โครงการรำไทเก็กส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
โครงการรำไทเก็กส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรำไทเก็กส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ | |
| รหัสโครงการ | 69-L8404-02-13 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมผู้สูงอายุอนามัยท่าจีน | |
| วันที่อนุมัติ | 19 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 31 สิงหาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 12,032.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปรานี ศรีมณี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา |
ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ผู้สูงอายุจำนวนมากประสบปัญหาสุขภาพจากความเสื่อมของร่างกายอ่อนแรงข้อติดตัวไม่มั่นคงรวมทั้งภาวะเครียดและซึมเศร้าที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสภาพจิตใจการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับวัยจึงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจการรำเป็นศิลปะการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆมีจังหวัดต่อเนื่องการออกกำลังกายที่ผสมผสานระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกายกับการควบคุม ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลกระตุ้นความดันและระบบไหลเวียนโลหิตช่วยสมาธิจิตใจสงบเพิ่มการยืดหยุ่นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกระดูกลดอาการปวดข้อเข่าเสื่อมวิตกกังวลไม่เข้าซึมเศร้ารวมถึงช่วยพัฒนาเสริมสร้างสมดุลการแต่งตัวลดความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุนอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดความผ่อนคลายลดความเครียด สร้างความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมชมผู้สูงอายุอนามัยผู้เรียนเห็นความสำคัญจำเป็นของการออกกำลังกายและควรให้สมกับไวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ทักษะด้านอย่างสูงดวิธีสามารถนำไปฝึกปฏิบัติต่อด้วยตนเองในชมรมได้อย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่การมีสุขภาพดีทั้งกายและใจและสร้างการออกกำลังกายในชุมชนและผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
- เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายผ่านการรำไทเก็กที่เหมาะสมกับวัย
- เพื่อสร้างความสุขผ่อนคลายอารมณ์และส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้สูงอายุให้มีชีวิตชีวา
1.ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นกล้ามเนื้อและข้อต่อมีความยืดหยุ่นสามารถทรงตัวได้ดีลดความเสี่ยงจากการหกล้ม 2.ผู้สูงอายุเกิดความผ่อนคลายลดความเครียดและมีสมาธิจากการควบคุมกับการเคลื่อนไหวร่างกาย 3.ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และทักษะในการรำไทยสามารถนำไปปฏิบัติต่อที่บ้านหรือในชมรมผู้สูงอายุได้ 4.เกิดความสัมพันธ์อันดีและการมีส่วนร่วมกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนนำไปสู่การสร้างเครือข่ายกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน