โครงการสร้างความรู้การบริโภคอาหารที่ปลอดภัย (Food Literacy)
โครงการสร้างความรู้การบริโภคอาหารที่ปลอดภัย (Food Literacy)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสร้างความรู้การบริโภคอาหารที่ปลอดภัย (Food Literacy) | |
| รหัสโครงการ | 69-L5184-02-11 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านน้ำเค็ม | |
| วันที่อนุมัติ | 22 กรกฎาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กันยายน 2569 - 30 พฤศจิกายน 2569 | |
| งบประมาณ | 44,845.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอรุณ ขรีดาโอ๊ะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา |
โรงเรียนบ้านน้ำเค็ม ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านน้ำเค็ม หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 140 คน จากข้อมูลตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน พบว่า ในปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่มีการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งการบริโภคอาหารที่อาจจะเป็นอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลยังพบอีกว่า ช่วงเวลาของการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมนั้น นักเรียนจะบริโภคที่บ้าน หรือนอกเขตบริเวณโรงเรียน อันเป็นผลมาจากความคุ้นชิน รวมทั้งการขาดการควบคุมดูแลจากผู้ปกครองในการบริโภคอาหารที่เหมาะสม ส่งผลทำให้นักเรียนเกิดปัญหาทางสุขภาพ ได้แก่ ภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ภาวะส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หรือภาวะทุพโภชนาการ รวมทั้งโรคระบบทางเดินอาหาร ระบบย่อยอาหาร โดยที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการจัดสภาพแวดล้อมภายในให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ เช่น การควบคุมการจำหน่ายอาหารอาหารที่ไม่เหมาสม หรือที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพภายในโรงเรียน แต่ผลการดำเนินการก็ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ กล่าวคือ ยังมีนักเรียนบางส่วนที่ยังมีปัญหาอยู่ ทางโรงเรียน จึงได้มีการประชุม พูดคุยรวมทั้งวิเคราะห์สาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว ข้อค้นพบที่เป็นประเด็นสำคัญ ก็น่าจะอันเนื่องมาจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ยังขาด องค์ความรู้ในการปรุงอาหาร หรือการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ หรือบริโภคอาหารให้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ อีกทั้งยังขาดการควบคุมดูแลลูกๆนักเรียนในการบริโภคอาหารที่บ้าน ส่งผลให้ลูกๆนักเรียนมีภาวะทุพโภชนาการ รวมทั้งมีปัญหาทางสุขภาพดังกล่าวข้างต้น และจากข้อมูลของคนในพื้นที่รวมทั้งผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านน้ำเค็ม ยังพบอีกว่า วิถีชีวิตส่วนใหญ่จะรับประทานอาหารจากการ ปรุงเองที่บ้าน โดยมีแม่บ้าน พ่อบ้านหรือคนอื่นๆในบ้าน เป็นผู้ปรุงอาหารให้กับ คนในครอบครัวรับประทาน ซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่กันหลายคน ผู้ที่ทำหน้าที่ปรุงอาหารจะเริ่มตั้งแต่ คิดเมนูอาหาร เตรียมส่วนประกอบต่างๆของอาหาร ได้จากการซื้อในตลาดสดจะนะ ร้านชำต่างๆในหมู่บ้าน หรือจากรถเร่ขายของที่เวียนเข้ามาขายในหมู่บ้าน เพื่อนำประกอบอาหาร และยังรวมไปถึงผู้ที่ปรุงอาหารในร้านจำหน่ายอาหารในหมู่บ้าน ผู้ปรุงอาหารตามเทศกาลงานต่างๆและมีบางส่วนก็จะรับประทานอาหารสำเร็จรูปจากร้านอาหารในตัวเมืองของอำเภอจะนะ จากร้านแผงลอยขายอาหารในหมู่บ้าน ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวจึงสามารถสรุปได้ว่า คนในชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการเรื่องอาหารให้มีความเหมาะสมแก่ผู้บริโภค ไม่ปรุงอาหารตามความชอบของผู้ปรุงหรือคนในครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงสุขภาพเป็นอันดับเบื้องต้น
จากเหตุผลดังกล่าว ทางโรงเรียนบ้านน้ำเค็ม จึงได้มีการประชุมผู้ปกครองนักเรียน จึงได้นำเสนอโครงการนี้เพื่อเป็นการสร้างความรอบรู้ให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชน เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันในการการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ รวมทั้งมีทักษะในการพิจารณาเลือกปรุงอาหารที่มีคุณภาพ มีการจัดกาด้านอาหารและสุขภาพภายในครอบครัว เพื่อกระตุ้นและพัฒนาวัฒนธรรมในการดูแลสุขภาพให้แก่เด็ก เยาวชน รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพต่างๆของนักเรียน ซึ่งจากประโยชน์ต่างๆตามที่ได้กล่าวถึง ทางโรงเรียนจึงได้เสนอโครงการนี้ขึ้น
- 1.เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรอบรู้ (Food Literacy) ในการเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
- 2.เพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนมีความรอบรู้ (Food Literacy) ในการเลือกปรุงอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
- 3.เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรอบรู้ (Food Literacy) ในการเลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัย
- 1.กิจกรรมสร้างความรอบรู้การบริโภคอาหารที่ปลอดภัย (จำนวน 2 วัน)
- 2.เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย(นักเรียน จำนวน 138 คน ผู้ปกครอง 70 คน คณะครูและบุคลากร 14 คน และแขกผู้มีเกียรติ จำนวน 10 คน) รวมทั้งสิ้น 232 คน
- 3.สรุปและรายงานผล
- 1.1จัดอบรมการสร้างความรอบรู้ให้แก่นักเรียน จำนวน 138 คน
- 1.2จัดอบรมการสร้างความรอบรู้ให้แก่ผู้ปกครอง
- 2.เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย(นักเรียน จำนวน 138 คน ผู้ปกครอง 70 คน คณะครูและบุคลากร 14 คน และแขกผู้มีเกียรติ จำนวน 10 คน) รวมทั้งสิ้น 232 คน
1.นักเรียนมีความรอบรู้ (Food Literacy) ในการเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
2.ผู้ปกครองนักเรียนมีความรอบรู้ (Food Literacy) ในการเลือกปรุงอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
3.ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ (Food Literacy) ในการเลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัย
4.สถานศึกษาสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่มีองค์ความรู้ด้านการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์และปลอดภัย