โครงการจัดตั้งห้องเรียนต้นแบบปลอดฝุ่นและอุปกรณ์สาธิต เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจในเด็กปฐมวัย สังกัดเทศบาลตำบลสำนักขาม
โครงการจัดตั้งห้องเรียนต้นแบบปลอดฝุ่นและอุปกรณ์สาธิต เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจในเด็กปฐมวัย สังกัดเทศบาลตำบลสำนักขาม
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการจัดตั้งห้องเรียนต้นแบบปลอดฝุ่นและอุปกรณ์สาธิต เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจในเด็กปฐมวัย สังกัดเทศบาลตำบลสำนักขาม | |
| รหัสโครงการ | 69-L5251-2-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองการศึกษา | |
| วันที่อนุมัติ | 24 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 24 มีนาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 55,725.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวปราณี ปลอดเทพ/นางสาวสุจิตราภรณ์ ศรีนอก | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา |
ในปัจจุบัน ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา มีลักษณะเฉพาะที่เป็นอันตรายต่อเด็กปฐมวัยอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่บนยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งเด็กๆ ต้องเผชิญกับมลพิษจากปัจจัยหลักที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน มลพิษควันดำจากรถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ และการลักลอบเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง การดำเนินการครั้งนี้ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในกลุ่มเด็กปฐมวัย เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด และผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง ซึ่งเด็กวัยนี้มีอัตราการหายใจถี่กว่าผู้ใหญ่ ทำให้ดึงเอาฝุ่นพิษเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่าถึง ๒ เท่า อีกทั้งยังสอดรับกับ "มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ" ด้านที่ ๑ (การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อความปลอดภัย) ที่กำหนดให้มีการป้องกันภัยจากสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพเด็กอย่างเป็นระบบเพื่อให้กระบวนการป้องกันโรคเชิงรุกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลตำบลสำนักขาม จึงเห็นความจำเป็นในการจัดหา “เครื่องต้นแบบ” (Prototype Model) และ “อุปกรณ์สาธิต” (Demonstration Tool) ซึ่งเป็นเครื่องฟอกอากาศระบบ HEPA Filter (H13) จำนวนศูนย์ละ ๑ เครื่อง (รวมทั้งสิ้น ๓ เครื่อง) เพื่อติดตั้งในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง ๓ แห่งในสังกัด โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็น "นวัตกรรมส่งเสริมสุขภาวะและสื่อการเรียนรู้เชิงป้องกัน" เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กๆ มีทักษะการดูแลตัวเอง (Self-Care) ผ่านการสังเกตคุณภาพอากาศจากหน้าจอแสดงผลดิจิทัลและแถบสีสัญลักษณ์ตามหลัก “สู้ฝุ่นด้วย ๔ ส.” การมีเครื่องต้นแบบ ประจำแต่ละศูนย์ฯ จึงเป็นการยกระดับการป้องกันโรคเชิงรุกในระดับพื้นที่ (Primary Prevention) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและสร้างต้นทุนสุขภาพที่ดีให้แก่ลูกหลานชาวตำบลสำนักขามอย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ดังนั้น กองการศึกษา เทศบาลตำบลสำนักขาม จึงเห็นควรดำเนินการจัดทำโครงการนี้ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างหลักประกันทางสุขภาวะที่ดีให้แก่เด็กปฐมวัยอย่างเป็นรูปธรรม
- เพื่อให้เด็กได้รับการป้องกันมลพิษทางอากาศเชิงรุก
- เพื่อให้เด็ก ผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครองมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ
- เพื่อให้เด็กกลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแลสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
- กิจกรรมการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่น
- การจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน -จัดซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA
- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้หัวข้อดังนี้ -บรรยายให้ความรู้แก่เด็ก ผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครอง เรื่อง "ภัยเงียบ PM 2.5 ต่อปอดและสมองของลูกน้อย" -สาธิตเครื่องต้นแบบ ฝึกให้เด็ก ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก ดูค่าตัวเลขและแถบสีบนเครื่อง เพื่อให้เข้าใจระดับอัน
- กิจกรรมสร้างประสบการณ์ในชั้นเรียน -ผู้ดูแลเด็กใช้ "อุปกรณ์สาธิต" สอนเด็กในกิจวัตรประจำวัน ให้เด็กรู้จักสังเกตสีหน้าจอเครื่องก่อนออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- กิจกรรมการติดตามด้านสุขภาพเด็ก -สมุดบันทึกสุขภาพ"หนูน้อยแก้มใส"บันทึกสถิติการลาของเด็กเนื่องจากโรคระบบทางเดินหายใจ (หวัด, ภูมิแพ้, หอบหืด)โดยเปรียบเทียบกับสถิติก่อนเริ่มโครงการ
๑. เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง ๓ แห่ง มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นและลดอัตราการเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินหายใจและหอบหืด เนื่องจากได้รับการป้องกันมลพิษเชิงรุกในห้องเรียนที่มี เครื่องต้นแบบ และอุปกรณ์สาธิตที่มีประสิทธิภาพ ๒. เด็ก เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยมีทักษะการสังเกตภัยจากฝุ่นผ่านอุปกรณ์สาธิตและสามารถปฏิบัติตามหลัก "๔ ส." เพื่อป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้องตามช่วงวัย ๓. เด็กกลุ่มเสี่ยง ได้รับการดูแลสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ โดยมีผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครองที่ความรู้ในการเฝ้าระวังภัยสุขภาพผ่านเครื่องต้นแบบอย่างเป็นระบบ