กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

stars
1. รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ โครงการกุบัง ร่วมใจ Fight NCDs ปีงบประมาณ 2569
ประเภทโครงการ
รหัสโครงการ 69-L5284-1-4
ประเภทการสนับสนุน ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข
หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต.
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกุบังปะโหลด
วันที่อนุมัติ 16 มีนาคม 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มกราคม 2569 - 30 กันยายน 2569
กำหนดวันส่งรายงาน 1 ตุลาคม 2569
งบประมาณ 39,750.00 บาท
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางถนอมสิน หิรัญสถิตย์
พี่เลี้ยงโครงการ
พื้นที่ดำเนินการ ต.ควนสตอ อ.ควนโดน จ.สตูล
ละติจูด-ลองจิจูด 6.764,100.101place
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
แผนงานโรคเรื้อรัง
stars
3. กลุ่มเป้าหมาย

(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)

กลุ่มเป้าหมายจำนวน(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มวัยทำงาน 530 keyboard_arrow_down

กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มวัยทำงาน :

ระบุ

กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
stars
4. หลักการและเหตุผล/สถานการณ์
สถานการณ์ปัญหาขนาด

ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล

โรค NCDs ย่อมาจากคำว่า Non-Communicable Diseases หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” เป็นกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิ และไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้โดยตรง ต้นเหตุหลักของโรคเหล่านี้มักมาจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ โรคในกลุ่มนี้มักจะค่อย ๆ พัฒนาอย่างช้า ๆ และมีลักษณะเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างรุนแรง ไม่หายขาดง่าย และมีแนวโน้มจะเกิดซ้ำ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นต้น ถึงแม้ว่าโรคเหล่านี้จะไม่สามารถแพร่กระจายได้เหมือนโรคติดต่อทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้โรคเหล่านี้อันตรายคือความเรื้อรังที่สะสม จนส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญและคุณภาพชีวิตโดยรวม ปัจจุบันพบว่าคนไทยป่วยด้วยโรค  ไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ อาทิ ขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักตัวเกิน สูบบุหรี่  กินอาหารไม่เหมาะสม เช่นกินอาหารหวาน มัน เค็ม โซเดียมเกิน และกินผักน้อยลง กินมากกว่าการ    ใช้พลังงาน คนที่เป็นโรคเบาหวานหาก ปล่อยตัวภายใน 10ปี จะเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น หลอดเลือดเสื่อม ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้  เส้นเลือดสมองเสื่อม ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเสื่อม ทำให้เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบได้ และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตาเสื่อม ทำให้จอประสาทตาเสื่อม นำไปสู่การตาบอดได้ ส่วนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีภาวะแทรกซ้อนเกิดได้ 2 กรณีคือ จากความดันโลหิตสูงโดยตรง ได้แก่ ภาวะหัวใจวายและหลอดเลือด ในสมองแตกและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจาก หลอดเลือดแดงตีบและตันทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆไม่พอทำให้เกิดผลกระทบ ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อน ทางหัวใจ หัวใจโต กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ทางไต คือไตเสื่อมนำไปสู่ไตวายเรื้อรัง ทางสมอง ทำให้สมองตาย เส้นเลือดตีบนำไปสู่ อัมพฤกษ์ อัมพาต ในที่สุด
จากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกุบังปะโหลด ปีงบประมาณ 2568 พบว่าประชาชน หมู่ที่1-4 ตำบลควนสตอ ได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ35 ปี-59 ปี เป้าหมาย 584 คน คัดกรองได้ 545 คน คิดเป็นร้อยละ 93.32 พบกลุ่มปกติ 431 คน คิดเป็นร้อยละ 79.08 กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงจำนวน 114 คน เป็นร้อยละ 20.91 กลุ่มป่วยจำนวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 3.46 กลุ่มป่วยส่งพบแพทย์ ได้รับการวินิจฉัย จำนวน 19 คน ตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน เป้าหมาย 644 คน คัดกรองได้ 606 คน คิดเป็นร้อยละ 94.10 พบกลุ่มปกติ 458 คน คิดเป็นร้อยละ 75.57 กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน 198 คน เป็นร้อยละ 24.43 กลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 30 คน ส่งพบแพทย์ได้รับการวินิจฉัย จำนวน 24 คน กลุ่มเสี่ยงทั้งโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 134 คน กลุ่มเสี่ยงจากการตรวจคัดกรองพบติดเชื้อ HPV ที่ต้องเฝ้าระวัง จำนวน 18 ราย ซึ่งประชากรกลุ่มเสี่ยงกลุ่มดังกล่าวนี้ เป็นกลุ่มที่ต้องได้รับความรู้ในการดูแลตนเอง สุขภาพของตนเอง ตามแนวคิดความรอบรู้สุขภาพ ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (2561) ซึ่งได้จำแนกองค์ประกอบ 6 ด้านได้แก่ 1.การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและบริการสุขภาพ  2. ความรู้ ความเข้าใจ 3. ทักษะการสื่อสาร 4. ทักษะการจัดการตนเอง 5. ทักษะการตัดสินใจ 6. การรู้เท่าทันสื่อ โดยการใช้แนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (2561) จะสามารถก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนที่ยังละเลยการตรวจสุขภาพประจำปี ได้เข้าถึงการตรวจ คัดกรองที่สำคัญ เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงหรือสัญญาณเริ่มต้นของโรค NCDs ก่อนที่อาการจะรุนแรงได้รับสิทธิประโยชน์ในการได้รับความรู้ ได้รับการตรวจสุขภาพ ติดตามและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกุบังปะโหลด ได้จัดทำโครงการกุบัง ร่วมใจ Fight NCDs ปีงบประมาณ 2569 ในประชาชนอายุ 35 ปี-59 ปี เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพในกลุ่มวัยทำงาน มีกิจกรรมการตรวจสุขภาพแยกกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย เป้าหมายคัดกรอง 530 คน มีกิจกรรมอบรมให้ความรู้สู่การปรับเปลี่ยนในกลุ่มเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป้าหมาย 100 คน มีการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน 7 วัน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในกลุ่มเสี่ยงป่วยโรคความดันโลหิตสูง เพื่อการยืนยันวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงและการติดตามตรวจยืนยันป่วยโรคเบาหวานด้วยการตรวจน้ำตาลสะสม โดยเจ้าหน้าที่ในกลุ่มเสี่ยงป่วยโรคเบาหวาน เพื่อการยืนยันการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่วย มีกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 35ปี-59ปี เพื่อคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก โดยผ่านการอบรมให้ความรู้ เรื่องโรคมะเร็งปากมดลูก มีการสอนการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง กลุ่มเป้าหมาย 50 คน ซึ่งการดำเนินการดูแลสุขภาพเชิงรุก ป้องกันดีกว่าการรักษา จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อการให้ความรอบรู้ด้านสุขภาพทั้งกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย ดำเนินงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพป้องกันกลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มป่วย เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยเป้าหมายสูงสุด คือประชาชนกลุ่มวัยทำงาน มีการดูแลสุขภาพร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อลดผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ สอดคล้องกับนโยบายสาธารณสุขที่เน้นระบบสุขภาพเชิงรุก และการสร้างเสริมสุขภาพ ประชาชนป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ในการรักษาพยาบาล จึงได้จัดทำโครงการเพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณโครงการจากกองทุนหลักประกันสุขภาพการรักษาพยาบาล องค์การบริหารส่วนตำบลควนสตอ เพื่อดำเนินโครงการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์โครงการต่อไป

