กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการฟันสวย ยิ้มสดใส ตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ปี 2562

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการฟันสวย ยิ้มสดใส ตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ปี 2562
รหัสโครงการ 62-L4147-1-01
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงยซิแน
วันที่อนุมัติ 25 มีนาคม 2562
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 เมษายน 2562 - 30 กันยายน 2562
งบประมาณ 30,600.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายอโนชา เหละดุหวี
พื้นที่ดำเนินการ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานอนามัยแม่และเด็ก , แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว , แผนงานผู้สูงอายุ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. เด็กกลุ่มอายุ 12 ปีมีฟันผุในฟันแท้ ขนาด 94.79
  2. เด็กกลุ่มอายุ 3 ปีมีฟันผุในฟันน้ำนม ขนาด 38.33
  3. ร้อยละเด็กกลุ่มอายุ 9 ปีมีฟันผุในฟันแท้ ขนาด 76.00
  4. ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานได้ตรวจคัดกรองสุขภาพช่องปาก ขนาด 85.94
  5. ร้อยละเด็กกลุ่มอายุ 6 ปีมีฟันผุในฟันแท้ ขนาด 3.13

ปัญหาโรคในช่องปากเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓จังหวัดแม้โรคในช่องปากจะเป็นโรคซึ่งไม่ได้ติดต่อร้ายแรงหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตแต่ได้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอันเนื่องมาจากความเจ็บปวดซ้ำซาก ซึ่งเป้าหมายทันตสุขภาพระยะยาวของประเทศไทยปี 2563 ระบุว่า “คนไทยมีสุขภาพช่องปากดี บดเคี้ยวได้ อยู่ในสังคมอย่างปกติสุข ทุกช่วงวัยของชีวิต” การที่จะบรรลุเป้าหมายระยะยาวได้นั้นจะต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก หรือเริ่มตั้งแต่ระยะฟันน้ำนมเริ่มขึ้น หากฟันได้รับการดูแลอย่างดีเมื่อถึงวัยผู้ใหญ่จะมีฟันใช้งานได้ครบทั้งปากไม่มีโรคในช่องปากไม่มีความเจ็บปวดในช่องปาก คงสภาวะเช่นนี้ได้ตลอดชีวิต
โรคฟันผุยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่พบมากที่สุด โดยลักษณะธรรมชาติของโรคฟันผุ มักผุที่ฟันกรามด้านบดเคี้ยวเป็นส่วนใหญ่ซึ่งฟันกรามซี่แรกจะขึ้นมาในช่องปากช่วงอายุ 6 ปี ในช่วงนี้พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กยังเข้าใจว่าฟันแท้ที่ขึ้นมาในช่องปากเป็นฟันน้ำนม ทำให้ละเลยการดูแลฟันกรามนี้เป็นพิเศษ ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการป้องกันโรคฟันผุในฟันกรามซี่แรก โดยเฉพาะการเคลือบหลุมร่องฟัน ( Sealant )เคลือบหลุมร่องฟันที่ลึก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคฟันผุ สารเคลือบหลุมร่องฟันเป็นเสมือนเครื่องขีดขวางไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์ สะสมบนด้านบดเคี้ยวของฟันกรามแท้ซี่แรกมากกว่าปกติและช่วยป้องกันการกัดกร่อน จากการสร้างกรดจากอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ทำให้มีคุณประโยชน์ที่สามารถป้องกันฟันผุบนด้านบดเคี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยต่อการใช้ประชาชนควรได้รับการดูแลส่งเสริมการให้ความรู้ และคำแนะนำทันตสุขภาพอย่างจริงจังการส่งเสริมการให้ความรู้และคำแนะนำเป็นงานที่ทันตบุคลากรจำเป็นต้องทำ เพื่อให้ผู้ที่มารับบริการทางทันตกรรมมีสุขภาพช่องปากที่ดีโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 0-5 ปี ซึ่งไม่มีความสามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้เอง และเด็กยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปากอาทิเช่นรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ขนมกรุกรอบและน้ำอัดลมและนอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ปกครองขาดความตระหนักในเรื่องการดูแลทำความสะอาดช่องปาก ละเลยการแปรงฟันให้ลูก ส่งผลให้เกิดโรคฟันผุและโรคในช่องปาก ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลบาโงยซิแนได้เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการฟันสวย ยิ้มสดใส ตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ปี 2562 ขึ้น โดยจะต้องเน้นถึง การส่งเสริมสุขภาพฟันของเด็ก และผู้ปกครองโดยเฉพาะการเพิ่มพูน ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทางที่ดีแก่ เด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไป เพื่อที่จะนำความรู้ไปปฏิบัติ และถ่ายทอดไปยังผู้อื่นได้

