โครงการส่งเสริมการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม
| ชื่อโครงการ | โครงการส่งเสริมการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L68278-01-08 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| วันที่อนุมัติ | 26 กุมภาพันธ์ 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กันยายน 2569 |
| งบประมาณ | 63,750.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลบันนังสตา |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบันนังสตา |
| พี่เลี้ยงโครงการ | - |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.25,101.233place |
| งวด | วันที่งวดโครงการ | วันที่งวดรายงาน | งบประมาณ (บาท) | |||
|---|---|---|---|---|---|---|
| จากวันที่ | ถึงวันที่ | จากวันที่ | ถึงวันที่ | |||
| 1 | 26 กุมภาพันธ์ 2569 | 30 กันยายน 2569 | 63,750.00 | |||
| รวมงบประมาณ | 63,750.00 | |||||
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | 350 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มวัยทำงาน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด | |||
|---|---|---|---|---|
| 1 | ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทยและแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โรคมะเร็งที่พบมาก ที่สุดในประเทศไทย คือ โรคมะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมตามลำดับ ในประเทศ ไทย โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในสตร | 0.00 |
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทยและแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โรคมะเร็งที่พบมาก ที่สุดในประเทศไทย คือ โรคมะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมตามลำดับ ในประเทศ ไทย โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในสตรีไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณปีละ 6,300 ราย พบมากที่สุดอายุระหว่างอายุ 45-50 ปี ระยะที่พบส่วนใหญ่อยู่ในระยะลุกลาม การรักษาจึงเป็นไปได้ยาก ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง การป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูก ต้องมีการค้นหาโดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้ พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรกและในระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการ รักษาในระยะลุกลาม ปัจจุบันมีวิธีการตรวจแบบเจาะลึกระดับ DNA ด้วยเทคนิค HPV DNA Testing ที่สามารถ ค้นหาเชื้อเอชพีวีอย่างแม่นยำตั้งแต่ระยะแรก ทำให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่เชื้อจะพัฒนาเป็นมะเร็งปาก มดลูกและการคัดกรองด้วยการทำ HPV DNA Testing ในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30-60 ปี ทำให้ช่วยลดอัตราการ เกิดอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่เป็นแล้วจะทำให้เกิดอาการป่วยและ เสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ซึ่งผู้ป่วยที่ไปรับการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่มักจะไปรับการรักษาเมื่ออยู่ในระยะที่เป็นมาก แล้ว ทำให้ผลการรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรแต่ในขณะเดียวกันโรคมะเร็งเป็นโรคหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้า หากได้รับการตรวจวินิจฉัยและมาพบแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ปัจจุบันสตรีจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดความรู้ในเรื่อง โรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ดังนั้น เพื่อให้หญิงวัยเจริญพันธ์ได้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคนี้ในสถานบริการหน่วยบริการปฐมภูมิโรงพยาบาลบันนังสตา ในปี 2568 มีหญิงที่เป็น มะเร็งเต้านม 0 ราย และในปี 2568 มีผู้รับบริการตรวจ มะเร็งปากมดลูกผิดปกติจำนวน 0 ราย และเพื่อตอบสนองนโยบายในการสร้างสุขภาพมากกว่าการซ่อมสุขภาพ จึงได้ดำเนินการตรวจค้นหามะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม แก่หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งมีภาวะเสี่ยงต่อโรคนี้สูง อาทิเช่น มีการคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานาน เพื่อเป็น การเฝ้าระวังโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพดีถ้วนหน้าของหญิงวัยเจริญพันธุ์ต่อไป
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก และได้รับการรักษาตามมาตรฐาน ผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก และได้รับการรักษาตามมาตรฐานและส่งต่อ ร้อยละ 85 |
||
| 2 | 2.หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูกและสามารถถ่ายทอดในชุมชนได้ หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูกและสามารถถ่ายทอดในชุมชน ร้อยละ 85 |
||
| 3 | 3. ป้องกันอัตราป่วยตายจากมะเร็งปากมดลูก อัตราการตาย ของโรคมะเร็งปากมดลูก เท่ากับ 0 |
||
| 4 | 4.หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างน้อยทุก 5 ปี หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก เพิ่มขึ้น |
||
| 5 | 5.หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านม ทุก 1 ปี หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านม ร้อยละ 85 |
| วันที่ | ชื่อกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) | งบกิจกรรม (บาท) | ทำแล้ว | ใช้จ่ายแล้ว (บาท) | |
|---|---|---|---|---|---|---|
วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 : 1. เพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก และได้รับการรักษาตามมาตรฐาน |
||||||
| รวม | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | ||
วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 : 2.หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูกและสามารถถ่ายทอดในชุมชนได้ |
||||||
| รวม | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | ||
วัตถุประสงค์ข้อที่ 3 : 3. ป้องกันอัตราป่วยตายจากมะเร็งปากมดลูก |
||||||
| รวม | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | ||
วัตถุประสงค์ข้อที่ 4 : 4.หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างน้อยทุก 5 ปี |
||||||
| รวม | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | ||
วัตถุประสงค์ข้อที่ 5 : 5.หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านม ทุก 1 ปี |
||||||
| รวม | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | ||
หมายเหตุ : งบประมาณ และ ค่าใช้จ่าย รวมทุกวัตถุประสงค์อาจจะไม่เท่ากับงบประมาณรวมได้
- หญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 30-70 ปี ได้รับความรู้ความเข้าใจ และ ตระหนักถึง โรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
- หญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรอง โดยวิธีเอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA Test)
- หญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองเต้านมโดยเจ้าหน้าที่
- หญิงวัยเจริญ
- พันธุ์ได้ส่งต่อผู้มีผลตรวจผิดปกติเพื่อการรักษา
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 11:16 น.