โครงการรอบรู้ เท่าทัน ป้องกันโรคNCDs ตำบลลุโบะบือซา ประจำปีงบประมาณ2570
| ชื่อโครงการ | โครงการรอบรู้ เท่าทัน ป้องกันโรคNCDs ตำบลลุโบะบือซา ประจำปีงบประมาณ2570 |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 70-L2501-03-03 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 3 สนับสนุนหน่วยงานที่มีหน้ารับผิดชอบเกี่ยวกับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานสาธารณสุขอื่นของ อปท. เช่น กองสาธารณสุขของเทศบาล |
| วันที่อนุมัติ | 15 กันยายน 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 กันยายน 2569 - 30 กันยายน 2570 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กันยายน 2570 |
| งบประมาณ | 18,720.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อบต.ลุโบะบือซา |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวฟิรดาวซ์ เจ๊ะโซ๊ะ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | นางวิชุดา กูลเกื้อ |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ลุโบะบือซา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.43,101.725place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | 60 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
โรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในปัจจุบัน คือ โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาและปฏิบัติตัวที่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมามากมาย โดยเฉพาะโรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease) ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังมากถึงร้อยละ 17.5 ของประชากรที่เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เมื่อโรคดำเนินเข้าสู่ระยะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease,ESRD) ที่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตหรือการปลูกถ่ายไต และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้สูญเสียสุขภาวะ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ประกอบกับสถานการณ์ปัญหาของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังประเทศไทยในปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจต่อตัวผู้ป่วยเองและต่อประเทศไทยในอนาคต เพราะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาซึ่งมีราคาสูงโดยเฉพาะในระยะที่เข้าสู่การบำบัดทดแทนไต การป้องกันไม่ให้เกิดโรคไตเรื้อรังและชะลอความเสื่อมของไตในกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง กลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจึงเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะการค้นหา คัดกรอง เพื่อการเฝ้าระวัง รวมถึงการติดตามดูแลให้ความรู้และคำแนะนำเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยาอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การดูแลตนเองที่บ้านจนถึงการเกิดการกระตุ้นให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพในการดูแลตนเองและดูแลผู้อื่น จนทำให้จำนวนผุ้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีจำนวนลดลงได้ในอนาคต ซึ่งเริ่มจากการดูแลคนในชุมชน ดังนั้น เพื่อให้เกิดการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพในกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยง และเกิดการชะลอการเสื่อมของไตในกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง องค์การบริหารส่วนตำบลลุโบะบือซาจึงจัดทำโครงการป้องกันการเกิดโรคไตและชะลอไตเสื่อมขึ้น
โรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในปัจจุบัน คือ โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาและปฏิบัติตัวที่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมามากมาย โดยเฉพาะโรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease) ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังมากถึงร้อยละ 17.5 ของประชากรที่เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เมื่อโรคดำเนินเข้าสู่ระยะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease,ESRD) ที่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตหรือการปลูกถ่ายไต และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้สูญเสียสุขภาวะ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ประกอบกับสถานการณ์ปัญหาของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังประเทศไทยในปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจต่อตัวผู้ป่วยเองและต่อประเทศไทยในอนาคต เพราะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาซึ่งมีราคาสูงโดยเฉพาะในระยะที่เข้าสู่การบำบัดทดแทนไต การป้องกันไม่ให้เกิดโรคไตเรื้อรังและชะลอความเสื่อมของไตในกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง กลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจึงเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะการค้นหา คัดกรอง เพื่อการเฝ้าระวัง รวมถึงการติดตามดูแลให้ความรู้และคำแนะนำเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยาอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การดูแลตนเองที่บ้านจนถึงการเกิดการกระตุ้นให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพในการดูแลตนเองและดูแลผู้อื่น จนทำให้จำนวนผุ้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีจำนวนลดลงได้ในอนาคต ซึ่งเริ่มจากการดูแลคนในชุมชน ดังนั้น