การป้องกันการจมน้ำ ด้วยการฝึกทักษะลอยตัวเพื่อการเอาชีวิตรอดในนักเรียน
| ชื่อโครงการ | การป้องกันการจมน้ำ ด้วยการฝึกทักษะลอยตัวเพื่อการเอาชีวิตรอดในนักเรียน |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69– L1501 -2 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงเรียน |
| วันที่อนุมัติ | 27 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กันยายน 2569 |
| งบประมาณ | 36,990.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนวัดขุนสิทธิ์ |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.604,99.627place |
| งวด | วันที่งวดโครงการ | วันที่งวดรายงาน | งบประมาณ (บาท) | |||
|---|---|---|---|---|---|---|
| จากวันที่ | ถึงวันที่ | จากวันที่ | ถึงวันที่ | |||
| 1 | 27 มีนาคม 2569 | 30 กันยายน 2569 | 36,990.00 | |||
| รวมงบประมาณ | 36,990.00 | |||||
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | 60 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบัน การจมน้ำ ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในประชากรทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน จากสถิติพบว่าอุบัติเหตุทางน้ำมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันในแหล่งน้ำใกล้ตัว เช่น สระน้ำ คลอง หรือแม่น้ำ ปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียไม่ใช่เพียงแค่ "การว่ายน้ำไม่เป็น" แต่คือ "การขาดทักษะในการเอาชีวิตรอดเมื่อตกน้ำ" ผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่มักเกิดอาการตกใจ (Panic) พยายามตะเกียกตะกายจนหมดแรง และจมลงสู่ใต้น้ำในระยะเวลาอันสั้น แม้จะอยู่ในจุดที่ห่างจากฝั่งเพียงไม่กี่เมตรก็ตาม ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและความจำเป็นเร่งด่วน คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการ "ว่ายท่าฟรีสไตล์" หรือ "ท่ากบ" ได้นั้นเพียงพอแล้ว แต่ในสถานการณ์จริงที่ต้องเผชิญกับเสื้อผ้าที่หนัก น้ำเย็น หรือกระแสน้ำ ทักษะการว่ายน้ำเพื่อการกีฬาเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้รอดชีวิตได้ ทักษะการเอาชีวิตรอด (Survival Swimming) จึงมีความสำคัญมากกว่า เพราะเน้นไปที่:การลอยตัวเพื่อรักษาชีวิต (Water Competency) การบริหารจัดการกำลังกายและลมหายใจ การรอคอยความช่วยเหลืออย่างถูกวิธี การเรียนรู้ทักษะนี้ไม่เพียงแต่จะลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำ แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจและการตัดสินใจที่ชาญฉลาดเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์วิกฤต ช่วยให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปมี "เกราะป้องกันตัว" ที่ติดตัวไปตลอดชีวิต อันจะเป็นการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและลดความสูญเสียทางทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม โดยพบว่าบริเวณชุมชนของนักเรียนโรงเรียนวัดขุนสิทธิ์ ร้อยละ 60 อาศัยอยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำ จึงมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจมน้ำ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ในการเอาชีวิตรอดเมื่อตกน้ำ
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี |
|---|
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 120 | 36,990.00 | 0 | 0.00 | 36,990.00 | |
| 1 พ.ค. 69 - 31 ส.ค. 69 | กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ | 60 | 5,910.00 | - | - | more_vert | |
| 1 พ.ค. 69 - 31 ส.ค. 69 | กิจกรรมฝึกทักษะการลอยตัว พยุงตัว เพื่อการเอาชีวิตรอด สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 ชั่วโมง จำนวน 4 สัปดาห์ | 60 | 31,080.00 | - | - | more_vert | |
| รวมทั้งสิ้น | 120 | 36,990.00 | 0 | 0.00 | 36,990.00 | ||
- นักเรียนเข้าใจหลักการลอยตัว เข้าใจกฎทางฟิสิกส์เบื้องต้นที่ช่วยให้ร่างกายลอยน้ำได้โดยใช้พลังงานน้อยที่สุด
- นักเรียนรู้วิธีการประเมินสถานการณ์ สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงของแหล่งน้ำ กระแสน้ำ และสภาพอากาศ ได้อย่างถูกต้อง
- นักเรียนมีความรู้เรื่องอุปกรณ์ช่วยชีวิต เข้าใจการใช้งานเสื้อชูชีพ หรือการดัดแปลงสิ่งของรอบตัวมาใช้ในการลอยตัว
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 11:28 น.