โครงการบัดดี้คู่ใจ ปรับวิถีใหม่ให้สุขภาพดี
| ชื่อโครงการ | โครงการบัดดี้คู่ใจ ปรับวิถีใหม่ให้สุขภาพดี |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | กลุ่มหรือองค์กรประชาชน |
| วันที่อนุมัติ | 6 กรกฎาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 24,970.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมโคกเมารักสุขภาพ |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสุนีดา เจะแอ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.04528215,100.3926905place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 40 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในประเทศไทยเข้าสู่ระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย (NHES) ครั้งที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๖๗-๒๕๖๘ ระบุว่ากลุ่มโรค NCDs เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทยสูงถึงร้อยละ ๗๕-๗๖ ของการเสียชีวิตทั้งหมด หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คนต่อปี (วิชัย เอกพลากร และคณะ, ๒๕๖๘) นอกจากผลกระทบด้านสุขภาพยังเพิ่มภาระทางเศรษฐกิจอย่างสูง ตัวอย่างโรคเบาหวานเพียงโรคเดียว พบว่าสร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและการสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง ๓.๕ แสนล้านบาทต่อปี (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ [สสส.], ๒๕๖๗)
สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ของจังหวัดสงขลา ซึ่งหมู่ที่ ๗ บ้านโคกเมา ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่หนึ่งที่พบสถานการณ์น่ากังวลเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะ โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพของแกนนำชุมชนหมู่ที่ ๗ บ้านโคกเมาร่วมกับข้อมูลจากคลินิกชุมชนโคกเมา พบว่า พื้นที่หมู่ที่ ๗ บ้านโคกเมา มีประชากรทั้งหมดจำนวน 3,969 คน มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ปี ๒๕๖๗-๒๕๖๘ มีผู้ป่วยรายใหม่เบาหวาน จำนวน 3,11 คน ความดันโลหิตสูง จำนวน 7,29 ตามลำดับ และปี ๒๕๖๘ ยังมีกลุ่มป่วยที่เป็นเบาหวานยังควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ร้อยละ ๗๒.๑๙ และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ตามเกณฑ์ร้อยละ ๔๘.๗๔ (คลินิกชุมชนโคกเมา, ๒๕๖๘) แสดงถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่จะตามมาหากไม่มีการจัดการด้านการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพอย่างเหมาะสม
ข้อมูลสนับสนุนทางวิชาการยืนยันอย่างเด่นชัดว่า การจัดการพฤติกรรมสุขภาพผ่านการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างเหมาะสม (Lifestyle Modification) เป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมอาหารตามหลักโภชนาการ การเพิ่มกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ การจัดการความเครียดและการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ สอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลกที่ระบุว่า การปรับวิถีชีวิตที่เหมาะสมสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจและโรคเบาหวานประเภทที่ ๒ ได้มากกว่าร้อยละ ๘๐ (World Health Organization, 2024) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามวิถีชีวิตจึงเป็นมาตรการหลักในการสร้างเสริมสุขภาพที่ยั่งยืนและลดภาระทางเศรษฐกิจด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว
แกนนำหมู่ที่ ๗ บ้านโคกเมา ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เป็นกลุ่มแกนนำที่มีการจัดตั้งชมรมโคกเมารักสุขภาพ และมีตระหนักถึงความสำคัญของดูแลสุขภาพของคนในชุมชน โดยเฉพาะการป้องกันโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูงด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามวิถีชีวิต จึงเห็นควรจัดโครงการในครั้งนี้ขึ้นโดยมีการพัฒนาศักยภาพให้กับแกนนำเป็นทีมหลักของหมู่บ้าน และใช้รูปแบบของบัดดี้เป็นกลไกในการดำเนินงาน เนื่องจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต้องอาศัยแรงจูงใจและการปฏิบัติที่มีวินัยระยะยาว
การมีบัดดี้สุขภาพจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ด้วยการใช้ความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างคู่หู มีการรับฟัง ให้คำปรึกษา และติดตามผลซึ่งกันและกัน กิจกรรมในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการใช้รูปแบบคู่บัดดี้สุขภาพที่เรียกว่า “บัดดี้คู่ใจ”ในการส่งเสริมและกระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามวิถีชีวิต เพื่อเปลี่ยนจากความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้จะมีกระบวนที่เริ่มต้นจากการพัฒนาแกนนำให้มีทักษะที่เชี่ยวชาญ และมีการขยายผลสู่กลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มป่วยให้มาเป็นบัดดี้สุขภาพจนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการฝึกทักษะการเป็นที่ปรึกษาแก่กลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มป่วย อันซึ่งจะส่งผลให้สามารถพัฒนาเป็นรูปแบบการป้องกันโรคและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรังของประชาชนในหมู่ที่ ๗ ได้ในอนาคต
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | แกนนำมีความรู้และทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามวิถีชีวิต แกนนำมีความรู้และทักษะการปฏิบัติในระดับดี-ดีมาก |
||
| 2 | แกนนำสามารถขยายผลสู่กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยในชุมชนได้ แกนนำร้อยละ 100 มีการขยายผลสู่กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยในชุมชนได้อย่างน้อย 1 ราย/คน |
||
| 3 | กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยที่ได้รับการดูแลมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยที่เข้าร่วมกิจกรรมมีพฤติกรรมสุขภาพผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 |
| วันที่ | ชื่อกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) | งบกิจกรรม (บาท) | ทำแล้ว | ใช้จ่ายแล้ว (บาท) | |
|---|---|---|---|---|---|---|
วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 : แกนนำมีความรู้และทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามวิถีชีวิต |
||||||
| รวม | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | ||
วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 : แกนนำสามารถขยายผลสู่กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยในชุมชนได้ |
||||||
| รวม | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | ||
วัตถุประสงค์ข้อที่ 3 : กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยที่ได้รับการดูแลมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม |
||||||
| รวม | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | ||
หมายเหตุ : งบประมาณ และ ค่าใช้จ่าย รวมทุกวัตถุประสงค์อาจจะไม่เท่ากับงบประมาณรวมได้
1.ประชุมแกนนำเพื่อชี้แจงการดำเนินงาน
2.จัดอบรมแกนนำเพื่อพัฒนาทักษะการเป็นโค้ชปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ระยะเวลา 2 วัน
3.กิจกรรมฝึกทักษะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตนเอง 21 วัน
4.กิจกรรมฝึกปฏิบัติดูแลกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วย 1 ราย
21 วัน
5.กิจกรรมประชุมสรุปผลการดำเนินงาน
6.ประเมินผลการดำเนินงาน
1.ประเมินความรู้และทักษะการเป็นโค้ชของแกนนำด้วยแบบประเมินความรู้และทักษะการปฏิบัติ
2.ประเมินผลงานด้านการฝึกปฏิบัติดูแลกลุ่มเสี่ยงอย่างน้อย 1 ราย ด้วยการติดตามการปฏิบัติตามที่มอบหมาย
3.ประเมินผลการปฏิบัติของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยที่ได้รับการดูแลโดยแกนนำ โดยแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพ
แกนนำมีทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงได้ เกิดเครือข่ายบัดดี้ในชุมชนที่ป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ลดการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยได้
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 09:36 น.