ส่งเสริมพัฒนาทักษะ EF ด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการ สำหรับเด็กปฐมวัย
ส่งเสริมพัฒนาทักษะ EF ด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการ สำหรับเด็กปฐมวัย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ส่งเสริมพัฒนาทักษะ EF ด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการ สำหรับเด็กปฐมวัย | |
| รหัสโครงการ | 69-L5192-03-10 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์มัสยิดบ่าโร๊ะสีตี | |
| วันที่อนุมัติ | 6 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 26 กุมภาพันธ์ 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 51,345.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวตัสนีม สาแมแน็ง, นางรอซีด๊ะ สาแมแน็ง, นายสุรเดช เดเระมะ, นายวีรชาติ สาแมแน็ง และนางสาวฮาซาน๊ะ หมานเหล็ม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์มัสยิดบ่าโร๊ะสีตี |
ด้วย ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์มัสยิดบ่าโร๊ะสีตี มีนักเรียนระดับปฐมวัยทั้งหมด 40 คน ครู 2 คน นักเรียนมีภาวะร่างกายตามหลักโภชนาการเป็นไปตามปกติ แต่มีสมรรถนะทางร่างกายและการเจริญเติบโตสมวัยคิดเป็นร้อยละ 70 เนื่องจาก ไม่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะทางกายอย่างเพียงพอและเหมาะสม สาเหตุที่สำคัญเกิดจากศูนย์ฯไม่มีงบประมาณในการจัดซื้อชุดของเล่น เครื่องเล่นต่างๆ ได้ การจัดสรรรายหัวนักเรียนไม่เพียงพอ สนามเด็กเล่นชำรุด ผุพัง ขึ้นสนิมเกินกว่าจะซ่อมแซม เสี่ยงต่อการใช้ประโยชน์การเล่น ซึ่งทางศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์มัสยิดบ่าโร๊ะสีตี ได้พยายามฝึกประสบการณ์ด้วยการเล่นกิจกรรมพื้นบ้านหรือวิธีอื่นทดแทน เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และสามารถพัฒนาสมรรถนะทางกายให้สมวัย อีกทั้งในปัจจุบันพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเป็นที่น่าวิตกมากเมื่อพบว่าโดยภาพรวมแล้ว เด็กปฐมวัยมีแนวโน้มพัฒนาการล่าช้าในทุกๆด้าน ในปี 2568 ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์มัสยิดบ่าโร๊ะสีตี ได้ใช้เครื่องมือ DSPM ในการวัดประมินพัฒนาการเด็กทั้ง 5 ด้าน 1.การเคลื่อนไหว(GM)คิดเป็นร้อยละ 100 2.กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา คิดเป็นร้อยละ 100 (FM) 3.การเข้าใจภาษา (RL) คิดเป็นร้อยละ 80 4.การใช้ภาษา (EL) คิดเป็นร้อยละ 80 5.การช่วยเหลือตนเองและสังคม (PS) คิดเป็นร้อยละ 100 โดยกลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียน 40 คน มีการประเมิน 3 ช่วง ในศูนย์ฯบ่าโร๊ะสีตี 1.ช่วงอายุ 25-29 เดือน (2ปี 1 เดือน -2ปี 5 เดือน) 2.ช่วงอายุ30 เดือน (2 ปี 6 เดือน) 3.ช่วงอายุ 31-36 เดือน (2ปี 7 เดือนถึง 3ปี) การใช้ DSPM ทำให้พ่อแม่และครูเห็นสัญญาณความล่าช้าในด้านต่างๆ ได้เร็วกว่า โดยเฉพาะความล่าช้าทางสมอง ทำให้สามารถแก้ไขและกระตุ้นพัฒนาการได้ทันเวลาในช่วงวัยวิกฤต ปัจจุบันสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยที่พ่อแม่ ผู้ปกครองขาดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยดังนั้นจึงหาของเล่นที่สำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาด โดยไม่คำนึงถึงว่าของเล่นนั้นๆสามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยหรือไม่ สำหรับเด็กปฐมวัย การเล่นมีความสำคัญต่อการพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก โดยเน้นการเล่นและลงมือทำ เพื่อฝึกสมองส่วนหน้าด้านการวางแผน ความจำ ความยืดหยุ่นทางความคิด และการควบคุมตนเอง เพราะการเล่นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ของเด็กในอนาคตดังนั้น พ่อ แม่ และผู้เลี้ยงดู ต้องเข้าใจและสามารถนำของเล่น หรือกิจกรรม
