โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพในหญิงตั้งครรภ์
โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพในหญิงตั้งครรภ์
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพในหญิงตั้งครรภ์ | |
| รหัสโครงการ | 61-L4127-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาเจาะ | |
| วันที่อนุมัติ | 3 เมษายน 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2561 - 30 มิถุนายน 2561 | |
| งบประมาณ | 32,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสันต์เดะแอ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา |
- จำนวนหญิงคลอดได้รับการตรวจและเยี่ยมหลังคลอด(คน) ขนาด 1.00
สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพดี ช่วยเสริมคุณภาพชีวิต เพราะปัญหาสุขภาพช่องปากจะส่งผลต่อระบบอื่นๆของร่างกาย ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้สมบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันแนวคิดการดูแลสุขภาพช่องปาก มิใช่การกำจัดโรคอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีตั้งแต่แรกเริ่มและคงสภาพที่ดีไว้ นั่นคือ ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในช่องปาก มุ่งเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอนามัย โดยเฉพาะพฤติกรรมการทำความสะอาดช่องปากและพฤติกรรมการบริโภคอันเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคฟันผุ
การตั้งครรภ์เป็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หญิงมีครรภ์ จะประสบกับปัญหาโรคในช่องปาก มากกว่าหญิงปกติ สาเหตุก็สืบเนื่องมาจาก ผลของการตั้งครรภ์ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย และอารมณ์ เช่น อาการอาเจียน อันเนื่องจากการแพ้ท้อง การรับประทานอาหารจุกจิก ไม่เป็นเวลา ตลอดจนไม่สามารถรักษาสุขภาพช่องปาก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาโรคเหงือกอักเสบพบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่งผลให้เหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนต่างๆ ที่รองรับฟันอ่อนแอ อาการแพ้ท้อง อาเจียนบ่อย และการดูแลอนามัยช่องปากที่ไม่ดี ทำให้หญิงตั้งครรภ์เกิดโรคฟันผุได้ เพื่อลดปัญหาด้านสุขภาพช่องปากและสุขภาพทั่วไปต่อตัวมารดาและลูกที่จะเกิดมาจากการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พบว่าร้อยละ ร้อยละ 89.5 มีฟันผุโดยค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุด 7.56 ซี่ต่อคนร้อยละ 82.3 มีภาวะโรคเหงือกอักเสบ และร้อยละ 86.3 มีสภาวะอนามัยในช่องปาก อยู่ในเกณฑ์ไม่ดี
การให้ทันตสุขศึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสมจากทันตบุคลากรที่ให้บริการดังกล่าว จะเป็นผลดีให้หญิงตั้งครรภ์ได้ตระหนักถึง ความสำคัญของการดูแลทันตสุขภาพ ของตนเอง และบุตรแล้ว ก็จะเป็นการช่วยอีกแนวทางหนึ่ง ที่จะทำให้อนาคต อัตราการเกิดโรคในช่องปากของเด็กจะลดลง รวมทั้งสุขภาพในช่องปากของหญิงตั้งครรภ์ ก็ดีขึ้นด้วยนับว่าเป็นวิธีการป้องกันโรคในระดับปฐมภูมิ (Primary Prevention)ที่มีประสิทธิภาพ ประหยัด เนื่องจากเป็นการป้องกันก่อนระยะทีโรคและความผิดปกติจะเกิดขึ้น นับว่าเป็นวิธีการป้องกันที่ได้ผลที่คุ้มค่ามากที่สุด
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจประเมินสุขภาพช่องปาก
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองและลูก
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการฝึกแปรงฟันอย่างมีอย่างถูกวิธี
ขั้นเตรียมการ
๑. ประชุมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน
๒. สำรวจปัญหาทันตสุขภาพ
๓. เขียนโครงการ กำหนดรายละเอียดแผนงาน และการดำเนินงาน
๔. ประสานงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามโครงการและแผนงาน ๕. จัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์ จัดเตรียมอุปกรณ์ในการดำเนินงาน
๖. ประชุมเตรียมการดำเนินงาน และกำหนดแผนการดำเนินงาน
ขั้นดำเนินงาน
๑. ทบทวนและจัดทำแนวทางการส่งเสริมทันตสุขภาพในหญิงตั้งครรภ์
๒. ตรวจประเมินสุขภาพช่องปากและให้ทันตสุขศึกษาแก่หญิงตั้งครรภ์
๓.จัดอบรมให้แก่หญิงตั้งครรภ์ เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของหญิงตั้งครรภ์และเด็กแรกเกิด
๔. ให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการย้อมสีฟันและฝึกแปรงฟันจริง
๕. สร้างกระแสในชุมชน ด้วยการค้นหาต้นแบบหญิงตั้งครรภ์สุขภาพช่องปากดี หลังดำเนินงาน -ประเมินผลโครงการ -สรุปผลโครงการ -นำเสนอผลการดำเนิน
๑. กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและลูก
๒. กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจประเมินสุขภาพช่องปากทุกคน
๓. กลุมเป้าหมายสามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเองกับลูกได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