กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

stars
1. รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ โครงการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากและสร้างเสริมสุขภาพช่องปากที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2569
ประเภทโครงการ โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท
รหัสโครงการ
ประเภทการสนับสนุน ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข
หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต.
วันที่อนุมัติ 4 มีนาคม 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569
กำหนดวันส่งรายงาน 30 กันยายน 2569
งบประมาณ 12,405.00 บาท
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางปอ
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวหทัยรัตน์ สติรักษ์
พี่เลี้ยงโครงการ
พื้นที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านแคนา หมู่ 7 ตำบลบางปอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส
ละติจูด-ลองจิจูด 6.33,101.804place
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
แผนงานอนามัยแม่และเด็ก
stars
3. งวดสำหรับการทำรายงาน
งวดวันที่งวดโครงการวันที่งวดรายงานงบประมาณ
(บาท)
จากวันที่ถึงวันที่จากวันที่ถึงวันที่
1 1 เมษายน 2569 30 กันยายน 2569 12,405.00
รวมงบประมาณ 12,405.00
stars
4. กลุ่มเป้าหมาย

(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)

กลุ่มเป้าหมายจำนวน(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน 115 keyboard_arrow_down

กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน :

กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
stars
5. หลักการและเหตุผล/สถานการณ์
สถานการณ์ปัญหาขนาด

ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล

ปัญหาด้านสุขภาพช่องปากเป็นปัญหาที่สำคัญประการหนึ่ง ที่พบมากในนักเรียนระดับประถมศึกษาเมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆ ที่ตรวจพบในกลุ่มช่วงอายุเดียวกัน โดยปัญหาด้านสุขภาพช่องปากนั้น นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพช่องปากของเด็กแล้ว ยังมีผลกระทบทั้งต่อการเรียนและพัฒนาการของเด็ก นักเรียนประถมศึกษาซึ่งอยู่ในช่วงอายุ 6-12 ปี เป็นวัยที่ฟันแท้เริ่มขึ้นใหม่และมีโอกาสตรวจพบฟันมีหลุมร่องลึกสูง เมื่อรวมกับอุปนิสัยหรือพฤติกรรมของเด็กที่ชอบรับประทานของหวาน และของกินจุบจิบระหว่างมื้อบ่อย หากขาดความรู้ ความสามารถในการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองอย่างถูกวิธี จะมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดโรคในช่องปาก ซึ่งปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบได้บ่อยในเด็กช่วงกลุ่มอายุเหล่านี้ คือ โรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ โรคในช่องปากเป็นโรคที่สามารถป้องกันและสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเริ่มต้นส่งเสริมตั้งแต่วัยเด็ก การฝึกฝนให้เด็กมีนิสัยการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีร่วมกับการส่งเสริมป้องกันและการบำบัดรักษาโรคในระยะแรกจะช่วยป้องกันและควบคุมโรคในช่องปากของเด็กได้ดี
จากข้อมูลการตรวจสุขภาพช่องปากนักเรียนในปีการศึกษา 2568 ตามระบบเฝ้าระวังทันตสุขภาพในโรงเรียนประถมศึกษาเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางปอ มีนักเรียนจำนวนทั้งหมด 518 คน พบว่า นักเรียนมีสภาวะฟันดี ปราศจากฟันผุ (Caries free) จำนวน 65 คน คิดเป็นร้อยละ 12.55 มีสภาวะฟันกรามถาวรผุจำนวน 453 คน คิดเป็นร้อยละ 87.45 และมีสภาวะเหงือกอักเสบจำนวน 204 คน คิดเป็นร้อยละ 39.38 เมื่อจำแนกตามเขตโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านยารอ โรงเรียนบ้านโคกตีเต โรงเรียนบ้านโคกสุมุ และโรงเรียนบ้าน แคนา พบว่า นักเรียนมีสภาวะฟันดี ปราศจากฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 10.18, 37.29, 8.94 และ 8.88 ตามลำดับ มีสภาวะฟันกรามถาวรผุ ร้อยละ 89.82, 62.71, 91.06 และ 91.12 ตามลำดับ และมีสภาวะเหงือกอักเสบ ร้อยละ 47.90, 20.34, 19.51 และ 52.07 ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าโรงเรียนบ้านแคนามีอัตราฟันดี ปราศจากฟันผุ (Caries free) ต่ำที่สุด และมีอัตราฟันกรามถาวรผุร่วมกับเหงือกอักเสบสูงกว่าโรงเรียนอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาทันตสาธารณสุขในโรงเรียน โดยงานทันตสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางปอเล็งเห็นความสำคัญจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากและส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากนักเรียนประถมศึกษาโรงเรียนบ้านแคนา เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความสามารถในการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง รวมถึงได้รับการรักษาโรคเบื้องต้นในช่องปาก เพื่อให้นักเรียนมีสภาวะช่องปากที่ดี ปราศจากฟันผุ

stars
6. วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จขนาดปัญหาเป้าหมาย 1 ปี
1 เพื่อให้นักเรียนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากวัยเรียน และมีพฤติกรรสุขภาพช่องปากที่พึงประสงค์

 

2 เพื่อให้นักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากได้รับบริการทันตกรรมและแก้ไขปัญหาตามระดับ

 

stars
7. การดำเนินงาน/กิจกรรม
stars
8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. นักเรียนสามารถนำความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากที่ได้ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกวิธี จนมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น และสามารถเผยแพร่ความรู้ที่ได้แก่ครอบครัวและคนรอบข้างได้
  2. นักเรียนเห็นความสำคัญและใส่ใจการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองมากขึ้น
  3. โรงเรียนมีกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
  4. นักเรียนได้รับการตรวจและประเมินสุขภาพช่องปากทุกภาคการเรียน รวมถึงได้รับบริการทันตกรรมเพื่อรักษาโรคในช่องปากได้อย่างทั่วถึง
stars
9. เอกสารประกอบโครงการ

โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 14:09 น.