เพื่อให้เกิดการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพในกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยง และเกิดการชะลอการเสื่อมของไตในกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง องค์การบริหารส่วนตำบลลุโบะบือซาจึงจัดทำโครงการป้องกันการเกิดโรคไตและชะลอไตเสื่อมขึ้นด้วยปัจจุบันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง (NCD) เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน(DM)และ โรคความดันโลหิตสูง (HT) เป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะโรคแทรกซ้อน ทำให้เกิดความพิการและตายก่อนวัยอันควร การเกิดโรคมีสาเหตุจากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มาจากพฤติกรรมการ รับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย และนำไปสู่การเจ็บป่วยแทรกซ้อนที่สำคัญ อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง(Strok) โรคไตวายเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด(CVD) โรคจอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น โรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญซึ่งประเทศไทยคาดว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มมากขึ้น ในแต่ละปี โรคหลอดเลือดสมองเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ เพศ และปัจจัยด้านพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกาย อาหาร การสูบบุหรี่ ดื่ม สุรา และปัจจัยทางกายภาพ เช่น ความคันโลหิต ระดับไขมันในเลือด และเบาหวาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงของแต่ละบุคคลในการนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง ในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งบุคคลที่มีหลายปัจจัยร่วมกันจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น การเจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นภาวะที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้าและเป็นภาวะวิกฤตของแต่ละบุคคล หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที่และเหมาะสมอาจเกิดการสูญเสียชีวิต รวมทั้งเกิดความบกพร่องในการทำงานของอวัยวะ ที่สำคัญ ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือฉุกเฉินที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่ง ได้แก่ กลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อพิจารณาเป็นรายโรค และพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาก ที่สุดทั้งในเพศชายและเพศหญิงคือ โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพบอัตราการเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 28 ในเพศหญิง และร้อยละ 10.6 ในเพศชาย ส่วนผู้รอดชีวิตจากกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดความพิการหลงเหลือตามมามากที่สุดสถานการณ์โรคหลอดเลือดสมอง ของตำบลมอเลาะ พบว่าปัจจัยที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรค ได้แก่ การที่ผู้ป่วยมีโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และไขมันในเส้นเลือด ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง ซึ่งผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินเหล่านี้จะต้องได้รับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา หากได้รับการนำส่งโรงพยาบาลอย่างถูกวิธี และได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายในเวลา 4.5 ชั่วโมง นับจากเกิดเหตุ จะส่งผลทำให้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 30 และลดความพิการที่อาจเกิดตามมาภายหลังได้ จากสถานการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าโรคหลอดเลือดสมอง ส่งผลทำให้เกิดความพิการทางด้านการเคลื่อนไหว และเสียชีวิตได้ โดยทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตำเสา จึงเห็นความสำคัญถึงการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลลุโบะบือซา จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของบัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำ
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1.เพื่อประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ลดภาวะแทรกซ้อน
|
||
| 2 | 2.เพื่อให้ผู้ป่วยเรื้อรัง โรคความดัน เบาหวาน มีความรู้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ผู้ป่วยสามารถคุมระดับน้ำตาลได้ และความดันได้ดี
|
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
- ประชุมหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกับ อสม.และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ลุโบะบือซา
- คัดกรองผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
- จัดทำโครงการขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขาพตำบลลุโบะบือซา
- จัดอบรมผู้ป่วยเรื้อรัง (ความดันโลหิตสูง/เบาหวาน) ที่มีภาวะเสี่ยงสูง ให้เกิดการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม เช่น อาหาร อารมณ์ การออกกำลังกาย เพื่อลดความเสี่ยงป้องกันภาวะไตเสื่อม
1.ประชาชนกลุ่มสงสัยป่วย และกลุ่มผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน มีความรู้และเกิดความตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ชีวิตประจำวัน สามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีสุขภาพดีและสามารถลดความรุนแรงและลดการเกิด โรคแทรกซ้อนได้ และนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี 2.ผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงและความดันสูง สามารถควบคุมได้ดีเพิ่มขึ้น
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2569 15:43 น.