ฟันสวยยิ้มใส ดูแลสุขภาพช่องปาก ปี 2562
ฟันสวยยิ้มใส ดูแลสุขภาพช่องปาก ปี 2562
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ฟันสวยยิ้มใส ดูแลสุขภาพช่องปาก ปี 2562 | |
| รหัสโครงการ | 62-L2508-1-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านสะโล | |
| วันที่อนุมัติ | 14 มีนาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2562 - 15 ธันวาคม 2562 | |
| งบประมาณ | 16,760.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายนิอาซิ นิจินิการี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลมะรือโบตะวันตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส |
ปัญหาทางสุขภาพช่องปากยังเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขและเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขมาตลอด การที่จะแก้ไขปัญหาสุขภาพในช่องปากนั้นจะให้บรรลุเป้าหมายระยะยาวได้นั้นจะต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก หรือเริ่มตั้งแต่ระยะฟันน้ำนมเริ่มขึ้น ฟันได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อถึงวัยผู้ใหญ่จะมีฟันใช้งานได้ครบทั้งปาก ไม่มีโรคในช่องปาก ไม่มีความเจ็บปวดในช่องปาก คงสภาวะเช่นนี้ได้ตลอดชีวิต การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในช่องปากเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะทำให้เด็กมีสุขภาพดี การป้องกันโรคฟันผุในเด็กควรเริ่มตั้งแต่แม่ตั้งครรภ์ เพราะฟันน้ำนมของเด็กเริ่มสร้างและมีการสะสมแร่ธาตุเกือบสมบูรณ์ขณะอยู่ในครรภ์ ประกอบกับปัจจุบันมีหลักฐานที่สนับสนุนว่าการเป็นโรคปริทันต์มีผลต่อการเกิดภาวการณ์คลอดก่อนกำหนด และเด็กน้ำหนักแรกเกิดน้อย แม่ที่มีฟันผุจะมีเชื้อจุลินทรีย์ในปากจำนวนมาก ซึ่งเชื้อนี้สามารถถ่ายทอดสู่ลูกได้ทางน้ำลายและจากข้อมูลทางระบาดวิทยาของประเทศไทย พบว่า ช่วงอายุ ๐-๓ ปี เป็นช่วงที่อัตราการเกิดฟันผุใน ฟันน้ำนมของเด็กเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นช่วงวัยสำคัญที่สุดในการป้องกันฟันผุ เพราะวัยนี้ ถ้าช่องปากไม่สะอาด จะเอื้อต่อการตั้งรกรากของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้เกิดฟันผุอย่างรวดเร็ว การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันฟันผุในเด็กต้องดำเนินการร่วมกันระหว่างทันตบุคลากร และบุคลากรที่ปฏิบัติงานในคลินิกสุขภาพเด็กดี ซึ่งจะเป็นผู้ที่มีโอกาสพบเด็กและพ่อแม่เป็นระยะสม่ำเสมอและเป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจคัดกรองเด็กที่มีความเสี่ยงต่อฟันผุ เพื่อส่งต่อไปรับบริการป้องกัน รวมทั้งการให้คำแนะนำพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กอย่างเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จำเป็นที่จะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ปกครองเข้าใจ และตระหนักเรื่องทันตสุขภาพ ตลอดจนการให้ความสำคัญในการดูแลฟันซี่แรกของลูก เพราะการเริ่มต้นดูแลตั้งแต่เริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญอันจะนำสู่การมีสุขภาวะช่องปากที่ดีในวัยผู้ใหญ่ ต่อไป
