โครงการอบรมและตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดของเกษตรกรและกลุ่มเสี่ยง ประจำปี 2569
| ชื่อโครงการ | โครงการอบรมและตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดของเกษตรกรและกลุ่มเสี่ยง ประจำปี 2569 |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 69-L7252-01-02 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานสาธารณสุขอื่นของ อปท. เช่น กองสาธารณสุขของเทศบาล |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองสะเดา |
| วันที่อนุมัติ | 2 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 4 มีนาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กันยายน 2569 |
| งบประมาณ | 46,000.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวสุกันยา สิเดะ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | นายมนูญ วันแก้ว |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.636,100.416place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 100 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
สถานการณ์โรคและภัยสุขภาพจากสารเคมีในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการนำเข้าสารเคมี กำจัดศัตรูพืชสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราป่วยของโรคจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่งสูงขึ้นเช่นกัน กลุ่มเกษตรกร
เป็นกลุ่มแรงงานที่สำคัญของประเทศ และยังคงมีปัญหาการเจ็บป่วยจากพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและ
สารกำจัดแมลง ซึ่งอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชดังกล่าวทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทั้งเฉียบพลัน
และเรื้อรัง อาการแสดงเฉียบพลันมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น
ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับ ส่วนอาการเรื้อรังสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะสะสมในระบบต่างๆ ของร่างกายทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย สารเคมีที่เข้าไปสะสมจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จนแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือด และระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนัง การสูดหายใจเอาละอองสารเคมีที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานน้ำและอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อน ซึ่งพฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ไม่ปลอดภัยนั้น ทำให้เกษตรกรผู้อาศัยในชุมชนและผู้บริโภคมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูเพิ่มขึ้น ในส่วนของการตรวจวิเคราะห์หาสารพวกออร์กาโนฟอสเฟตหรือคาร์บาเมท จากอวัยวะต่างๆ หรือจากเลือดมักจะได้ผลไม่ดี เนื่องจากสารพิษเหล่านั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างรวดเร็ว
โดยเกิดปฏิกิริยาทางเคมีหลายอย่าง จึงนิยมใช้วิธีตรวจหาระดับของเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส(Cholinesterase Enzyme) ในเลือดและอวัยวะต่างๆ เป็นการยืนยันการเป็นพิษแทน เพราะสารเคมีทั้งสองกลุ่มนี้
มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterrse Enzyme) ซึ่งสามารถตรวจหาเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterrse Enzyme) โดยใช้กระดาษทดสอบพิเศษขององค์กรการเภสัชกรรม
เทศบาลเมืองสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาค
การเกษตรกรรม ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง ดังนั้น เทศบาลเมืองสะเดา จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในพื้นที่ จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดเกษตรกรและกลุ่มเสี่ยง ประจำปี 2569 ขึ้นเพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ใน
ระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจความเสี่ยงจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
|
||
| 2 | 2. เพื่อตรวจหาระดับสารเคมีตกค้างในเลือดของประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการใช้หรือได้รับสารเคมี กำจัดศัตรูพืช
|
||
| 3 | 3. เพื่อเฝ้าระวังภาวะสุขภาพของประชากรจากการใช้หรือได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
|
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
1.ขั้นเตรียมการ
1.1 สำรวจ รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
1.2 ประชุมชี้แจงโครงการเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และวางแผนการดำเนินโครงการ
1.3 เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติ
1.4 ประสานพื้นที่เพื่อเตรียมการและจัดทำแผนการกำหนดวันดำเนินโครงการ
2. ขั้นดำเนินการ
2.1 จัดทำป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ
2.2 จัดซื้อชุดและอุปกรณ์ตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือด
2.3 จัดทำแบบประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัด ศัตรูพืช
2.4 ประชาสัมพันธ์โครงการ
2.5 ดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเกษตรกรหรือผู้บริโภค
2.6 แจ้งผลให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ทราบผลการตรวจว่าอยู่ในระดับใด
3. ขั้นติดตาม ประเมิน และสรุปโครงการ
3.1 ผู้จัดทำโครงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานที่สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ ของโครงการ
3.2 รายงานผลการจัดทำโครงการ
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจความเสี่ยงจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
- ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจหาระดับสารเคมีตกค้างในเลือดของประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการใช้หรือได้รับสารเคมี กำจัดศัตรูพืช 3.. ผู้เข้าร่วมประชุมได้เฝ้าระวังและป้องกันภาวะสุขภาพของตนเองจากการใช้หรือได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 11:19 น.