โครงการเกษตรปลอดภัย ใส่ใจเคมีในเลือด
| ชื่อโครงการ | โครงการเกษตรปลอดภัย ใส่ใจเคมีในเลือด |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L5218-1-02 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| วันที่อนุมัติ | 26 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 20 กันยายน 2569 |
| งบประมาณ | 18,800.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองแดน |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวสุภา ทองด้วง |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.คลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.912,100.319place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | 100 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มวัยทำงาน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ สารเคมีดังกล่าว เช่น ออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต สามารถเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ การสัมผัสทางผิวหนัง และการปนเปื้อนในอาหาร ส่งผลให้ระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเลือดลดลง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงต่อพิษจากสารเคมี จากการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยในพื้นที่พบว่า เกษตรกรจำนวนหนึ่งมีระดับสารเคมีในเลือดอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงและไม่ปลอดภัย สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้อง เช่น ไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล, ผสมสารเคมีเกินอัตรา, ฉีดพ่นตามทิศทางลม และไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังฉีดพ่น การตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดจึงเป็นมาตรการสำคัญในการประเมินความเสี่ยงค้นหาความผิดปกติและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องทุกปี ช่วยให้เกิดระบบเฝ้าระวัง สุขภาพเชิงรุกสามารถติดตามแนวโน้มระดับสารเคมีในเลือดของเกษตรกรได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ทราบสถานการณ์ปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่อีกทั้งยังช่วยค้นหากลุ่มเสี่ยงได้ทันท่วงทีเพื่อให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการสัมผัสสารเคมีและส่งต่อรักษาได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น การคัดกรองระดับสารเคมีในเลือดร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จึงเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายจากสารเคมีเกษตรกร
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อคัดกรองและประเมินระดับความเสี่ยงจากการสัมผัสเคมีกำจัดศัตรูพืชในเลือด ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายคัดกรองและประเมินระดับความเสี่ยงจากการสัมผัสเคมีกำจัดศัตรูพืชในเลือด |
100.00 | |
| 2 | เพื่อส่งเสริมความรู้ ความตระหนัก และพฤติกรรมการป้องกันตนเองในการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างปลอดภัย ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการป้องกันตนเองในการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างปลอดภัย |
90.00 | |
| 3 | เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงและกลุ่มไม่ปลอดภัย ให้แนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการสัมผัสสารเคมี ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงและกลุ่มไม่ปลอดภัย ได้รับยาสมุนไพร |
100.00 |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
- เกษตรกร ได้รับการคัดกรองและประเมินระดับความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเลือดและได้ทราบถึงความเสี่ยงของตนเอง
- เกษตรกร มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการป้องกันตนเองในการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างปลอดภัย
- เกษตรกรกลุ่มที่มีความเสี่ยงและกลุ่มที่ไม่ปลอดภัย ได้รับยาสมุนไพรรางจืด
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 09:19 น.