stars
5. วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จขนาดปัญหาเป้าหมาย 1 ปี
1 1.เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสุขภาพ ร้อยละ100 2.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการอบรมความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพ 3อ.2ส. โดยให้ความรอบรู้สุขภาพ ร้อยละ 100 3.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตามความดันโลหิตที่บ้านเพื่อการวินิจฉัย ร้อยละ 100 4.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานได้รับการตรวจติดตามน้ำตาลสะสมเพื่อการวินิจฉัย ร้อยละ 100 5.เพื่อให้สตรีกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ร้อยละ 100 6.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงที่เป็นกลุ่มป่วยได้รับการติดตามและการส่งต่อ 100 เปอร์เซ็นต์

 

stars
6. การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงแผนงานโครงการ เพื่อร่วมวางแผนการดำเนินการงานตามโครงการ กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ วางแผนการดำเนินงานโครงการ จำนวน 45 คน   2. กำหนดการจัดกิจกรรมตามแผนงานโครงการรณรงค์ เชิญชวนกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมการตรวจสุขภาพ แบบเคาะประตูบ้าน     3. กิจกรรมการตรวจสุขภาพ ประชาชนอายุ 35 ปีถึง 59 ปี จำนวน 530 คน ให้คำแนะนำการแปรผลสุขภาพ การแยกกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย   4. กิจกรรมอบรมความรู้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จากการตรวจคัดกรองสุขภาพ โดยผ่านการอบรมให้ความรู้ จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 50 คน จำนวน 2 วัน   5. กิจกรรม การติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน 7 วัน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในกลุ่มเสี่ยงป่วยโรคความดันโลหิตสูง เพื่อการยืนยันวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงและการส่งต่อรักษา   6. กิจกรรมการติดตามตรวจยืนยันกลุ่มเสี่ยงป่วยโรคเบาหวาน ด้วยการตรวจน้ำตาลสะสม โดยเจ้าหน้าที่ในกลุ่มเสี่ยงป่วยโรคเบาหวาน เพื่อการยืนยันการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่วยและการส่งต่อรักษา   7. กิจกรรมอบรมความรู้โรคมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 50 คน อายุ 35 ปี ถึง 59 ปี เพื่อรับความรู้ เพื่อการรับบริการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก
    8.การบันทึกผลสุขภาพในโปรแกรม JHCIS รายงานผลและ สรุปผลการการดำเนินโครงการตามตัวชี้วัด
stars
7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสุขภาพ ร้อยละ100 2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการอบรมความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สุขภาพ 3อ.2ส. โดยให้ความรอบรู้สุขภาพ ร้อยละ 100 3.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตามความดันโลหิตที่บ้านเพื่อการวินิจฉัย ร้อยละ 100 4.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานได้รับการตรวจติดตามน้ำตาลสะสมเพื่อการวินิจฉัย ร้อยละ 100 5.ประชาชนสตรีกลุ่มมเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ร้อยละ 100 6.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่เป็นกลุ่มป่วยได้รับการติดตามและการส่งต่อ 100 เปอร์เซ็นต์

stars
8. เอกสารประกอบโครงการ

โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 10:04 น.