โครงการลดโรค ลดป่วย หลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยด้วยโรคความดับโลหิตสูงและเบาหวาน ตำบลกาหลง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ปีงบประมาณ 2561
โครงการลดโรค ลดป่วย หลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยด้วยโรคความดับโลหิตสูงและเบาหวาน ตำบลกาหลง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ปีงบประมาณ 2561
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการลดโรค ลดป่วย หลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยด้วยโรคความดับโลหิตสูงและเบาหวาน ตำบลกาหลง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ปีงบประมาณ 2561 | |
| รหัสโครงการ | 61-L2524-004 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | นางสาวแวฆูลียะห์ แวอาแซ | |
| วันที่อนุมัติ | 7 กุมภาพันธ์ 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2561 - 31 ธันวาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 13,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวแวฆูลียะห์ แวอาแซ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส |
ความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญปัญหาหนึ่งของประเทศ ในสภาพสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งเศรษฐกิจและสังคมทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนเปลี่ยนไป ความเร่งรีบทำให้โอกาสในการเลือกรับประทานที่มีประโยชน์น้อยลงส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง เห็นได้จากผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมีเพิ่มขึ้นทุกปีและจะทำให้มีโอกาสที่จะป่วยด้วยโรคอื่น ๆ ตามมา เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าว น่าจะเป็นหนทางที่ปลอดภัยและประหยัดงบประมาณกว่าการรักษา โดยการเลือกรับประทานอาหารรสเค็มให้น้อยลง งดสูบบุหรี่และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ หากสามารถปฏิบัติได้สม่ำเสมอน่าจะช่วยให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาพดี ส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามไปด้วย จากผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่ตำบลกาหลงโดยการตรวจร่างกาย ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ (ก.ค.-ก.ย.๒๕๖๐) พบว่า พบว่าประชากรกลุ่มเป้าหมาย อายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป จำนวน ๑,๔๖๒ คน ได้รับการคัดกรองความดันโลหิตสูง และเบาหวาน จำนวน ๑,๓๘๓ คน (ร้อยละ ๙๔.๕๙) พบว่ามีผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน ๓๕๖ คน (ร้อยละ ๒๖.๓๙) และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน จำนวน ๓๐๑ คน (ร้อยละ ๒๑.๗๖) สิ่งที่น่าวิตกอย่างยิ่ง คือ ในจำนวนผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๖๐ ในชาย และ ๔๐ ในหญิงไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน (ไม่รู้ตัวว่าเป็นความดันโลหิตสูง) ร้อยละ ๘-๙ ได้รับการวินิจฉัยแต่ไม่ได้รับการรักษา ส่งผลให้อาการทวีความรุนแรงขึ้นเพราะไม่ได้รับการรักษา และในกลุ่มของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา พบว่าจานวนประมาณน้อยกว่า ๑ ใน ๔ ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ตามเกณฑ์ และมีเพียง ๑ ใน ๔ ที่ได้รับการรักษาและควบคุมความดันโลหิตได้ ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น จากเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าไผ่ จึงมีแนวคิดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการดูแลตนเองและส่งเสริมการบริโภคที่ให้กับประชากรกลุ่มนี้ด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจและสังคมให้ดีขึ้น ทำให้สามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ผู้ป่วยสามารถลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดผู้เสี่ยงสามารถการเจ็บป่วย ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ภาระและค่าใช้จ่ายของครอบครัว สังคม ในด้านการรักษาพยาบาลที่จะตามมา จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานรวมทั้งตรวจสุขภาพประจำปีในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ในตำบลกาหลงอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ปี ๒๕๖๑ ขึ้น
- ประชุมเจ้าหน้าที่และ อสม.เพื่อเตรียมความพร้อมแนวทางการคัดกรองฯ
- ัคัดกรองประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไปในตำบลกาหลง จำนวน 4 หมู่บ้าน
ขั้นเตรียมการ
๑. ผู้รับผิดชอบงานสำรวจข้อมูลประชาชนกลุ่มเสี่ยง ๓๕ ปีขึ้นไป
๒. จัดทำแผนงานเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลศรีสาครอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ
๓. จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติโครงการฯ
๔. ผู้รับผิดชอบงานประชุมชี้แจงแผนการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ และ อสม.ในพื้นที่ตำบลกาหลง
๕. ประสานงานกับองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อสม. ผู้นำศาสนาผู้นำชุมชนสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล
ขั้นดำเนินการ
๑. ตรวจคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในชุมชน โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเครือข่าย อสม.ตำบลกาหลงทั้ง 4 หมู่ ตามแผนการดำเนินงานที่กำหนด
๒. นัดผู้ป่วยที่เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานตรวจซ้ำในสถานบริการ
๓.ส่งต่อกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องโดยแพทย์โรงพยาบาลศรีสาคร
๔. ตรวจสุขภาพประจำปีให้กับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เพื่อคัดกรองภาวะแทรกซ้อน
๑. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงร้อยละ ๙๐ ได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ๒. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแลและส่งต่อเพื่อพบแพทย์ ๓. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจและวินิจฉัยโรคก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน