โครงการลดพฤติกรรมเสี่ยง ลดโรคเรื้อรัง ในชุมชนปะการอ (ประเภทที่ 2)
| ชื่อโครงการ | โครงการลดพฤติกรรมเสี่ยง ลดโรคเรื้อรัง ในชุมชนปะการอ (ประเภทที่ 2) |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L7884-2-20 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | กลุ่มหรือองค์กรประชาชน |
| วันที่อนุมัติ | 25 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 30 เมษายน 2569 - 31 สิงหาคม 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 25,470.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อสม.ชุมชนปะการอ |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวรอฮีม๊ะ มะสูยู ประธาน อสม.ชุมชนปะการอ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.สะบารัง อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี |
| ละติจูด-ลองจิจูด | place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 117 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ชุมชนปะการอ เป็นชุมชนหนึ่งในตำบลสะบารัง มีจำนวนหลังคาเรือน 571 หลังคาเรือน จำนวนประชากร 1,711 คน มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั้งหมด จำนวน 270 ราย ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 135 ราย โรคเบาหวาน จำนวน 41 ราย เป็นโรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 89 ราย มีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จำนวน 1 คน มีผู้ป่วยเป็นอัมพากและอัมพฤกษ์ จำนวน 4 คน ประชาชนในชุมชนปะการอ มีขนาดประชากรที่หนาแน่น บ้านเรือนติดกัน สภาพเศรษกิจในชุมชนอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ได้แก่ รับจ้างทั่วไป รับราชการ ธุรกิจส่วนตัวและค้าขาย เนื่องจากชุมชนเป็นเขตพื้นที่ชุมชนเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีพฤติกรรมรักความสะดวกสบาย มีค่านิยมรับประทานอารที่สามารถเลือกซื้อได้หลากหลาย ส่งผลให้เกิดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพมากขึ้นจากสภาพปัญหาประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง สามารถจำแนกสาเหตุดังนี้
ด้านพฤติกรรม เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในชุมชน จำนวน 571 หลังคาเรือน จากการสุ่มสำรวจประชาชนจำนวน 150 คนพบว่า ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง นิยมบริโภคอาหารสำเร็จรูปที่สะดวกในการเลือกซื้อและมีความหลากหลาย ราคาจับต้องได้ มีเพียงส่วนน้อย 50 คน ที่ทำอาหารรับประทานเอง สุ่มสำรวจการออกกำลังกายมากกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็มีเพียง 75 คน ประชาชนยังขาดความรู้และความตระหนักด้านโภชนาการอาหาร การบริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะที่ไม่ส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังประกอบกับประชาชนส่งนใหญ่ขาดการออกกำลังกายมีค่านิยมที่ติดบริโภคอาหารรสจัด หวานมันเค็มแบบฉบับคนใต้ ติดน้ำหวานถุงพาไปทำงานแต่ละวัน
ด้านสภาพสังคมและกายภาพ ในชุมชชนปะการอ มีร้านอาหารขายอาหารตามสั่งและร้านน้ำ จำนวน 15 ร้าน ร้านส้มตำ จำนวน 1 ร้าน และเป็นชุมชนที่ติดถนนเส้นทางสัญจรสะดวก จึงทำให้ประชาชนในชุมชนมีทางเลือกในการซื้ออาหารได้หลากหลาย ราคาจัดต้องได้ และรวดเร็ว
ด้านกลไกระบบสุขภาพ ชุมชนปะการอ มีศูนย์แพทย์ชุมชนเมืองปากน้ำ เป็นหน่วยงานดูแลด้านสุขภาพเบื้องต้น มีภาระงานหลายบทบาทหน้าที่ จึงทำให้ขาดการติดตามผู้ป่วยและค้นหากลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้องรังอย่างต่อเนื่องในชุมชน ขาดแกนนำการรวมกลุ่มการขับเคลื่อนในประเด็น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างขัดเจน จากสาเหตุดังกล่าวนำมาสู่ผลกระทบที่เป็นปัญหาด้าน สุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ อาทิเช่น
ผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนในชุมชนปะการอ ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 135 ราย โรคเบาหวาน จำนวน 41 ราย เป็นโรคเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูง จำนวน 89 ราย มีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จำนวน 1 คน มีผู้ป่วยเป็นอัมพาตและอัมพฤกษ์ 4 คน
ผลกระทบต่อสังคม เป็นภาระของญาติพี่น้องงในครอบครัวที่ต้องดูแลเมื่อเจ็บป่วย เกิดความขัดแย้งในครอบครัว ผู้ดูแลต้องลางาน มีปัญหากับหัวหน้าที่ทำงานเกิดภาวะเครียด
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เสียค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในแต่ละครั้ง การเสียรายได้ที่ต้องลางานมาพบแพทย์ทั้งผู้ดูแลและผู้ป่วย เสียค่าใช้จ่ายค่าพาหนะ ค่าอุปโภคบริโภค การเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพเนื่องจากร่างกายไม่แข็งแรง คนในครอบครัวต้องลางาน โดยจากการสุ่มถามผู้ป่วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงในชุมขน พบว่าเสียค่าใช้จ้ายโดยประมาณ 30,000/ปี
ชุมชนปะการอ เป็นชุมชนเขตเมือง มีกลุ่มอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 13 คน ที่มีความเข้มแข็ง มีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน สามารถจัดการปัญหาสุขภาพที่เป็นปัญหาและดูแลพี่น้องในชุมชนได้เป็นอย่างดี ประชาชนให้ความไว้วางใจ และมีความเป็นญาติพี่น้องกัน จึงมีส่วนช่วยสำคัญในการให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการและเกิดความตระหนักขึ้น มีเจ้าหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงชุมชนในการควบคุมกำกับแก้ไขปัญหาและมีทีมบุคลากร จากโรงพยาบาลปัตตานี ที่คอยให้คำแนะนำ สามารถขอคำปรึกษาและลงมาเยี่ยมบ้านให้คำแนะนำในเคสที่มีปัญหา จนสามารถแก้ไขได้สำเร็จ
กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนปะการอ จึงตระหนักและเห็นถึงสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่เป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆในชุมชน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังให้กับกลุ่มเสี่ยงในชุมชนปะการอ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนปะการอ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ไม่เป็นโรคเรื้อรังรายใหม่ในชุมชน โดยการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรค NCDs และดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงในประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป การติดตาม ควบคุมกำกับให้กลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้หลัก 3อ 2ส การปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังใรชุมชน อาทิเช่น การสร้างที่ออกกำลังกาย การเชิญชวนให้ร้านค้าเข้าร่วมมาตราการลดหวานมันเค็ม จะเป็นอีกมาตรการสำคัญที่จะเสริมสร้างเเนวทางการป้องกัน ส่งเสริมสุขภาพของคนใุมชน ที่จะทำให้ลดจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังรายใหม่ขึ้น พร้อมทั้งสามารถลดภาระงานในหน่วยบริการ ที่ส่งผลให้ลดความแออัด ลดค่าใช้จ่ายทั้งในกลุ่มนี้ในกลุ่มที่เป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีการควบคุมกำกับติดตามผลการรักษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเจ้าหน้าที่หน่วยบริการปฐมภูมิและ อสม.ในเขตรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการเกิดโรคภาวะแทรกซ้อน จากสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังนี้ จะยังคงเรื้อรังกับสังคมและชุมชนเป็นเวลายาวนานจะเป็นอีกมาตรการสำคัญที่จะเสริมสร้างแนวทางการป้องกัน ส้งเสริมสุขภาพของคนในชุมชนให้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และมุ่งสู่การมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพดดยชุมชนเป็นฐานอย่างยั่งยืน และปฎิบัติการเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามหลัก 2อ (อาหารและออกกำลังกาย)
|
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
- ประชุมคณะทำงานเพื่อชี้แจงและทำความเจ้าใจโครงการ รวมถึงแบ่งบทบาทหน้าที่ วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยงและสิ่งแวดล้อมเสี่ยงของกลุ่มเป้าหมาย
- สำรวจและจัดทำข้อมูลสถานการณ์ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สำรวจข้อมูลดังต่อไปนี้
- จำนวนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชนที่ชุมชนต้องการปรับพฤติกรรม เช่น กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น
- ข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยงรายบุคคลตามหลัก 2 อ (อาหารและออกกำลังกาย)
- สภาพเเวดล้อมเสี่ยงในชุมชน เช่น ร้านอาหารที่ขายอาหารหวาน มัน เค็ม,สถานที่ออกกำลังกาย
3. เสนอโครงการเพื่อขอความเห็นชอบและอนุมัติ
4. ประชาสัใพันธ์โครงการ ประสาน อสม.,คณะกรรมการชุมชน และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เช่น ไลน์กลุ่มชุมชนปะการอ รถประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองปัตตานี
5. จัดอบรมพัฒนาศักยภาพ อสม.ในชุมชนปะการอ เกี่ยวกับการคัดกรองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน
6. กำหนดแผนปฏิบัติงานการตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ พร้อมแจ้งประสาน อสม.เชิญชวนกลุ่มเป้าหมายให้มารับบริการ
7. ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองสุขภาพเชิงรุกและสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ในเขตชุมชนจือแรบาตู เพื่อประเมินภาวะสุขภาพของประชาชน พร้อมให้ความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง และส่งต่อกรณีเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง พร้อมบันทึกข้อมูลตามแบบคัดกรองสุขภาพ
8. คณะทำงานร่วมกับหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ และ อสม.ติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลึ่มเสี่ยง พร้อมเสริมแรงจูงใจและให้คำแนะนำ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม จำนวน 3 ครั้ง (เดือนละหนึ่งครั้ง)
9. ประชุมสรุปผลการดำเนินงาน จัดทำเอกสารส่งกองทุน
- อสม. มีความรู้ความเข้าใจในการตรวจคัดกรองสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- ประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตชุมชนปะการอ ได้รับการคัดกรองภาวะสุขภาพ
- ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจในการปฎิบัติตัวและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงได้รับการส่งต่อและดูแลรักษาที่เหมาะสม
- ชุมชนมีข้อมูลสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงที่เป็นระบบ สามารถนำไปใช้ในการวางแผนและพัฒนาโครงการส่งเสริมสุขภาพในอนาคต
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 09:50 น.