมเชื่อว่า เมื่อมนุษย์เสียชีวิตลง วิญญาณของทุกคนจะไปรวมตัวกันอยู่ในโลกหนึ่งที่เรียกว่า “อาลัมบัรซัค” อันเป็นโลกที่คั่นกลางระหว่างโลกนี้กับโลกหน้า ไม่ว่าพวกเขาจะได้รับการฝังอย่างถูกต้องหรือไม่ก็ตาม จนกระทั่งวันแห่งการสิ้นโลกมาถึง ทุกชีวิตจะถูกทำให้ฟื้นขึ้นเพื่อรอรับการตัดสินการกระทำต่างๆ ที่เขากระทำไว้ขณะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ความตายจึงไม่ใช่การสิ้นสุดชีวิต แต่เป็นการย้ายชีวิตจากโลกนี้ไปยังโลกหน้าที่สุขสบายกว่า ยั่งยืนกว่า ศาสนาอิสลามจึงสอนให้มนุษย์ระลึกถึงความตายอยู่เสมอจะได้ไม่กระทำความชั่ว ให้กระทำแต่ความดีและอดทนต่อความทุกข์ ความเจ็บป่วยที่ผ่านเข้ามา เพราะนั่นเป็นเพียงบททดสอบถึงความศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า ผู้ที่ท้อแท้ สิ้นหวังกับชีวิตพึงระลึกไว้เสมอว่าพระเจ้าเป็นที่พึ่ง และทรงมีเมตตาให้อภัยมนุษย์เสมอ ดังนั้น มนุษย์จึงควรทำความดีเพื่อจะได้ใช้ชีวิตในโลกหน้าอย่างมีความสุข เมื่อมุสลิมคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต ญาติหรือผู้เกี่ยวข้องจะต้องอาบน้ำ ห่อศพ ละหมาดขอพรและฝังศพที่สุสาน (กุโบร์) โดยต้องรีบจัดการให้เสร็จภายในเวลา ๒๔ ชั่วโมง โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ 4 ขั้นตอน คือ 1.อาบน้ำให้คนตาย 2. การกะฝั่น(ห่อศพ) 3. การละหมาดให้คนตาย และ 4. การฝังศพในกุโบร์ ซึ่งขั้นตอนการอาบน้ำศพ (การอาบน้ำญะนาซะฮ) และห่อศพผู้เสียชีวิตนั้น จะทำกันที่บ้านของผู้เสียชีวิต และผู้ที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการศพ การอาบน้ำศพนั้น โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่ได้รับการสั่งเสียจากผู้ตายเอง หรือญาติสนิท และโดยส่วนใหญ่ผู้ที่ปฏิบัติมักจะไม่มีการป้องกันอย่างถูกต้องตามหลักสุขลักษณะ เช่น ไม่มีการสวมถุงมือยาง ไม่มีการสวมผ้าปิดปาก เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีทั้งเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ และอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้ที่ทำการอาบน้ำศพได้ เป็นต้น
จากปัญหาและความสำคัญดังกล่าว สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลเกะรอ จึงได้เล็งเห็นปัญหาสำคัญนี้ ประกอบกับอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 16 ให้องค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะ (19) การสาธารณสุข การอนามัยและการรักษาพยาบาล จึงได้จัดโครงการการจัดการศพป้องกันการติดเชื้อ ตามแนวทางศาสนาอิสลาม เพื่อให้ผู้ทำหน้าที่ในการจัดการศพมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอาบน้ำศพ การห่อศพ การจัดการศพที่ถูกต้องตามหลักการสุขลักษณะ และตามหลักศาสนาอิสลาม ลดการแพร่เชื้อที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ทำหน้าที่ในการจัดการศพ รวมทั้งให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคติดต่อต่างๆในการจัดการศพ และวิธีการป้องกันที่ถูกต้องตามสุขลักษณะและหลักการศาสนาอิสลามต่อไป
- เพื่อให้ผู้ทำหน้าที่ในการจัดการศพ มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอาบน้ำศพ การห่อศพ การจัดการศพที่ถูกต้องตามหลักสุขลักษณะ และตามหลักการศาสนาอิสลาม ลดการแพร่เชื้อที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ทำหน้าที่ในการจัดการศพเพื่อให้ผู้นำศาสนา และประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการศพเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- เพื่อให้ผู้ทำหน้าที่ในการจัดการศพ มีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคติดต่อต่างๆในการจัดการศพ และวิธีการป้องกันที่ถูกต้องตามสุขลักษณะและหลักการศาสนาอิสลาม
- อบรมให้ความรู้ความเข้าใจในการจัดการศพเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในการจัดการศพเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ผู้นำศาสนา และประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการศพเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ประชาชนสามารถปฏิบัติจัดการศพ และตระหนักถึงการป้องกันตนเองเพื่อให้ห่างไกลจากการ ติดเชื้อได้