ส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
ส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย | |
| รหัสโครงการ | 62-L3321-1-13 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลปันแต | |
| วันที่อนุมัติ | 20 กุมภาพันธ์ 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 13 มิถุนายน 2562 - 14 มิถุนายน 2562 | |
| งบประมาณ | 9,460.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางดารุณี มากแก้ว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | รพ.สต.ปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
การส่งเสริมสุขภาพ เป็นมิติหนึ่งทางสุขภาพที่มีความสำคัญมากที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติสุข ในการส่งเสริมสุขภาพจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของมิติสุขภาพ เข้าใจหลักและวิธีปฏิบัติในการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างถูกต้อง การที่ประชาชนจะหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองนั้นจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีความเจ็บป่วยเกิดขึ้นกับตนเองแล้วเท่านั้น ซึ่งการปฏิบัติตัวแบบนี้เป็นการรักษาตนเองที่ปลายเหตุไม่มีทางที่จะใช้ชีวิตโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆได้ การจัดการกับปัญหาด้านสุขภาพที่ต้นเหตุของปัญหาต่างหากที่จะสามารถรักษาร่างกายของมนุษย์ให้ดำรงชีวิตอยู่แบบปราศจากโรคภัย สาเหตุที่ทำให้ประชาชนเกิดปัญหาทางสุขภาพมากที่สุด คือการดำรงชีวิตในปัจจุบันที่ไม่รู้จักความเป็นอยู่ที่พอเพียง ทำให้ร่างการเกิดความเครียด วิตกกังวล การบริโภคอาหารที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ รวมไปถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอและปัญหาต่าง ๆที่ตามมาอีกมากมาย การหันกลับมาสนใจการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ การพึ่งพาธรรมชาติตามแนวคิดทฤษฏีการแพทย์แผนไทยที่มุ่งดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยมองมิติทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับชีวิตมนุษย์ ดังนั้นการเพิ่มพูนความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แกประชาชนและชุมชนให้สามารถดูแลตัวเองได้จึงนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดการส่งเสริมสุขภาพห่างไกลโรคที่แท้จริง การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยอาศัยการนำเอาองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกรวมถึงการนำเอาธรรมชาติรอบตัวมาใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เช่นการรักษาโรคด้วยสมุนไพร การออกกำลังกายด้วยกายบริหารฤๅษีดัดตน การนวดและประคบด้วยสมุนไพร การรับประทานอาหารตามหลักธรรมชาติบำบัด การทำสมาธิบำบัด การฝึกโยคะเพื่อสุขภาพ เป็นต้น เมื่อมีการนำองค์ความรู้เหล่านี้มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันแล้วน่าจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองในการดูแลรักษาสุขภาพเองได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มทางเลือกในการรักษาสุขภาพของประชาชน และ ยังตอบสนองยุทธศาสตร์แห่งชาติในการรวมพลังสร้างสุขภาพเพื่อให้คนไทยแข็งแรง เมืองไทยแข็งแรง ( Healthy Thailand )
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต จึงเล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย มาส่งเสริมให้กลุ่มผู้สูงอายุ ในพื้นที่ได้รับความรู้และฝึกทักษะต่างๆด้านการแพทย์แผนไทย เพื่อนำไปดูแลสุขภาพของตนเองและผู้อื่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายถ่ายทอดความรู้และทักษะที่ได้ให้กับชุมชนและบุคคลทั่วไป
- 1กิจกรรมการให้ความรู้และปฎิบัติ เรื่อง การทำลูกประคบสมุนไพร
- 2 กิจกรรมให้ความรู้และปฎิบัติการทำยาหม่องไพล
กิจกรรมการให้ความรู้และทำลูกประคบสมุนไพร 4,990 บาท
-ค่าถ่ายเอกสารให้ความรู้ จำนวน 50แผ่น X1 บาท เป็นเงิน 50 บาท
- ค่าอาหารว่างผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 1,250 บาท
- ค่าวัสดุทำลูกประคบสมุนไพรดังนี้
-ไพล 5 กิโลกรัม X 250 บาท เป็นเงิน 1,250บาท
- ขมิ้นชัน 5 กิโลกรัม x100 บาทเป็นเงิน 500บาท
-ผิวมะกรูด 4 กิโลกรัม x 80 บาท เป็นเงิน 320บาท
-ตะไคร้ 5 มัด x 70 บาท เป็นเงิน 350 บาท
-การบูร 2 กิโลกรัม x 480 บาท เป็นเงิน 960 บาท
-ค่าอุปกรณ์ วัตถุดิบ ผ้าดิบ5 ผืน x 50 บาท เป็นเงิน /250 บาท
-เชือก ผูกลูกประคบ 3 ม้วน x 20 บาท เป็นเงิน 60 บาท
กิจกรรมให้ความรู้และปฎิบัติการทำยาหม่องไพล
- ค่าจัดทำคู่มือการทำยาหม่องไพล แผ่นละ 1 บาท X 50 แผ่น เป็นเงิน 50 บาท
- ค่าอาหารว่างผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน x 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
3 ค่าวัสดุทำยาหม่องไพล 5,205 บาท ดังนี้
-ขวด ขนาด 50 ซีซี X 3 บาท จำนวน 100 ขวด เป็นเงิน 300 บาท
-วาสลีน จำนวน 5 กิโลกรัม x 100 บาท เป็นเงิน 500 บาท
- พาราฟินจำนวน 5กิโลกรัม x 75 บาท เป็นเงิน 375 บาท
-ลาโนลีน 5 ถุง x 65 บาท เป็นเงิน 325 บาท
-น้ำมันระกำ 2 ลิตร X 225 บาท เป็นเงิน 450บาท
- ยูคาลิปตัส 1 ปอด์น x 65 บาท เป็นเงิน 65 บาท
- เมนทอล 1 กิโลกรัม x 1,400 บาท เป็นเงิน 1,400บาท
- การบูร 1กิโลกรัม x 240 บาท เป็นเงิน 240 บาท
- น้ำมันไพล 250 CC x 1 บาท เป็นเงิน 250บาท
กลุ่มเป้าหมายถ่ายทอดความรู้และทักษะที่ได้ให้กับชุมชน