โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการศพที่ถูกสุขลักษณะตามหลักศาสนบัญญัติ
| ชื่อโครงการ | โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการศพที่ถูกสุขลักษณะตามหลักศาสนบัญญัติ |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L4142-02-07 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | กลุ่มหรือองค์กรประชาชน |
| วันที่อนุมัติ | 27 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 31 สิงหาคม 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กันยายน 2569 |
| งบประมาณ | 11,900.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มเยาวชนบ้านบาตูปูเตะ |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอัฟฟาน ลาเตะ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ลิดล อ.เมืองยะลา จ.ยะลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.551,101.166place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ |
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
การจัดการศพเป็นภารกิจสำคัญของชุมชนมุสลิม ที่ต้องดำเนินการตามหลักศาสนบัญญัติอิสลามอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ขั้นตอนการชำระล้าง การห่อ การละหมาด และการฝังศพ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงหลักสุขอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคและรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม เมื่อมีการเสียชีวิต เกิดขึ้นกับคนในชุมชน สิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้มีชีวิตอยู่นั้น คือ การจัดการศพ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำทำความสะอาดหรือชำระสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ติดมากับศพ การจัดการศพให้ถูกต้องตามสุขลักษณะและหลักการตามศาสนบัญญัติ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะหากว่าผู้จัดการศพไม่มีความรู้ในการจัดการศพให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ อาจนำไปสู่การติดเชื้อต่างๆ จากศพหรือเกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคที่มากับศพได้ เมื่อมุสลิมเสียชีวิตญาติหรือผู้เกี่ยวข้องจะต้องอาบน้ำ ห่อ ละหมาดขอพรและฝังศพที่สุสาน(กุโบร์) โดยต้องรีบจัดการให้เสร็จภายในเวลา ๒๔ ชั่วโมง อิสลามส่งเสริมให้ผู้ที่จะทำการอาบน้ำให้กับศพนั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการอาบน้ำศพตามหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งขั้นตอนการอาบน้ำและห่อศพผู้เสียชีวิตนั้น โดยส่วนใหญ่จะทำกันที่บ้านของผู้เสียชีวิต และมักจะไม่มีการป้องกันอย่างถูกต้องตามหลักสุขลักษณะ เช่น การสวมถุงมือยางที่ไม่ถูกต้อง ไม่มีการสวมผ้าปิดปาก เป็นต้น ซึ่งการเสียชีวิตของมนุษย์นั้น มีลักษณะหลายรูปแบบ ตามเหตุการณ์และสภาพการณ์ที่แตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อทั้งต่อผู้ที่จัดการศพเองและคนในชุมชนได้ ดังนั้น ญาติหรือผู้ที่ทำการอาบน้ำศพ ยิ่งจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเพื่อส่งเสริมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ
ปัจจุบันพบว่าในพื้นที่ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการศพที่ถูกต้อง และบางครั้งดำเนินการโดยขาดมาตรฐานด้านสุขลักษณะ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากการจัดการศพที่ไม่ถูกต้อง
การสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งที่อาจเป็นช่องทางการแพร่ระบาดของโรค โดยเฉพาะศพของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อต่างๆ เช่น โควิด-19 โรคซาร์ส เป็นต้น โครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่ออบรมให้ผู้นำศาสนา เยาวชน และอาสาสมัครในชุมชน
มีความรู้และทักษะปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักศาสนาและหลักสุขาภิบาล และลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากการสัมผัสเชื้อโรคหรือช่องทางต่างๆ
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี |
|---|
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
- ผู้ที่ทำหน้าที่จัดการศพในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอาบน้ำศพ การห่อศพ การจัดการศพที่ถูกต้อง ตามสุขลักษณะ ตามหลักศาสนาอิสลาม และได้รับการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง 2. เยาวชนสามารถเป็นผู้นำหรือผู้ช่วยผู้นำในชุมชนในช่วยการจัดการศพที่ถูกต้องตามศาสนบัญญัติและถูกสุขลักษณะ
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 13:17 น.