โครงการแปรงฟันอย่างถูกวิธีเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของเด็กนักเรียน
| ชื่อโครงการ | โครงการแปรงฟันอย่างถูกวิธีเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของเด็กนักเรียน |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L5218-2-08 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงเรียน |
| วันที่อนุมัติ | 26 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 20 กันยายน 2569 |
| งบประมาณ | 14,395.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 11 |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวศรีสุดา โมสิโก |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.คลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.912,100.319place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | 36 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน : |
||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | 114 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน : ระบุ |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ปัญหาสุขภาพช่องปากเกิดขึ้นได้กับประชากรทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะปัญหาโรคฟันผุ ที่เป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของปัญหาสุขภาพในช่องปาก และมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของร่างกายโดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นกับเด็กในช่วงอายุปี แม้เกิดขึ้นกับเหงือกหรือเกิดขึ้นกับฟันน้ำนมของเด็กเนื่องจากเด็กเล็กกลุ่มนี้ไม่สามารถดู (เด็กที่มีปัญหาโรคฟันน้ำนมผุเกิดขึ้นในระยะเริ่มแรกสามารถลุกลามเป็นฟันผุลึกขนาดใหญ่ได้ในเวลาเพียง 6 – 12 เดือน และยังอาจทำให้ฟันน้ำนมซี่ที่อยู่ข้างเคียงผุตามไปได้ด้วย เมื่อปล่อยให้รอยผุลุกลามจากชั้นเคลือบฟันลงไปถึงชั้นโพรงประสาทฟัน จะทำให้เกิดอาการที่รุนแรงขึ้น คือ มีเหงือกบวมและเป็นหนองขึ้นบริเวณเหงือก ทำให้มีอาการปวดเนื่องจากการอักเสบหรือเกิดการติดเชื้อลุกลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของขากรรไกร ใบหน้า และลำคอ หรือทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตได้อาการที่รุนแรงนี้พบได้มากในกลุ่มเด็กเล็ก เนื่องจากความต้านทานเชื้อโรคในร่างกายของเด็กมีน้อยกว่าผู้ใหญ่ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็ก ได้แก่ ในเรื่องของการกินอาหาร เด็กจะเลือกกินอาหารที่อ่อน เหตุผลเพราะไม่ต้องเคี้ยวเนื่องจากว่ามีอาการปวดฟัน ท าให้เด็กได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนหรือได้รับสารอาหารที่ไม่มาะสมตามวัย ในเรื่องของการนอนหลับ เด็กที่มีอาการรุนแรงของโรคฟันผุ ทำให้นอนหลับไม่เต็มทีทรมาน มีเวลานอนหลับน้อยลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโต การเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กลดลงนอกจากปัญหาที่เกิดขึ้นตามที่กล่าวมานี้แล้ว ปัญหาโรคฟันผุของเด็ก ยังส่งผลกระทบตามมาอีก คือ ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพาเด็กไปรับการรักษาทางทันตกรรม รวมถึงส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองบางคนที่จำเป็นต้องหยุดงาน ทำให้ชาดรายได้ เพื่อพาเด็กไปรับการรักษาและใช้เวลาดูแลเด็กที่บ้านเมื่อเด็กมีอาการของโรคฟันผุรุนแรงมากขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เด็กอาจต้องสูญเสียฟันน้ำนมไปตั้งแต่ยังเล็ก คือ เมื่อมีอาการของโรคฟันผุที่รุนแรงและลุกลามมากจนไม่สามารถเก็บรักษาฟันไว้ได้ เด็กอาจถูกถอนฟันไปก่อนเวลาที่สมควรและยังคงต้องรออีกหลายปีที่ฟันแท้จะขึ้นมาแทนที่ เกิดปัญหาฟันแท้ขึ้นได้ช้ากว่าปกติและฟันซ้อนเกเนื่องจากฟันซี่ข้างเคียงของฟันน้ำนมที่ถูกถอนออกไปล้มเอียงมาแทนที่ นอกจากปัญหาทางด้านสุขภาพกายแล้ว ยังทำให้เกิดปัญหาด้านจิตใจ อารมณ์และสังคมของเด็กด้วย เพราะเด็กที่มีฟันน้ำนมผุมากจนต้องถูกถอนฟันออกไป เด็กมักขาดความมั่นใจ ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าเข้าสังคมในโรงเรียนโดยเฉพาะเมื่อไม่มีฟันน้ำนมซี่หน้า ที่เรียกกันว่า ฟันหลอ หรือการที่เด็กมีฟันน้ำนมด้านหน้าผุเป็นสีดำคล้ำ เด็กจะไม่กล้ายิ้มและไม่กล้าพูดคุยกับเพื่อนเพราะกลัวถูกเพื่อนล้อเลียน จากการตรวจสุขภาพช่องปากนักเรียนตามระบบเฝ้าระวังทันตสุขภาพในโรงเรียนประถมศึกษาทั้ง นักเรียนอนุบาลและนักเรียนประถมศึกษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์11 เนื่องจาก นักเรียนอนุบาลอายุ 3-6 ปี ซึ่งนักเรียนบางคนมีฟันแท้และมีฟันผุ รวมทั้งนักเรียนประถมศึกษาอยู่ในช่วงอายุ 6-12 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีฟันแท้ขึ้นใหม่ๆ ลักษณะรูปร่างฟันมีหลุมลึก ทำให้เกิดโรคฟันผุได้ง่ายรวมทั้งอุปนิสัยของเด็กที่ชอบรับประทานของหวาน ขนมกรุบกรอบน้ำอัดลม ตลอดจนมีข้อจำกัดในเรื่องความสามารถในการดูแลช่องปากด้วยตนเองไม่ถูกวิธีและขาดการเอาใจใส่ต่อสุขภาพช่องปากของตนเองโรคในช่องปากเป็นโรคที่สามารถป้องกันและสามารถป้องกันและสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเริ่มต้นส่งเสริมตั้งแต่วัยเด็ก การฝึกฝนให้เด็กมีทันตสุขนิสัยที่ดีและการส่งเสริมป้องกันรวมทั้งการบำบัดรักษาในระยะเริ่มแรกของการเป็นโรคจะช่วยป้องกันและควบคุมโรคในช่องปากของเด็กได้ จึงได้ทำโครงการแปรงฟันอย่างถูกวิธีเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของเด็กนักเรียน ปัญหาด้านทันตสุขภาพเป็นปัญหาสำคัญที่พบมากในนักเรียนอนุบาลและประถมศึกษาเมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ ที่พบในกลุ่มเดียวกันและปัญหาด้านทันตสุขภาพนั้น นอกจากจะมีผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพช่องปายังมีผลกระทบต่อการเรียนและพัฒนาการของเด็ก มีข้อจำกัดในเรื่องความสามารถในการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคในช่องปากได้ง่าย หากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีพอ โรคในช่องปากเป็นโรคที่มารถป้องกันได้และสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเริ่มต้นส่งเสริมตั้งแต่วัยเด็ก การฝึกฝนให้เด็กมีทันตสุขนิสัยที่ดีและการส่งเสริมและป้องกันรวมทั้งการบำบัดรักษาในระยะเริ่มแรกของการเป็นโรคจะช่วยป้องกันโรคในช่องปากของเด็กได้ โครงการแปรงฟันอย่างถูกวิธีเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของเด็กนักเรียน ทางโรงเรียนชประชานุเคราะห์ 11 ได้ดำเนินการเพื่อดำเนินงานส่งเสริม ป้องกัน สุขภาพช่องปากของนักเรียน และมีการปรับวิธีการดำเนินงานให้สอดคล้องกับปัญหาของนักเรียนแต่ละคน
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการแปรงฟันที่ถูกวิธีและรักษาความสะอาดในช่องปากได้ถูกต้อง นักเรียนรู้จักการแปรงฟันที่ถูกวิธีและรักษาความสะอาดในช่องปากได้ถูกต้อง ร้อยละ 100 |
100.00 | |
| 2 | 2. เพื่อให้นักเรียนมีสภาพช่องปากที่สะอาดและสุขภาพฟันที่ดีขึ้น นักเรียนมีสภาพช่องปากที่สะอาดและสุขภาพฟันที่ดีขึ้น ร้อยละ 80 |
80.00 | |
| 3 | 3. เพื่อลดจำนวนนักเรียนที่มีปัญหาฟันผุ นักเรียนที่มีปัญหาฟันผุลดลง ร้อยละ 10 |
10.00 |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
- นักเรียนรู้จักการแปรงฟันที่ถูกวิธีและรักษาความสะอาดในช่องปากได้ถูกต้อง
- นักเรียนมีสภาพช่องปากที่สะอาดและสุขภาพฟันที่ดีขึ้น
- จำนวนนักเรียนที่มีปัญหาฟันผุลดลง
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 13:51 น.