โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยการส่งเสริมการใช้สมุนไพรในชุมชนปี 2569
| ชื่อโครงการ | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยการส่งเสริมการใช้สมุนไพรในชุมชนปี 2569 |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L2972-10(1)-4 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| วันที่อนุมัติ | 4 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 31 ตุลาคม 2569 |
| งบประมาณ | 7,800.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอุแตบือราแง |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางฟารีฮา เด่นอุดม |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.603,101.554place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | 30 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในลำดับต้น ๆ ของประเทศไทย จากข้อมูลของ กระทรวงสาธารณสุข และ กรมควบคุมโรค พบว่าแนวโน้มอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชนที่มีภาวะเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ (Pre-diabetes) และผู้ที่มีระดับความดันโลหิตสูงกว่าปกติ (Pre-hypertension) ซึ่งหากไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม จะมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคเรื้อรังและเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ นโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศได้กำหนดเป้าหมายลดอัตราป่วยรายใหม่ของโรค NCDs โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานเชิงป้องกันในระดับปฐมภูมิ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ 2ส และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ควบคู่กับการสนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอย่างเหมาะสม ตามแนวทางของ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว จากข้อมูลทะเบียนสุขภาพประชาชนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอุแตบือราแง พบว่าจำนวนประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากผลการคัดกรองภาวะสุขภาพของประชากรอายุ 35 ปีขึ้น ประชากรทั้งหมดในพื้นที่ จำนวน 522 คน เข้ารับการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูง จำนวน 472 ราย ร้อยละ 90.42 ผลการคัดกรองปกติจำนวน 228 ร้อยละ 48.31 เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 178 คน ร้อยละ 37.71 และสงสัยป่วย จำนวน 66 ร้อยละ 13.98.และ ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อควบคุมและชะลอการเกิดโรคในกลุ่มประชาชนดังกล่าว พื้นที่ตำบลมีศักยภาพด้านทรัพยากรสมุนไพรพื้นบ้านที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ เช่น มะระขี้นก กระเจี๊ยบแดง ซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนว่าสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้ในระดับหนึ่งเมื่อใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งนี้ การส่งเสริมการปลูกและใช้สมุนไพรในครัวเรือนยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ เสริมสร้างการพึ่งพาตนเองของประชาชน และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอุแตบือราแง สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี จึงเห็นสมควรจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยบูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ร่วมกับการใช้สมุนไพรในชุมชนอย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย เพื่อชะลอการเกิดโรค ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการใช้สมุนไพรในการป้องกันโรคโรคได้อย่างถูกต้อง 1.กลุ่มเสี่ยงที่เข้ารับการอบรมมีความเข้าใจเพิ่มขึ้นถึงอันตรายของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ร้อยละ 50 |
||
| 2 | 2. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้รับการติดตามครบ 6 ครั้ง 2.กลุ่มเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนตามวิถีมุสลิมได้รับการติดตามครบ 6 ครั้ง ร้อยละ 80 |
||
| 3 | 3. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงปรับพฤติกรรม เพื่อปรับสถานะตนเองอยู่ในกลุ่มปกติ 3.กลุ่มเสี่ยงปรับสถานะสุขภาพตนเองกลายเป็นกลุ่มปกติ ร้อยละ 20 |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ 2ส และสามารถใช้สมุนไพรในชุมชนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ส่งผลให้สามารถป้องกันและชะลอการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญเกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง รพ.สต. อสม. และภาคีประชาชน ในการควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่กระแสการดูแลสุขภาพและการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพของประชาชนในชุมชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2569 20:32 น.