ในพื้นที่เขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะโล ยังมีปัญหาด้านทันตสุขภาพในโรงเรียนเขตองค์การบริหารส่วนตำบลมะรือโบตก มีฟันแท้ผุ ร้อยละ ๒๘.๗๗ ศูนย์พัฒนาเด็กหรือเด็กอนุบาลที่ต้องรับการแก้ไขในการเคลือบฟลูออวานิช ร้อยละ ๗๔.๒๐ และหญิงมีครรภ์มีปัญหาช่องปาก ร้อยละ ๖๒.๕๑ จากการที่ได้สำรวจได้พบปัญหาดั่งกล่าว จึงได้จัดทำ โครงการฯ นี้ขึ้นมา เป็นการส่งเสริมทันตสุขภาพและทันตกรรมป้องกันในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กลุ่มหญิงมีครรภ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานส่งเสริม ป้องกัน รักษา สุขภาพช่องปากของเด็กก่อนวัยเรียน วัยเรียน และหญิงมีครรภ์ และมีการปรับวิธีการดำเนินงานให้สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละพื้นที่ ซึ่งการดำเนินงานจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากครู นักเรียน ผู้ปกครองและทันตบุคลาการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการแปรงฟันที่ถูกวิธี และสม่ำเสมอทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนและควบคู่ไปกับการให้บริการทันตกรรมที่ถูกต้องและเหมาะสม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะโลได้เห็นความสำคัญและเป็นการส่งเสริมทันตสุขภาพแก่เด็กนักเรียนเพื่อให้มีฟันดีใช้ตลอดไป
- ๕.๑ เพื่อให้นักเรียนเป็นแกนนำสามารถดูแลสุขภาพช่องภาพตนเองและเพื่อนนักเรียนได้
- ๕.๒. เพื่อให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังฟันผุในเด็ก
- ๕.๓ เพื่อส่งเสริมความรู้หญิงมีครรภ์รู้จักป้องกันฟันผุในตัวเองและสามารถนำไปปฏิบัติในการป้องกันฟันผุในบุตร
- อบรมให้ความรู้หญิงตั้งครรภ์ในการดูแลสุขภาพฟัน
- กิจกรรมทันตสุขภาพดี พี่สอนน้อง
- จัดกิจกรรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการแก่ผู้ปกครองเรื่องทันตสุขภาพในเด็กนักเรียน
ขั้นเตรียมการ
๑. จัดประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่
๒. จัดทำแผนปฏิบัติการตามโครงการ
๓. จัดทำโครงการเสนอกองทุนฯ องค์การบริหารส่วนตำบลมะรือโบตกเพื่อขออนุมัติโครงการ
ขั้นดำเนินการ
๑. สำรวจกลุ่มเป้าหมาย
๒. ชี้แจงการดำเนินการโครงการให้ จนท.และ ครูอนามัยโรงเรียน
๓. สนับสนุนแปรงสีและยาสีฟันเพื่อส่งเสริมการแปรงฟันหลังอาหาร
๔. จัดให้ความรู้แกนนำนักเรียนพี่ดูแลน้อง
๕. ออกตรวจฟันในนักเรียนประถมศึกษา
๖. ออกเคลือบฟันในรายที่มีฟันผุ
ขั้นประเมินผล
๑. ออกติดตามการแปรงฟันของเด็กนักเรียน
๒. ประเมินและสรุปผลการดำเนินงานของโครงการ
๑. เด็กนักเรียนไม่มีฟันผุส่งผลให้สุขภาพด้านอื่น ๆ ดีตามไปด้วยและได้รับการดูแลตรวจสุขภาพช่องปากตามระบบเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
๒. นักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากได้รับบริการทันตกรรมอย่างถูกต้องและเปลี่ยนแปลงทัศนคติและมีพฤติกรรมทางทันตสุขภาพดีขึ้น ตลอดจนมีการแปรงฟันทุกคนส่งผลให้ปัญหาเรื่องสุขภาพฟันและช่องปากหมดไป
๓. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รูปแบบ และกระบวนการการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพในโรงเรียนประถมศึกษาในรูแบบเครือข่ายและมีการพัฒนารูปแบบกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน
๔. ผู้ปกครองนักมีความรู้ในการดูแลช่องปากสามารถดูแลตนเองและบุตร จนมีทันตสุขภาพช่องภาพที่ดี