โครงการเฝ้าระวังดูแลร่วมและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ปี 2561
| ชื่อโครงการ | โครงการเฝ้าระวังดูแลร่วมและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ปี 2561 |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 61-L1522-1-003 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านแหลมมะขาม |
| วันที่อนุมัติ | 31 มกราคม 2561 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2561 - 31 กรกฎาคม 2561 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 สิงหาคม 2561 |
| งบประมาณ | 50,000.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางชิดชนกพลเดช |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.645,99.306place |
| งวด | วันที่งวดโครงการ | วันที่งวดรายงาน | งบประมาณ (บาท) | |||
|---|---|---|---|---|---|---|
| จากวันที่ | ถึงวันที่ | จากวันที่ | ถึงวันที่ | |||
| 1 | 1 มี.ค. 2561 | 31 ส.ค. 2561 | 50,000.00 | |||
| รวมงบประมาณ | 50,000.00 | |||||
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | 126 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มวัยทำงาน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 126 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
การเจ็บป่วยเรื้อรังกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทั่วโลกและประเทศไทยการเจ็บป่วยเรื้อรังเป็นภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลง มีผลกระทบต่อกระบวนการพัฒนาของบุคคลที่เกิดขึ้นอย่างถาวรไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำให้การดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สังคม ครอบครัวต้องรับภาระดูแลผู้ป่วย ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของสมาชิกในครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป ถ้าหากการดูแลผู้ป่วยใช้เวลายาวนานทำให้ต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลและเศรษฐกิจ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมและวิถีการดำเนินชีวิตซึ่งสามารถป้องกันและปรับเปลี่ยนได้ ชนิดหนึ่ง ซึ่งพบว่ามีอัตราอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในประเทศที่กำลังพัฒนา ประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีประชากรที่เป็นเบาหวานเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ความชุกของโรคเบาหวานในประชากรอายุ ๑๕ – ๕๙ปี เพิ่มจากร้อยละ ๔.๔เป็นร้อยละ ๖.๖ปัจจุบันคาดว่ามีผู้ป่วยเบาหวานประมาณ ๓.๒ล้านคน และผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ๑๐ล้านคน และพบว่ามีผู้ป่วยเบาหวานและผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เข้าถึงระบบบริการเพียงร้อยละ ๔๑และ ๒๙ ตามลำดับ ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี (HbA1C
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี |
|---|
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 0 | 50,000.00 | 3 | 49,724.00 | 276.00 | |
| 23 ก.ค. 61 | อบรมให้ความรู้เรื่องโรคและภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ในกลุ่มป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วย | 0 | 7,500.00 | ✔ | 7,500.00 | 0.00 | |
| 24 ก.ค. 61 | อบรมให้ความรู้เรื่องโรคและภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ในกลุ่มป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วย | 0 | 7,000.00 | ✔ | 7,000.00 | 0.00 | |
| 13 ก.พ. 62 | อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน | 0 | 35,500.00 | ✔ | 35,224.00 | 276.00 | |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 50,000.00 | 3 | 49,724.00 | 276.00 | ||
๑.สรุป รวบรวมรายชื่อกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป
๒.ประสานจัดซื้ออุปกรณ์ในการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
๓.เตรียมแบบคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
4.ดำเนินการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
5.สรุปรวบรวมรายชื่อกลุ่มเสี่ยงที่ได้จากการคัดกรอง
6.ให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
-การอบรมให้ความรู้เรื่องโรค
-การออกกำลังกายโดย อสม.แป็นแกนนำ
-การรับประทานอาหาร
7.อบรมให้ความรู้เรื่องโรคและภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในกลุ่มผู้ป่วยที่ควบคุมไม่ได้และญาติ
8.จัดทำเอกสารความรู้เรื่องโรคและการปฏิบัติตัว
9.จัดทำจดหมายน้อยถึงครอบครัวทุกครั้งที่ผลตรวจผิดปกติ
10.ติดตามเจาะน้ำตาลในเลือดสัปดาห์ละครั้ง
11.ทำป้ายความรู้ติดในชุมชน
12.ประเมินติดตามผล
- ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
- ลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐเรื่องการใช้ยาลดลง 3.ลดภาระของแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วย และลดความแออัดในโรงพยาบาล
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2561 13:49 น.