กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการกำจัดตัวอ่อน ทำลายตัวแก่ ยับยั้งการแพร่โรคไข้เลือดออก ปี 2561

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการกำจัดตัวอ่อน ทำลายตัวแก่ ยับยั้งการแพร่โรคไข้เลือดออก ปี 2561
รหัสโครงการ 61-L8423-01-07
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงสะโต
วันที่อนุมัติ 9 กุมภาพันธ์ 2561
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มีนาคม 2561 - 31 ธันวาคม 2561
งบประมาณ 24,204.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายอาลาวี สนิ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลบาโงสะโต อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานเผชิญภัยพิบัติและโรคระบาด
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยมีรายงานการระบาดของโรคไข้เลือดออกมานานกว่า ๕๐ ปี และเริ่มมีการรายงานการระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างชัดเจน ในปี พ.ศ. ๒๕๐๑ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ตรวจพบในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่นั้นมาก็มีรายงานการระบาดกระจายออกไปทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ มีรายงานผู้ป่วยสูงสุดในประเทศไทยเท่าที่เคยมีรายงาน พบผู้ป่วยมีจำนวน ๑๗๔,๒๘๕ ราย เสียชีวิต ๑,๐๐๗ ราย ปัจจุบันโรคไข้เลือดออก มีการระบาดกระจายไปทั่วประเทศ ทุกจังหวัด และอำเภอ การกระจายของโรคมีการเปลี่ยนแปลงตามพื้นที่อยู่ตลอดเวลา
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคระบาดที่เป็นปัญหาเกือบทุกปี จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้โรคไข้เลือดออกเริ่มระบาดหนักในทุกพื้นที่อันเนื่องด้วยปัจจัยต่างๆที่เอื้อผลต่อการเพิ่มจำนวนประชากรของยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคสภาพอากาศฝนตกตลอดทั้งปีเอื้อหนุนต่อการเกิดน้ำขังตามภาชนะต่างๆเป็นแหล่งวางไข่ของยุงลายตามปริมาณของยุงลายที่เพิ่มประชากรในทุกขณะซึ่งหมายถึง Agentที่เพิ่มมากขึ้นบวกกับ Environment ที่เอื้อต่อการเกิดโรค ประจวบเหมาะกับHost ที่ร่างกายอ่อนแอไปทุกวันขาดการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคการขาดความตระหนักในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเหมือนกับเป็นวงจรที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคไข้เลือดออกเพิ่มมากขึ้นและยากต่อการควบคุมและป้องกันโรคทั้งนี้ความสูญเสียจากโรคไข้เลือกออกมีความรุนแรงตามพยาธิสภาพของโรคที่อาจเกิดภาวะช็อกและถึงแก่ชีวิตได้หากยิ่งขาดความตระหนักขาดการควบคุมดูแลหรือการเร่งรัดมาตรการป้องกันอาจจะเกิดการสูญเสียมากขึ้นอัตราป่วยและอัตราตายก็จะเพิ่มมากขึ้นตามกัน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงสะโต ประสบปัญหาโรคไข้เลือดออกทุกปีโดยพบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกตามรายงานโรคที่ต้องเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ๕ ปีย้อนหลัง ดังนี้พบว่าปี ๒๕๕๖ อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ๓๗๔.๗๑ ต่อแสนประชากร ปี ๒๕๕๗อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ๓๗๔.๗๑ ต่อแสนประชากร ในปี ๒๕๕๘ อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ๕๒๐.๗๑ ต่อแสนประชากร ในปี ๒๕๕๙ อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ๑๔๒.๔๘ ต่อแสนประชากร และในปี ๒๕๖๐ อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ๒๙๒.๓ ต่อแสนประชากร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งการระบาดของโรคไข้เลือดออกย้อนหลัง ๕ ปีถ้าวัดตามแนวโน้มและลักษณะการระบาดของโรคทุกปี และอัตราการเกิดโรคในแต่ละปี เกิน ๕๐ ต่อแสนประชากรซึ่งไม่ผ่านตัวชี้วัดที่กระทรวงกำหนด ด้วยสภาพปัญหาดังกล่าวนี้ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงสะโต จึงได้จัดทำ โครงการกำจัดตัวอ่อน ทำลายตัวแก่ ยับยั้งการแพร่โรคไข้เลือดออก เพื่อแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกในชุมชนต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก
  2. เพื่อลดจำนวนแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย สามารถควบคุมดัชนีความชุกลูกน้ำยุงลายอยู่ในเกณฑ์ปกติ (ค่า BI < ๕๐,HI < ๑๐,CI = ๐) โดยประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ
  3. เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพ อสม.ที่เป็นแกนนำด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
  2. อบรมเชิงปฏิบัติการทีม SRRT ในการเฝ้าระวังสถานการณ์ ตลอดจนมีการซ้อมแผนการดำเนินงานควบคุมโรคตามแนวทางระบาดวิทยา
  3. ประชุมรายงานและประเมินผลการดำเนินการควบคุมป้องกันโรคของทีม SRRT ๓ เดือน/ครั้ง
  4. กิจกรรมพ่นหมอกควัน
วิธีดำเนินการ

๑. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพ อสม.ที่เป็นแกนนำด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ให้มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาองค์ความรู้ของโรค มีความรู้ความเข้าใจในหลักปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ ๒. อบรมเชิงปฏิบัติการทีม SRRT ในการเฝ้าระวังสถานการณ์ ตลอดจนมีการซ้อมแผนการดำเนินงานควบคุมโรคตามแนวทางระบาดวิทยา ๓. ประชุมรายงานและประเมินผลการดำเนินการควบคุมป้องกันโรคของทีม SRRT ๓ เดือน/ครั้ง ๔. ดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก ไม่ว่าจะเป็นการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกๆวันศุกร์อย่างต่อเนื่อง ๕. ดำเนินการพ่นหมอกควัน มุ่งเน้นการพ่นหมอกควันละแวกบ้านที่มีผู้ป่วยรัศมี ๑๐๐ เมตร ตลอดจนพ่นหมอกควันทุกพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกลดลง ๒. อสม.มีความรู้ความเข้าใจและสามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกแก่ชุมชนได้ ๓. ประชาชนมีการพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกที่ดีได้