อย่างไรก็ตามศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ่าโร๊ะสีตีได้นำทักษะ EF ทักษะที่เป็นแกนหลัก 3 อย่างในวัยเด็กปฐมวัย ได้แก่ ทักษะความจำที่นำข้อมูลมาใช้งาน ทักษะการยับยั้งชั่งใจและการควบคุม ทักษะการคิดและปรับการกระทำอย่างยืดยุ่น จึงนำ EFเข้ามาเสริมในการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
ทางศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์มัสยิดบ่าโร๊ะสีตีมีการจัดโครงการหนูน้อยวัยใส ใสใจสุขภาพ เมื่อปี มีพัฒนาการของเด็กปฐมวัย เป็นที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมากจากการใช้ชุดตรวจพัฒนาการ DSPM เด็กมีพัฒนาการสมวัยในทุกๆด้าน นักเรียนผ่านทุกข้อตามช่วงวัยของตน
ดังนั้น ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์มัสยิดบ่าโร๊ะสีตี จึงเห็นความสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการที่สมวัยตามช่วงอายุ ผู้บริหาร ครูผู้ดูแลเด็ก จึงเล็งเห็นความสำคัญของเด็กเป็นเรื่องสำคัญ และควรส่งเสริมให้เกิดโครงการส่งเสริมพัฒนาทักษะ EF ด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการทั้ง 5ด้าน สำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งอยากให้โครงการนี้ได้ต่อยอดจากโครงการหนูน้อยวัยใส ใส่ใจสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้เด็กบ่าโร๊ะสีตีมีพัฒนาการที่สมวัยในทุก ๆ ด้านตามช่วงวัยอายุของตนเองผ่านกิจกรรมการเล่นได้อย่างเหมาะสมกับวัย เช่น การเล่นบทบาทสมมุติ เกมหยุด-เดิน งานศิลปะ/ดินน้ำมัน ชุดโต๊ะทราย การเรียงบล็อกไม้ และการเล่านิทาน ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เด็กมีสมาธิ มุ่งมั่น แก้ปัญหาเป็น ช่วยให้กล้ามเนื้อทั้งมัดเล็ก มัดใหญ่มีความแข็งแรง ช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษาและสังคม ช่วยกระตุ้นระบบประสาทสัมผัส ได้เหมาะสมกับวัยและเป็นตัวช่วยให้เด็กได้ระบายอารมณ์และความรู้สึกซึ่งการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยก้าวไปอย่างมีคุณภาพซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในอนาคต
- ร้อยละ80ของนักเรียนมีพัฒนาการสมวัยทั้ง ๔ ด้าน ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคมและด้านสติปัญญา
- ร้อยละ70ของผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะสมอง หรือ EF สำหรับพัฒนาการเด็กปฐมวัย
- ร้อยละ80ของครู ผู้ปกครอง เด็กมีความรู้และทักษะการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานผ่านการลงมือทำ
- ประชุมจัดเตรียมโครงการ
- EF-Based Health Activies สอดคล้องกับแผนจัดประสบการณ์ของเด็กปฐมวัย
- การอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พลังของการเล่น (The Power of Paly) การกระตุ้น EF สมองโดยใช้กิจกรรม STEAM บนพื้นฐานการเล่นธรรมชาติ”
- สรุปรายงาน
1.เด็กสามารถเล่นสื่อวัสดุได้อย่างสนุกสนานและได้รับพัฒนาการครบทั้ง 5 ด้าน โดยใช้ DSPM 2.ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสื่อที่เหมาะสมสำหรับพัฒนาการเด็ก