โครงการอบรมแกนนำหมู่บ้านและแกนนำหญิงวัยรุ่น (15 - 19 ปี)ในด้านการวางแผนคุมกำเนิด ปี 2561
โครงการอบรมแกนนำหมู่บ้านและแกนนำหญิงวัยรุ่น (15 - 19 ปี)ในด้านการวางแผนคุมกำเนิด ปี 2561
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมแกนนำหมู่บ้านและแกนนำหญิงวัยรุ่น (15 - 19 ปี)ในด้านการวางแผนคุมกำเนิด ปี 2561 | |
| รหัสโครงการ | 2561 - L3306 - 2 - 08 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อสม.รพ.สต.บ้านพูด | |
| วันที่อนุมัติ | 7 กันยายน 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 17 กันยายน 2561 - 19 ธันวาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 11,500.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายวิวัฒน์ เสนาทิพย์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง |
ปัจจุบันปัญหาด้านสุขภาพของวัยรุ่นทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่กระทบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมของวัยรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเกี่ยวกับเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ เห็นได้จากผลการศึกษาวิจัย ที่พบว่าวัยรุ่นส่วนมากมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร อายุน้อยลงเรื่อย ๆ มีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนหรือแฟนมากกว่าหญิงอาชีพพิเศษ มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกส่วนมากไม่ได้ใช้วิธีคุมกำเนิดและวัยรุ่นมีการใช้วิธีการคุมกำเนิดกับหญิงอาชีพพิเศษมากกว่าใช้กับเพื่อนหรือคู่รัก นอกจากนี้ยังพบว่าวัยรุ่นอายุต่ำกว่า25ปี มีการทำแท้งประมาณร้อยละ 46 ของผู้ทำแท้งทั้งหมดและจากผลการสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับทัศนคติการมีเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดในวัยรุ่นหญิงและชายใน ๑๕ ประเทศทั่วโลก พบว่า กลุ่มตัวอย่างเฉลี่ยร้อยละ 31 ไม่มีการปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกมีอัตราสูงถึงร้อยละ 41 และร้อยละ 24 มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนโดยไม่ป้องกันและคุมกำเนิด สำหรับประเด็นเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจเรื่องการคุมกำเนิด พบว่ากลุ่มตัวอย่างยังมีความเข้าใจเรื่องการป้องกันและการคุมกำเนิดที่ไม่ถูกต้อง โดยพบว่าร้อยละ 36ใช้วิธีหลั่งข้างนอก (กองวางแผนครอบครัวและประชากร กรมอนามัย ) ในประเทศไทยได้มีการสำรวจพบว่า อายุการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ มารดาวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี มีร้อยละ 19.2 ของการคลอดทั้งหมด หรือประมาณ 150,000 คนต่อปี นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ที่เข้ารับการรักษาภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีถึงร้อยละ 30 สถิติดังกล่าวนับเป็นปัญหาที่สำคัญและยังคงต้องเร่งแก้ไข โดยอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันครอบครัว โดยเฉพาะเพื่อนซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและการตัดสินใจของวัยรุ่นเป็นอย่างมาก จากสถานการณ์การตั้งครรภ์ไม่พร้อมและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น สภาวิชาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกร่วมกับกรมอนามัย สถาบันอุดมศึกษาและภาคเอกชน จึงจัดงานวันคุมกำเนิดโลก ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๖กันยายนของทุกปี เพื่อรณรงค์ให้วัยรุ่นตระหนักถึงปัญหาตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และลดการทำแท้งในวัยรุ่นซึ่งอาจสรุปสาเหตุที่ปัญหาท้องไม่พร้อมและการทำแท้งในวัยเรียนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจ ความมั่นใจในตนเอง ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพูด จากผลการสำรวจในปี 2558 หญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด 85 ราย พบตั้งครรภ์วัยรุ่น 12 รายคิดเป็น 14.11 % ,ปีงบ 2554 จำนวนหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด 42 ราย พบตั้งครรภ์วัยรุ่น๖ รายคิดเป็น 1428 % และปี 2559 จำนวนหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด 38 ราย พบตั้งครรภ์วัยรุ่น 4 ราย คิดเป็น 24.28 % จะเห็นได้ว่าอัตราการตั้งครรภ์ในหญิงวัยรุ่นจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทุกปี
- เพื่อประเมินคัดกรองและให้บริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน
- เพื่อให้วัยรุ่นและเยาวชน หญิงอายุ 15-19 ปีมีความรู้ความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้
- เพื่อให้วัยรุ่นและเยาวชน หญิงอายุ 15-19 ปี เข้าถึงและใช้บริการสุขภาพตามเหมาะสม
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้
- สำรวจ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลในกลุ่มหญิงวัยรุ่นทั้งกลุ่มสมรสและโสด
- นำผลสรุป มาจัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติโครงการ
- จัดทำแผนปฏิบัติงานตามโครงการ
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในด้านการวางแผนคุมกำเนิด ทักษะในการสื่อความรู้ต่อกลุ่มเสี่ยงตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
- ประเมินคัดกรองและให้บริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนตามแบบฟอร์ม
- บริการเยี่ยมบ้านวัยรุ่น เชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง
- จัดรณรงค์ การวางแผนคุมกำเนิดที่หอประชุมของหมู่บ้าน เสียงตามสายโดยผู้นำหมู่บ้าน
- ติดตามผลและประเมินผลโครงการ
- สรุป / รายงานผลการดำเนินงาน
- แกนนำหมู่บ้านและแกนนำหญิงวัยรุ่น มีศักยภาพในการให้ความรู้ในการคุมกำเนิด ให้คำปรึกษาเบื้องต้นแก่เพื่อนได้ 2.วัยรุ่นและเยาวชนหญิงอายุ 15-19 ปีมีความเข้าใจเรื่องเพศวิถีศึกษา และไม่ท้องก่อนวัยอันควร อีกทั้งมีการติดตามเยี่ยมบ้านเชิงรุกทุกรายจำนวนการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นและเยาวชนหญิงอายุ 15-19 ปี ลดลง 3.อัตรามารดามีบุตรอายุน้อยกว่า 20 ปี น้อยกว่า ร้อยละ 10 ( ตามตัวชี้วัดอนามัยแม่และเด็ก )