directions_run
โครงการจัดหากายอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการดูแลคนพิการและผู้ด้อยโอกาส ตำบลจะรัง
กองทุนสุขภาพตำบล อบต.จะรัง
โครงการจัดหากายอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการดูแลคนพิการและผู้ด้อยโอกาส ตำบลจะรัง
รายละเอียดโครงการ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการจัดหากายอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการดูแลคนพิการและผู้ด้อยโอกาส ตำบลจะรัง | |
| รหัสโครงการ | 69-l3037-03-10 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ตำบลจะรัง | |
| วันที่อนุมัติ | 13 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 123,250.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายมะ มะแซ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.จะรัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี |
ประเด็น
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
- ร้อยละคนพิการที่เข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ ขนาด 70.00
- ร้อยละของคนพิการที่ได้รับกายอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ขนาด 30.00
- ร้อยละของคนพิการที่อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมหรือที่อยู่อาศัยเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ขนาด 40.00
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
- เพื่อเพิ่มคนพิการที่เข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรภาพ
- เพื่อเพิ่มคนพิการที่เข้าถึงกายอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต
- เพื่อลดร้อยละของคนพิการที่อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมหรือที่อยู่อาศัยเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
- สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงในพื้นที่ตำบลจะรัง
- สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงในพื้นที่ตำบลจะรัง
- จัดทำโครงการเสนอขอรับงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลจะรัง
- ประชุมคณะกรรมการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตฯ เพื่อวางแผนการดำเนินงาน
- ดำเนินการจัดซื้อกายอุปกรณ์ตามระเบียบพัสดุของทางราชการ
- จัดทำทะเบียนกายอุปกรณ์ และจัดระบบการยืม–คืนอุปกรณ์ให้ประชาชน
- มอบอุปกรณ์ให้แก่ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่มีความจำเป็น
- ดำเนินการติดตามการใช้อุปกรณ์อย่างต่อเนื่องและให้คำแนะนำแก่ผู้ดูแลผู้ป่วย
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงได้รับการสนับสนุนกายอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดูแลสุขภาพ 2.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเจ็บป่วย เช่น แผลกดทับ และอุบัติเหตุจากการเคลื่อนไหว 3.ครอบครัวและผู้ดูแลสามารถดูแลผู้ป่วยได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น 4.ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถดำรงชีวิตในชุมชนได้อย่างเหมาะสม