โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ป้องกันภัยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ป้องกันภัยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ป้องกันภัยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง | |
| รหัสโครงการ | 61 - l5191 - 1 - 01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาแปด | |
| วันที่อนุมัติ | 10 เมษายน 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2561 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 45,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางเอมอร เหลาะเหม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา |
- จำนวนของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวาน (คน) ขนาด 45.00
- จำนวนของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน (คน) ขนาด 6.00
- จำนวนของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นโรคเบาหวาน (คน) ขนาด 6.00
- จำนวนของประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อความดันโลหิตสูง (คน) ขนาด 478.00
- จำนวนของประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในกลุ่มสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูง (คน) ขนาด 42.00
- จำนวนของประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในกลุ่มผู่ป่วยรายใหม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง (คน) ขนาด 3.00
ตามที่นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกคนภาคส่วนในสังคมในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการเสริมสร้างสุขภาวะให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ สามารถดูแลตนเองได้โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาทุนสังคม และภูมิปัญญาชุมชน ตลอดจนการมีส่วนร่วมของพื้นที่ในระดับท้องถิ่น กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จของการสร้างสุขภาวะให้คนไทยแข็งแรง ส่วนหนึ่งนั้น โดยได้กำหนดตัวชื้วัดของโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โดยกำหนดให้มีกิจกรรมการคัดกรอง ค้นหาผู้ป่วยในชุมชน และให้มีการลดละกิจกรรมเสี่ยงอันได้แก่ละเลิกการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานผักผลไม้เพิ่มขึ้น มีการออกกำลังกายเป็นประจำ ลดภาวะน้ำหนักเกิน การดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนนั้นจำเป็นจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง และการกำหนดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมของพื้นที่
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด/ระดับความดันโลหิต เปลี่ยนแปลงอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
- กิจกรรมที่ 1 การสร้างแกนนำวิทยากรและการพฒนาหลักสูตรเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- กิจกรรมที่ 2 การดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง ครั้งที่ 1 การอบรมกลุ่มเสี่ยงให้มีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวเอง จำนวน 50 คน
- กิจกรรมที่ 3 การดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มผู้ป่วย ครั้งที่ 1 เป็นการอบรมกลุ่มผู้ป่วยให้มีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวเอง
- กิจกรรมที่ 3 การดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มผู้ป่วย ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 6 เดือน
- กิจกรรมที่ 2 การดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 6 เดือน เพื่อเป็นการติดตาม ประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
กิจกรรมที 1 การสร้างแกนนำวิทยากรและการพัฒนาหลักสูตรเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 1. ประชุมชี้แจงโครงการฯแก่คณะทำงานและผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเนื้อหา กำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯการพิจารณากลุ่มเป้าหมาย และชี้แจงวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน 2. ประสานกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาแปด, อสม 1.3ดำเนินการประชุมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทบทวนความรู้ และพิจารณาจัดทำหลักสูตรพื้นฐานการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตและวิถีชุมชน จัดหลักสูตรตามกลุ่มเป้าหมายและปัจจัยเสี่ยง 1.4เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมจัดทำหลักสูตร เป็นทีมวิทยากรให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตามแบบวิถีชุมชนโดยสร้างการมีส่วนร่วมกิจกรรมจากประชาชนกลุ่มเสี่ยง 1.5ประเมินผลการใช้หลักสูตร สรุปผลการดำเนินโครงการ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ กิจกรรมที่ 2 การดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด/ระดับความดันโลหิต เปลี่ยนแปลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ
- กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถควบคุมโรคได้ ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน
- มีเครือข่าย/แกนนำด้านสุขภาพในชุมชน และบุคคลต้นแบบของชุมชน