โครงการวัยรุ่นทุ่งหวังยุคใหม่ห่างไกลยาเสพติดพิชิตโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
| ชื่อโครงการ | โครงการวัยรุ่นทุ่งหวังยุคใหม่ห่างไกลยาเสพติดพิชิตโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | l8401-69-04 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งหวัง |
| วันที่อนุมัติ | 5 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 13,300.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางธนิสสรา เจ๊ะแม็ง |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ทุ่งหวัง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.069,100.657place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | 50 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน : |
||
| กลุ่มวัยทำงาน | 10 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มวัยทำงาน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทย พบปัญหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก
ซึ่งพบว่าการแพร่ระบาดของยาเสพติดโดยเฉพาะกลุ่มเมทแอมเฟตามีนหรือกลุ่มยาบ้ามีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น จากการสำรวจประชากรของประเทศไทยในปี 2562 พบว่า ร้อยละ 0.7 ของประชากรอายุ
12-65 ปี ใช้เมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกในปีที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 1.3 เคยใช้ยาเมทแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า
รวมแล้วคิดเป็นจำนวนกว่าล้านคน ซึ่งมีการแพร่ระบาดเข้าไปในสังคมทุกชนชั้นทั่วประเทศ นับเป็นปัญหาสำคัญที่ทำลายทรัพยากรมนุษย์ ที่เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ เกิดปัญหาสังคมที่ส่งผล กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และคุณภาพชีวิตของประชากร ผลที่ตามมาคือเกิดการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงเนื่องจากการติดยาและสารเสพติด เป็นการเจ็บป่วย เรื้อรัง เป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องดูแลต่อเนื่อง เป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องการการดูแลที่ถูกต้อง และยังพบว่าการใช้ยา เสพติดของผู้เข้าบำบัดรักษาที่กลุ่มผู้ติด และกลุ่มผู้ติดรุนแรงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (บุรฉัตร จันทร์แดง ,2560) ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีผู้เข้ารับการรักษา อาการจิตเวชจากยาเสพติดมากถึง 474,826 ราย เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อนหน้าและเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
ที่มีเพียง 26,08 ราย โดยปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 18 จาก จำนวนผู้เข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวชทั้งหมด นอกจากนี้พบว่าสัดส่วนผู้เข้าบำบัดรักษายาเสพติดรายเก่ายัง สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม, 2566, น.21) และจากข้อมูลผู้ป่วยยาเสพติดและจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V) บนระบบ คลังข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าการเข้ารับบริการสะสมตั้งแต่ ปี 2559 ถึงปี 2565 จำนวน 27,518 คน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จำนวน 1,463 คน 2,783 คน และ 3,527 คน ในปี 2563, 2564 และ 2565 ปัญหาที่สำคัญคือการใช้สารเสพติดเป็นปัจจัยกระตุ้นนำไปสู่การเกิดอาการทางจิตที่รุนแรงขึ้น เช่นหลงผิด หวาดระแวง หูแว่ว ภาพหลอนพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ทำร้ายตนเองผู้อื่น หรือทำลายทรัพย์สินมีผลกระทบต่อ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม นำไปสู่ภาวะพร่องหรือการสูญเสียการปฏิบัติต่าง ๆ (กรมสุขภาพจิต กระทรวง สาธารณสุข, 2566) และพบว่า พฤติกรรมการใช้ยาเสพติดที่น่ากังวลคือ การใช้ยาเสพติดของผู้เข้าบำบัดรักษาที่ กลุ่มผู้ติดและกลุ่มผู้ติดรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง(บุรฉัตร จันทร์แดง, 2560) และมีแนวโน้มของการเกิด พฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรง มีการทำร้ายตนเอง ทำร้ายบุคคลใกล้ชิด (พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ และคณะ, 2560) เยาวชนหรือวัยรุ่นซึ่งอยู่ในช่วงวัยเรียน เป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม เป็นช่วงรอยต่อของความเป็นเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ แต่ด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม ทำให้เยาวชนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่ชัดเจน โดยเฉพาะปัญหาด้านพฤติกรรมเนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ชอบลองผิดลองถูก
