โครงการพัฒนาระบบบริการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมวัณโรคในชุมชน ปีงบประมาณ 2561
โครงการพัฒนาระบบบริการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมวัณโรคในชุมชน ปีงบประมาณ 2561
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการพัฒนาระบบบริการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมวัณโรคในชุมชน ปีงบประมาณ 2561 | |
| รหัสโครงการ | 61-L5307-1-15 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน 1 | |
| วันที่อนุมัติ | 1 กุมภาพันธ์ 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2561 - 31 กรกฎาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 18,225.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางรีนาโต๊ะเจ๊ะผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน 1 | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
องค์การอนามัยโลกคาดอัตราป่วยวัณโรครายใหม่ในประเทศไทยจากการสำรวจความชุกพบว่าในปี 2557 มีประมาณ 120,000 รายคิดเป็น 171 ต่อแสนประชากร ซึ่งพบในกลุ่ม ผู้สูงอายุ แรงงานต่างด้าว ผู้ต้องขัง ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ป่วยเบาหวานเป็นต้น ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานหรือดื้อยาหลักอย่างน้อย 2 ชนิดคือไอโสไนอาสิดและไรแฟมพิซินประมาณ 2,200 ราย มาจากผู้ป่วยใหม่ 1,100 ราย, ผู้ป่วยมีประวัติรักษาวัณโรคมาก่อน 1,100 ราย
วัณโรค เป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจอีกโรคหนึ่ง ที่มีการระบาดเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในชุมชน โดยเฉพาะในชุมชนที่มีประชาชนอยู่กันแออัด ผู้ป่วยมักจะมีอาการไอต่อเนื่องเกิน ๒ สัปดาห์ เจ็บหน้าอก มีไข้ต่ำๆ หรือบางรายอาจไม่มีอาการแสดง หรือบางรายพบในผู้ป่วยติดเชื้อ HIV วัณโรคเป็นโรคติดต่อที่รายแรงและค้นหาผู้ป่วยได้ยาก เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการเจ็บป่วยของตนเองกลัวสังคมรังเกียจปฏิเสธการรักษาพยาบาลเพราะยังมีประชาชนบางส่วนที่มีความเข้าใจที่ผิดในเรื่องโรควัณโรคเช่นผู้ป่วยโรคเอดส์เป็นโรควัณโรคทุกรายแต่ความจริงผู้ป่วยวัณโรคไม่จำเป็นต้องเป็นโรคเอดส์ เพราะโรคเอดส์เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องดังนั้นจึงทำให้เกิดโรควัณโรคแทรกซ้อนได้ง่ายปัจจุบันโรควัณโรคมียารักษาให้หายขาดได้แต่ต้องกินยาต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนดห้ามหยุดยาหรือเพิ่มขนาดยาเองแต่ยังมีผู้ป่วยบางส่วนที่หยุดกินยาเอง เนื่องจากมีอาการแพ้ยาจากฤทธิ์ของยาทำให้ผู้ป่วยหยุดการรักษาเองและทำให้เชื้อดื้อยาจนต้องเปลี่ยนวิธีการรักษาที่ยุ่งยากขึ้นยิ่งวิธีการรักษาที่ยุ่งยากเท่าไหร่การขาดการรักษาที่ต่อเนื่องยิ่งมากเท่านั้น ซึ่งอาจส่งผลเสียให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้นและอาการของโรครุนแรง เกิดโรคแทรกซ้อน รักษายากใช้เวลานาน
จากรายงานวัณโรคของโรงพยาบาลสตูลปี 2560 ผู้ป่วยขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น 120 รายคิดเป็นอัตราป่วย 106.44 ต่อแสนประชากร ผลสำเร็จของการรักษาร้อยละ 86.70 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายคือร้อยละ 87
สถานการณ์วัณโรคของตำบลบ้านควนพบผู้ป่วยตั้งแต่ปี2555-2561ตามลำดับดังนี้ 1,3,6,1,4,4,3 รายทุกปีตั้งแต่ 1 – 6 ราย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตำบลบ้านควน จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบบริการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมวัณโรคในชุมชน เพื่อกำหนดแนวทางการควบคุมโรคโดยมุ่งเน้น
“ค้นให้พบ จบด้วยหาย พัฒนาเครือข่ายและระบบการดูแลรักษา”กำกับการกินยาแบบมีพี่เลี้ยง(DOTS)
โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขญาติ หรือ อสม. จนรักษาหาย
- ๑. เพื่อเร่งรัดการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในชุมชนและกลุ่มเสี่ยง
- ๒. เพื่อให้ป่วยวัณโรคเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพเน้นการควบคุมกำกับการกินยาแบบมีพี่เลี้ยง(DOTS) โดยญาติ หรือ อสม.
- ๓. เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัณโรคในชุมชนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรมในการป้องกันและควบคุมวัณโรคที่ถูกต้อง
- อบรมให้ความรู้แก่ อสม. เรื่องการค้นหาผู้ป่วย การรับยารักษาโรควัณโรค และ การกำกับการกินยาแบบมีพี่เลี้ยง (DOTS) โดยญาติ หรือ อสม.
- ค้นหา/คัดกรองกลุ่มเสี่ยงเเละผู้เข้าข่ายสงสัยในชุมชน
- สรุปผลการดำเนินงาน
วิธีการดำเนินงาน
๑. จัดทำแผนงาน / โครงการเพื่อเสนอผู้บริหาร
๒. ประชุมชี้แจงโครงการแก่ เจ้าหน้าที่อสม. และผู้ที่เกี่ยวข้อง
๓. จัดอบรมให้ความรู้แก่ อสม. เรื่องการค้นหาผู้ป่วย การรับยารักษาโรควัณโรค และ การกำกับการกินยาแบบมีพี่เลี้ยง (DOTS)โดยญาติ หรือ อสม.
๔. การค้นหา/คัดกรองกลุ่มเสี่ยงและผู้เข้าข่ายสงสัยในชุมชน
๕. กลุ่มเสี่ยงและผู้ที่มีอาการเข้าข่ายสงสัยในชุมชนที่ผลการคัดกรองผิดปกติได้รับการส่งต่อเพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง
๖. ติดตามการรับยา/การเยี่ยมบ้านของผู้ป่วยวัณโรคตลอดการรักษาจนหายขาด
๗. สรุปผลการดำเนินงาน/ปัญหาอุปสรรคตามโครงการ
หลังจากการดำเนินโครงการเสร็จสิ้นคาดว่า อสม. มีความรู้ในเรื่องการดูแลผู้ป่วยวัณโรคด้วยการดำเนินงานแบบการกำกับการกินยาแบบมีพี่เลี้ยง(DOTS)ได้อย่างถูกต้องสามารถค้นหาผู้ที่มีอาการเข้าข่ายวัณโรคให้ได้รับการรักษาได้ทันเวลาและผู้ป่วยวัณโรคสามารถรักษาสำเร็จและไม่กลับเป็นซ้ำโดยมุ่งเน้น
“ค้นให้พบ จบด้วยหาย พัฒนาเครือข่ายและระบบการดูแลรักษา”ต่อไป