โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในตำบลตะโละแมะนา
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในตำบลตะโละแมะนา
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในตำบลตะโละแมะนา | |
| รหัสโครงการ | 62-2986-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | องค์การบริหารส่วนตำบลตะโละแมะนา | |
| วันที่อนุมัติ | 21 กุมภาพันธ์ 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 7 มีนาคม 2562 - 8 เมษายน 2562 | |
| งบประมาณ | 21,510.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายรอซะ แอดะสง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตะโละแมะนา อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี |
- ปริมาณขยะที่ครัวเรือนผลิตได้ต่อวัน (ก.ก.) ขนาด 1500.00
- จำนวนประชาชนที่มีพฤติกรรมแยกขยะถูกต้อง(ครัวเรือน) ขนาด 100.00
- จำนวนหน่วยงาน/องค์กรที่มีนโยบายจัดการขยะที่ถูกต้อง(แห่ง) ขนาด 3.00
- จำนวนครัวเรือนต้นแบบด้านการจัดการขยะถูกต้อง(ครัวเรือน) ขนาด 20.00
- จำนวนหมู่บ้านที่มีนโยบายหรือมาตรการด้านการจัดการขยะที่ถูกต้อง(แห่ง) ขนาด 2.00
- จำนวนเงินที่ อปท.ใช้เพื่อการกำจัดขยะในชุมชน(บาท/ปี) ขนาด 130360.00
ปัจจุบันปัญหาขยะมูลฝอยจะทวีความรุนแรงมากขึ้นในประเทศไทย จากข้อมูลสถิติของการเกิดขยะมูลฝอยในประเทศไทย โดยเฉลี่ยแล้ว ประชากรหนึ่งคนจะผลิตขยะมูลฝอยประมาณหนึ่งกิโลกรัมโดยเฉลี่ย สืบเนื่องจากมนุษย์เราจะคุ้นเคยกับขยะมูลฝอยในชีวิตประจำวันแทบทุกขั้นตอน ทั้งนี้เพราะเราจะคุ้นเคยกับความสะดวกสบายเป็นหลัก โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่าที่ควร ด้วยคิดว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง ดังนั้นเมื่อปฏิบัติภารกิจหรือทำกิจวัตรประจำวันซึ่งมีเหตุที่ต้องเกี่ยวข้องกับขยะมูลฝอย มักจะไม่ค่อยคำนึงถึงผลกระทบจากขยะมูลฝอยเหล่านั่นเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่ปัญหาขยะมูลฝอยจะส่งผลกระทบต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมและเรื่องสุขภาพของมนุษย์เป็นอย่างมาก สำหรับในตำบลตะโละแมะนา โดยเฉลี่ยแล้ว ปริมาณขยะจะมีประมาณ 1.5 ตันต่อวัน โดยประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการกำจัดขยะด้วยการนำขยะมูลฝอยทิ้งในถังขยะของ อบต. และหรือเผาทำลาย เททิ้ง ซึ่งกองขยะมูลฝอยดังกล่าวนั้น เป็นแหล่งกำเนิดและอาหารของสัตว์ต่างๆที่เป็นพาหะนำโรคมาสู่คนเช่นแมลงวัน แมลงสาบ และหนูเป็นต้น ซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของโรคทางเดินอาหารที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เอง องค์การบริหารส่วนตำบลตะโละแมะนา ได้ตระหนักถึงปัญหาขยะมูลฝอยและผลกระทบที่จะตามมากับขยะมูลฝอยในพื้นที่ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ (รวมแก้ไขเพิ่มเติม ถึงปัจจุบัน) มาตรา ๖๗ (3) องค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ จึงได้จัดทำโครงการ “ป้องกัน และแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในตำบลตะโละแมะนา ประจำปีงบประมาณ 2562” ด้วยมีแนวคิดว่า หากทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องขยะมูลฝอย ใส่ใจในเรื่องการบริหารจัดการกับขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธี ด้วยการให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบอย่างถูกต้อง ก็จะส่งผลดีต่อประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ สามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายที่อาจจะต้องนำไปใช้จ่ายในการรักษาโรคอีกต่างหาก นอกจากนี้แล้ว หากมีการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธีก็จะนำมูลค่าหรือรายได้สู่ประชาชนและชุมชนตามมาอีกด้วย ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัย ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ด้วยการร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยตามหลักการ 3Rs นั่นคือ การใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่
- เพื่อลดปริมาณขยะในครัวเรือน
- เพื่อเพิ่มจำนวนครัวเรือนในการแยกขยะ
- เพื่อเพิ่มจำนวนครัวเรือนต้นแบบในจัดการขยะ
- เพื่อเพิ่มจำนวนหน่วยงานที่มีนโยบายจัดการขยะ
- เพื่อเพิ่มจำนวนหมู่บ้านที่มีนโยบายจัดการขยะ
- เพื่อบริหารงบประมาณในการจัดการขยะ
- กิจกรรมการจัดทำจุดเรียนรู้สาธิตการจัดการขยะอินทรีย์และขยะเปียก
- กิจกรรมฝึกอบรมให้ความรู้
- เสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ
- ติดต่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ประชาสัมพันธ์โครงการให้กลุ่มเป้าหมายรับทราบอย่างทั่วถึง
- ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ
- กิจกรรมฝึกอบรมให้ความรู้การบริหารจัดการขยะ การคัดแยกขยะ การนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์
- กิจกรรมจัดทำจุดเรียนรู้สาธิตการจัดการขยะอินทรีย์และขยะเปียก บริเวณมัสยิด สถานศึกษาในพื้นที่
- กิจกรรมรณรงค์เดินเคาะประตูบ้าน ชี้แจงวิธีการคัดแยกขยะครัวเรือน การดูแลสุขอนามัยบริเวณบ้าน
5. สรุปผลและรายงานผลโครงการต่อหน่วยงานเจ้าของงบประมาณ
1 ทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะที่ถูกวิธีจะส่งผลดีต่อสุขภาพตามมา
2 ทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะด้วยวิธีการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย ตามหลักการ 3Rs
3. ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัย