โครงการวัยใส ใส่ใจรักษ์ฟัน
โครงการวัยใส ใส่ใจรักษ์ฟัน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการวัยใส ใส่ใจรักษ์ฟัน | |
| รหัสโครงการ | 61-L4117-02-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส | |
| วันที่อนุมัติ | 7 กุมภาพันธ์ 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 7 กุมภาพันธ์ 2561 - 28 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 19,800.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | น.ส.ซัลบีย๊ะ บุซา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบาละ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา |
หลักการและเหตุผล
สถานการณ์ฟันผุในเด็กไทย ถือว่าอยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วง จากผลการสำรวจพบว่าเด็กไทยมีปัญหาฟันผุถึง 78.๕% หรือเฉลี่ย ๔.๔ ซี่ต่อคน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย ได้กล่าวไว้ว่าแม้ปัญหาฟันผุจะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะปัญหาฟันผุหลายซี่ในปาก มีความสัมพันธ์กับภาวะเตี้ย แคระแกร็น ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า เพราะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เนื่องจากเวลาฟันผุ ไม่อยากเคี้ยวอาหาร ดังนั้นฟันที่ดีจึงถือเป็นประตูด่านแรกที่ทำให้ได้เด็กมีสุขภาพดีสมส่วน
โรงเรียนบ้านคลองน้ำใสก็มีสภาวะปัญหานักเรียนมีสุขภาพช่องปากและฟันเฉกเช่นเดียวกัน โดยผลการตรวจสุขภาพฟันนักเรียนชั้น ป.๑-๖ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ มีนักเรียนฟันผุในอัตราที่สูง คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๘๓% และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีก หากไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งปัญหาดังกล่าวก็มาจากหลายสาเหตุ อาจจะเกิดจากผู้ปกครองมีเวลาสนใจเรื่องสุขภาพนักเรียนน้อย นักเรียนเองรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น การนิยมกินขนมกรุบกรอบ ลูกอม น้ำหวาน น้ำอัดลมบ่อยๆ การมีค่านิยมในการบริโภคที่ผิดๆ หรือสาเหตุมาจากการไม่เอาใจใส่ในการดูแลสุขภาพช่องปาก การไม่แปรงฟัน นักเรียนไม่เห็นความสำคัญของการแปรงฟันและการแปรงฟันไม่ถูกวิธี ปัญหาฟันผุจึงมาจากสาเหตุย่อยๆ หลายส่วนรวมกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก การเจริญเติบโต พัฒนาการ บุคลิกภาพของนักเรียนและที่สำคัญคือส่งผลกระทบต่อการเรียน ทำให้นักเรียนหยุดเรียนบ่อย อีกทั้งปัญหาฟันผุนำไปสู่การสูญเสียฟันในวัยเด็กและอาจสะสมจนต้องสูญเสียฟันทั้งปากในวัยผู้ใหญ่ตามมา
ทางโรงเรียนบ้านคลองน้ำใสเล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ จึงได้เสนอโครงการวัยใส ใส่ใจรักษ์ฟัน ขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหารกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดฟันผุ ใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี มีสุขนิสัยที่ดีในการดูแลสุขภาพ เพราะปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ถ้าทุกคนใส่ใจ นักเรียนมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยโรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้นและศูนย์กลางของการสร้างสุขภาพแก่เด็ก ครอบครัวและชุมชน การที่ทุกคนมีสุขภาพดีจะทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
- ๒.๑ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ได้
- ๒.๒ เพื่อให้นักเรียนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของตนเองที่นำไปสู่การมีสุขภาพฟันที่ดี
- ๒.๓ เพื่อให้นักเรียนตระหนักและเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน
- ๑. กิจกรรมอบรมให้ความรู้
วิธีดำเนินการ(ขั้นเตรียมการ,ขั้นดำเนินการ,ขั้นสรุป)
๔.๑ จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติ และขอสนับสนุนงบประมาณ
๔.๒ ประชุมชี้แจงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบนโยบายและวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้มีความ
เข้าใจในแนวเดียวกัน
๔.๓ กำหนดรูปแบบกิจกรรมการให้ความรู้กลุ่มเป้าหมาย
๔.๓.๑ กิจกรรมอบรมให้ความรู้นักเรียนทั้ง ๓ กลุ่มเป้าหมาย(แยกอบรมวันละ ๑ กลุ่ม)
ในหัวข้อดังนี้
- สถานการณ์สุขภาพของนักเรียนในโรงเรียน
- สุขบัญญัติแห่งชาติ
- การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- การเลือกแปรงสีฟัน ยาสีฟันและการแปรงฟันที่ถูกวิธี
- การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน
- การแปรงฟันและย้อมสีฟัน
๔.๔ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมการอบรม
๔.๕ ดำเนินงานตามโครงการ
๔.๖ ประเมินผล สรุปโครงการ
๔.๗ รายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๘.๑ นักเรียนสามารถเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ได้ ๘.๒ นักเรียนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของตนเองที่นำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี ๘.๓ นักเรียนตระหนักและเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ๘.๔ นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถดูแลสุขภาพช่องปากและฟันได้อย่างถูกวิธี ๘.๕ นักเรียนมีสุขนิสัยที่ดีในการแปรงฟัน ๘.๖ นักเรียนมีฟันผุลดลง ๘.๗ นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และขยายผลไปสู่ที่บ้านอย่างทั่วถึง