ให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ ปัญหาพฤติกรรมที่สำคัญของวัยรุ่น คือ ปัญหาการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา การมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งมักส่งผลกระทบอื่น ๆ ตามมาหลายด้าน เช่น ส่งผลต่อเรื่องการเรียน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โรคติดต่อ อาชญากรรม การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เป็นต้น ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นจุดเริ่มต้นในการรวมกลุ่ม ของวัยรุ่นที่จะนำไปสู่การมั่วสุมเสพสารเสพติดและการมีเพศสัมพันธ์ จะเห็นได้จากการมีเยาวชนเป็นนักสูบหน้าใหม่ 54.7
คนต่อวัน มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการดื่มสุรา 3.5 เท่า ใช้ยาเสพติด 17 เท่า และมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร 3.7 เท่า (ที่มา http://www.nationtv.tv) ประกอบกับข้อมูลสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบว่า โรคหนองใน และโรคซิฟิลิส พบมากที่สุดในอยู่ในช่วงอายุ 15 – 24 ปี ซึ่งผู้ป่วยอยู่ในช่วงวัยเรียน วัยเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึง การมีเพศสัมพันธ์อย่างไม่ปลอดภัย อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี
ซึ่งในส่วนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งหวังรับผิดชอบดูแลหมู่บ้าน หมู่ที่ 1, 2, 3, 9 และ 10 มีเยาวชนอายุ 15 - 24 ปี จำนวน 625 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด จากข้อมูลฝ่ายปกครองในปี พ.ศ.2568 พบผู้เสพยาเสพติดใน หมู่ 1,2,3,9 และ 10 ต.ทุ่งหวัง จำนวน 26 คน และได้รับการบำบัดหลายรอบแต่ก็ยังกลับมาเสพซ้ำและสร้างปัญหาขึ้นในชุมชน
จากปัญหาข้างต้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งหวัง ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหายาเสพติดที่ระบาดอย่างหนักในหมู่เยาวชนวัยรุ่นวัยเรียน จึงได้จัดทำโครงการ วัยรุ่นทุ่งหวังยุคใหม่ห่างไกลยาเสพติดพิชิตโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ขึ้น
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อให้เยาวชนได้มีความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
|
||
| 2 | สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติดและผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ สังคม
|
||
| 3 | สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ ส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกป้องกันไม่ให้เยาวชนไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
|
||
| 4 | พัฒนาเยาวชนให้มีคุณถาพชีวิตที่ดีมีความเชื่อมั่นในตนเองและมีทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็น
|
||
| 5 | จัดตั้งกลุ่มวัยรุ่นทุ่งหวังห่างไกลยาเสพติดส่งเสริมให้มีกิจกรรมสร้างสรรค์ และมีเยาวชนต้นแบบ
|
| วันที่ | ชื่อกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) | งบกิจกรรม (บาท) | ทำแล้ว | ใช้จ่ายแล้ว (บาท) | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 12 มี.ค. 69 | - ค่าอุปกรณ์กระดาษเครื่องเขียนในกิจกรรม 1 โครงการ | 0 | 2,000.00 | - | ||
| 1 เม.ย. 69 - 30 ก.ย. 69 | - ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ มื้อละ 60 บาท จำนวน 60 คน (รวมคณะทำงาน) | 60 | 3,600.00 | - | ||
| 1 เม.ย. 69 - 30 ก.ย. 69 | - ค่าอาหารว่าง 2 มื้อ มื้อละ 30 บาท จำนวน 60 คน (รวมคณะทำงาน) | 0 | 3,600.00 | - | ||
| 1 เม.ย. 69 - 30 ก.ย. 69 | - ค่าไวนิลโครงการขนาด 1 × 3 เมตร จำนวน 1 ป้าย | 0 | 500.00 | - | ||
| 1 เม.ย. 69 - 30 ก.ย. 69 | - ค่าสมนาคุณวิทยากร 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท | 0 | 3,600.00 | - | ||
| รวม | 60 | 13,300.00 | 0 | 0.00 |
- เยาวชนที่เข้ารับการอบรมมีความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- เยาวชนมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติดและผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ สังคม
- เยาวชนที่เข้ารับการอบรมมีภูมิคุ้มกันทางใจ ส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกป้องกันไม่ให้เยาวชนไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
- เยาวชนที่เข้ารับการอบรมมีคุณถาพชีวิตที่ดีมีความเชื่อมั่นในตนเองและมีทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็น
- สามารถจัดตั้งกลุ่มวัยรุ่นทุ่งหวังห่างไกลยาเสพติดส่งเสริมให้มีกิจกรรมสร้างสรรค์ และมีเยาวชนต้นแบบ
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 14:05 น.