โครงการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงประจำปี2561
โครงการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงประจำปี2561
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงประจำปี2561 | |
| รหัสโครงการ | 61-L5466-2-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนตำบลชำผักแพรว | |
| วันที่อนุมัติ | 4 กันยายน 2560 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2560 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 96,600.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | กองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนตำบลชำผักแพรว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลชำผักแพว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี |
- ร้อยละของผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในสถานที่สาธารณะ ขนาด 20.00
- ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด เป็นประจำ ขนาด 30.00
- ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน ขนาด 10.00
- ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 10.00
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 30.00
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ( พ.ศ.2550 - 2554 ) ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาการบริโภคที่ไม่เหมาะสม และนำไปสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยบรรจุเป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพคนว่า “...ลดอัตราเพิ่มของการเจ็บป่วยด้วยโรคป้องกันได้ 5 อันดับแรก คือ หัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง และหลอดเลือดสมอง เพื่อนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และลดรายจ่ายด้านสุขภาพ… ” เนื่องจากมีปัจจัยสาเหตุครอบคลุมทั้งเรื่องของพฤติกรรม การบริโภค ปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม และวิถีการดำเนินชีวิต
โรคไม่ติดต่อ เป็นโรคเรื้อรังที่ป้องกันได้ โดยประชาชนจะต้องดูแลตนเองด้วยการ มีพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้อง ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และควบคุมความเครียด นอกจากนี้ประชาชนยังต้องป้องกันตนเอง ด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำด้วยการวัดความดันโลหิตซึ่ง ถือเป็นวิธีการที่สำคัญอย่างยิ่งในการเฝ้าระวังสุขภาพของตนเองไม่ให้เกิดโรคและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและของประเทศ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กระทรวงสาธารณสุข ได้ตระหนักว่าสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศจึงมีนโยบายที่จะพัฒนาประชาชนให้มีสุขภาพอนามัยดี ได้รับบริการอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ( อสม. ) เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศมาเป็นระยะเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว ด้วยการให้ อสม. ทำหน้าที่ด้วยการดูแลสุขภาพตนเองและเพื่อนบ้านในการรักษาพยาบาล ป้องกันโรค และสร้างเสริมสุขภาพ นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้ อสม. ทำหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ และเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนในหมู่บ้าน
- 1. เพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่
- 2. ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
- 3. เพื่อลดอัตราป่วยในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- 4. เพื่อเพิ่มศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขในการค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงและสามารถเจาะน้ำตาลในเลือดได้
- เพื่อลดอัตราการได้รับควันบุหรี่มือสองในสถานที่สาธารณะ
- ลดพฤติกรรมดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มรสหวานจัด
- เพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
- 1.อบรม/ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย (อายุ ๓5 ปีขึ้นไป) มีความตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและมีพฤติกรรมในการป้องกันโรค
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ ได้รับการตรวจค้นหาและได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
- อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยงลดลง
- อาสาสมัครมีศักยภาพเพิ่มขึ้นในการคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง