เฝ้าระวังความดันโลหิตสูง- เบาหวาน หมู่ที่ 1
เฝ้าระวังความดันโลหิตสูง- เบาหวาน หมู่ที่ 1
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | เฝ้าระวังความดันโลหิตสูง- เบาหวาน หมู่ที่ 1 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 1 | |
| วันที่อนุมัติ | 28 ธันวาคม 2560 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2561 - 31 สิงหาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 5,322.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 1 | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
จากแบบแผนการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป การดำรงชีวิตประจำวันที่รีบเร่ง การบริโภคที่ต่างจากเดิม การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารรสเค็มจัด อาหารมัน รวมทั้งมีการแข่งขันสูงขึ้นเพื่อความอยู่รอด ก่อให้เกิดความเครียดและยังขาดการออกกำลังกาย พฤติกรรมดังกล่าวมีความสัมพันธ์ชัดเจนต่อสุขภาพ การเกิดโรคต่างๆ การบาดเจ็บและการเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ปัญหาสาธารณสุขของไทยจึงมีแนวโน้มเป็นโรคติดต่อมากขึ้น โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเรื้อรัง ไม่หายขาดต้องรักษาไปตลอดชีวิต สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อระบบหัวใจ สมอง ไต และดวงตา ซึ่งนับว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ในระยะแรกของการเป็นโรคความดันโลหิตสูงจะไม่แสดงอาการใดๆ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองมีความดันโลหิตสูง จึงไม่มีการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมในการดำรงชีวิต แต่การดำเนินของโรคยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อค่าความดันโลหิตสูงขึ้นเรื่อยๆ จะบั่นทอนอายุขัยของคนเหล่านี้ เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสองและโรคหัวใจถึงสามเท่าตัว การที่จะรู้ว่ามีภาวะความดันดลหิตสูงก็ต่อเมื่อวัดความดันโลหิตพบ เมื่อเริ่มมีอาการมึนงงศีรษะ นั่นแสดงว่ามีภาวะวามดันโลหิตสูงมานาน และได้บั่นทอนอายุลงไปมากแล้ว การเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเฝ้าระวังโรคเป็นกระบวนการที่เป็นระบบในการติดตามอย่างต่อเนื่อง เป็นการสังเกตพินิจพิจารณาโรคอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโรคและแนวโน้มความรุนแรงของโรค กลุ่มประชากรที่เสี่ยงต่อโรคและทราบถึงวิธีการควบคุมและป้องกันโรคได้ สำหรับการเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูงระดับหมู่บ้านได้กำหนดให้เป็นบทบาทของ อสม. หากการดำเนินงานเป็นไปอย่างเหมาะสมจะสามารถลดการเกิดโรครายใหม่ และผู้ป่วยได้รับการดูแลตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก ลดการเกิดโรคแทรกซ้อน ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยเกิดความตระหนักต่อการดูแลสุขภาพตนเองเป็นการป้องกันควบคุมโรคไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นเมื่อมาวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในตำบลปันแต ตั้งแต่ปี 255๘ – 25๖๐ พบว่า ปี๒๕๕๘ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มเสี่ยง ร้อยละ ๓๙.๖๕ กลุ่มเสี่ยงสูง ร้อยละ ๒๐.๘๒ ปี๒๕๕๙ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มเสี่ยง ร้อยละ ๓๕.๖๘ กลุ่มเสี่ยงสูง ร้อยละ ๒๒.๘๑ ปี๒๕๖๐ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มเสี่ยง ร้อยละ ๒๓.๐๙ กลุ่มเสี่ยงสูง ร้อยละ ๒๕.๙๑ จะเห็นได้ว่า มีแนวโน้มที่สูงขึ้นทุกปีซึ่งการเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูง ต้องมีการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชาชน อายุ ๑๕ ปี ขึ้นไป เพื่อจัดระดับความดันโลหิตและติดตามกลุ่มเสี่ยง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจึงต้องมีความรู้และเครื่องมือที่เพียงพอจึงจำเป็นต้องมีการฝึกอบรมให้ความรู้และจัดซื้อเครื่องวัดความดันในการดำเนินการเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูงในหมู่บ้าน ต่อไป อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลปันแต ได้เล็งเห็นความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากโรคความดันโลหิตสูง จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูงขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยและเป็นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน หมู่ที่ ๑
- ข้อที่ 1 เพื่อให้ประชาชนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงเบื้องต้น อย่างน้อย ๑ ครั้ง ต่อปี
- ข้อที่ 2 เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้าน
- ข้อที่ 3 เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้าน
- ตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ประชาชนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป