โครงการถนนสุขภาพและส่งเสริมสมรรถภาพด้วยการเดิน-วิ่ง
โครงการถนนสุขภาพและส่งเสริมสมรรถภาพด้วยการเดิน-วิ่ง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการถนนสุขภาพและส่งเสริมสมรรถภาพด้วยการเดิน-วิ่ง | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองนาสาร | |
| วันที่อนุมัติ | 1 พฤษภาคม 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2561 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 15,007.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | กองสาธารณสุขฯ เทศบาลเมืองนาสาร | |
| พื้นที่ดำเนินการ | อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
- ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน ขนาด 20.00
- ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 10.00
ด้วยปัจจุบัน‘กรมอนามัย’ เผยผลสำรวจสถานการณ์การออกกำลังกายของคนไทยพบว่า ยังมีการออกกำลังกายน้อย แนะนำให้ปรับพฤติกรรมในการใส่ใจการออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงและป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้องค์กรอนามัยโลกได้คาดการณ์ว่าในปี 2558 ทั่วโลกจะมีคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน 2,300 ล้านคน คนอ้วน 700 ล้านคน ซึ่งภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ส่งผลให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตกว่า 2.8 ล้านคน สำหรับประเทศไทยจากการสำรวจสุขภาพประชาชน โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551-2552 ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป พบค่าดัชนีมวลกายที่เท่ากับและมากกว่า 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ชายร้อยละ 28.4 หญิงร้อยละ 40.7 และเส้นรอบเอวเกินมาตรฐาน ชายร้อยละ 18.6 หญิงร้อยละ 45.0 นอกจากนี้ยังป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรไทยจำนวนหลายล้านคน นอกจากนี้จากการสำรวจสถานการณ์การเคลื่อนไหวในการออกแรงหรือออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพของคนไทย พบว่า ประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 มีกิจกรรมทางกายต่ำ และหากพิจารณาเฉพาะการออกกำลังกายพบว่า ผู้ใหญ่ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 30 นาที ร้อยละ 22-24 และมีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ที่ออกกำลังกายเพียงพอต่อการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้หันมาใส่ใจการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการเดิน-วิ่ง ที่กำลังได้รับความนิยมในทุกกลุ่มวัย การเดิน-วิ่ง เป็นประจำทุกวัน วันละ 30 นาที จะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตและการหายใจดีขึ้น ทำให้หัวใจและปอดทำงานได้ดี สามารถป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการวิ่งที่ถูกวิธียังช่วยลดแรงกระแทกบริเวณหัวเข่า ข้อเท้า ช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับและกระดูกแข็งแรง สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักการวิ่ง สามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี
ถนนสุขภาพ หมายถึง เส้นทางที่มีความสะอาดและปลอดภัยเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ในการออกกำลังกายด้วยการเดินหรือการวิ่งและการปั่นจักรยาน เพื่อสุขภาพ ทั้งนี้ การสร้างสุขภาพกายที่ดีจะช่วยฝึกจิตใจให้เป็นสุข ช่วยให้จิตใจเบิกบานแจ่มใส และยืดอายุให้ยืนยาวขึ้น การวิ่งเพื่อสุขภาพต่างกับการวิ่งแข่งขัน เพราะเป็นการวิ่งเหยาะๆ ด้วยความเร็วระหว่างการเดินกับการวิ่งเร็ว การวิ่งเพื่อสุขภาพเป็นการออกกำลังกายแบบอากาศนิยม
(แอโรบิค)ชนิดหนึ่งที่ทำได้ง่ายเพราะไม่มีเทคนิคที่ซับซ้อนและมีอันตรายน้อยเมื่อเทียบกับการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายแบบอื่นการวิ่งเพื่อสุขภาพที่ปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพร่างกายจะส่งผลให้สมรรถภาพการรับออกซิเจนของร่างกายดีขึ้น เพราะทำให้หัวใจหลอดเลือดและปอดมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและการทำงานจนสามารถรับและขนส่งออกซิเจนได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีผลต่อจิตใจที่ทำให้ผู้วิ่งคลายความเคร่งเครียดทางจิตใจและมีอารมณ์ปลอดโปร่งขึ้นด้วย
ดังนั้นกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองนาสาร จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสมรรถภาพด้วยการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพเป็นการสร้างเสริมสุขภาวะร่างกายของประชาชนเมืองนาสาร และเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายให้มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บอันไม่พึงปรารถนาเกิดเป็นภาคีเครือข่ายสร้างสุขภาพและส่งผลให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนาสารมีคุณภาพชีวิตที่ดีสืบไป
- 1. เพื่อจัดระบบถนนที่เอื้อต่อการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย
- 2. เพื่อจัดประชาสัมพันธ์การส่งเสริมการออกกำลังกายแบบเดิน-วิ่ง
- 3. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเดิน-วิ่ง อย่างถูกวิธี
- จัดกิจกรรมถนนสุขภาพส่งเสริมสมรรถภาพด้วยการเดิน-วิ่ง ทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 – 19.00 น.
1.ประชาชนทุกคนมีถนนที่เอื้อต่อการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย 2.ประชาชนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกายมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีห่างไกลโรค