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 1. เพื่อสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ได้แก่ ฝึกทักษะการแปรงฟันหญิง ช่วงฝากครรภ์, เยี่ยมหญิงหลังคลอด และตรวจสุขภาพฟัน และ OHI ช่วงฝากครรภ์ และรักษาทางทันตกรรมตามชุดสิทธิประโยชน์ที่ระบุ
  2. กลุ่มเด็กปฐมวัย (0-5ปี) 1. เพื่อตรวจช่องปากเด็ก และให้ความรู้ต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพช่อง ปากตามระบบใน WBC 2. เพื่อฝึกทักษะการแปรงฟันให้ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปี 3. เพื่อตรวจช่องปากปีละ 2 ครั้ง และให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากกับผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครอง 4.เพื่อจัดให้มีกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน 5.เพื่อจัดการสิ่งแวดล้อมในศูนย์เด็กให้เอื้อต่อสุขภาพฟันเช่น การควบคุมอาหารหวานและอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพในศูนย์และโรงเรียนอนุบาล
  3. กลุ่มเด็กนักเรียน(6-12 ปี) 1.เพื่อส่งเสริมป้องกันและรักษาสุขภาพในช่องปากกลุ่มเด็กวัยเรียน 2.เด็กวัยเรียนได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก และฝึกทักษะการแปรงฟันเป็นรายบุคคล 3.รับบริการทางทันตกรรมตามความเหมาะสม 4.มีกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน
  4. กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน 1.เพื่อส่งเสริมป้องกันและรักษาสุขภาพในช่องปาก 2.เพื่อส่งเสริมให้ชมรมผู้สูงอายุมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 3.จัดบริการทันตกรรมป้องกันแก่ผู้ป่วยเบาหวานในรายที่มีปัญหาช่องปาก
  5. เพื่อให้แกนนำสาธารณสุข อสม. และประชาชนที่สนใจได้รับความรู้ และสามารถนำไปปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้อื่นได้
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1. การส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มเด็ก 0-12 ปีหญิงตั้งครรภ์และ ผู้สูงอายุ เน้นกิจกรรมฝึกทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี
  2. 2. การสร้างแกนนำและรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้ชุมชน โรงเรียนตระหนักถึงโรคในช่องปากและเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก
  3. 3. การส่งเสริม ป้องกันโรคในช่องปาก เชิงรุกในและนอกสถานบริการ
  4. 4. การควบคุมกำกับ และการประเมินผล
วิธีดำเนินการ
  1. การส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มเด็ก 0-12 ปีหญิงตั้งครรภ์และ ผู้สูงอายุ เน้นกิจกรรมฝึกทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี
    กิจกรรมย่อย
    -จัดประชุม ชี้แจง อสม. แกนนำ ครูอนามัยโรงเรียน ครูผู้ดูแลเด็กผู้ปกครองเด็ก เพื่อทราบแนวทางการดำเนินงานของโครงการ
    -จัดหากลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงานโดยการส่งเสริมการแปรงฟันในโรงเรียนประถมศึกษา
    -จัดทำตารางการปฏิบัติงานที่สถานบริการ
    -ขออนุมัติดำเนินการโครงการ
    -จัดซื้อชุดแปรงสีฟัน/ยาสีฟัน
    -ให้บริการทันตกรรมตามชุดสิทธิประโยชน์ในประชาชนทุกกลุ่มวัย เช่น อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน เคลือบหลุมร่องฟันเป็นต้น
    -จัดทำคลินิกพิเศษสำหรับนักเรียน ป.1-ป.6 และบริการรถพยาบาล ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไปรับนักเรียนที่โรงเรียนมารับบริการรักษาโรคในช่องปากทุกสัปดาห์
    -รณรงค์ให้มีกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา และในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
    -การฝึกทักษะการแปรงฟันให้ผู้ปกครองเด็ก 0- 36 เดือน ในหมู่บ้าน และในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
    -เคลือบฟลูออไรด์วานิช ในเด็ก 0-5 ปี ในชุมชน และในโรงเรียน
    -หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการฝากครรภ์จะได้รับ การตรวจฟันและรักษาทันตกรรม ให้ทันตสุขศึกษา ในหญิงตั้งครรภ์
    -ติดตามเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวานเพื่อให้บริการตรวจฟัน และนัดรักษาทันตกรรมในรายผิดปกติ
    -ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งต่อผู้ป่วยในกรณีที่มีภาวะเสี่ยงสูง
    -ติดตามประเมินผล
    ค่าใช้จ่าย
    -ค่าแปรงสีฟันเด็กจำนวน 200 ชิ้น ๆละ 15 บาทเป็นเงิน 3,000 บาท
    -ค่ายาสีฟัน จำนวน 100 ชิ้นๆละ 15 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
    -ค่าแปรงสีฟันผู้ใหญ่ จำนวน 150 ชิ้นๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 4,500 บาท
    รวม 9,000 บาท

  2. การสร้างแกนนำและรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้ชุมชน โรงเรียนตระหนักถึงโรคในช่องปากและเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก
    กิจกรรมย่อย
    -รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการปฏิบัติ โดยเน้นการแปรงฟันอย่างถูกวิธี
    -สร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ได้แก่ ฝึกทักษะการแปรงฟันแก่ผู้ปกครองเด็กอายุ 0-5 ปี
    -จัดกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา มีการควบคุม กำกับ ดูแล โดยแกนนำนักเรียน และครูประจำชั้น
    -อบรมให้ความรู้ และฝึกทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี แก่แกนนำสาธารณสุข อสม. สตรีมีครรภ์ ประชาชนทั่วไป ผู้สูงอายุ และนักเรียน
    -รณรงค์และจัดทำคลินิกพิเศษสำหรับนักเรียน ป.1-ป.6 และบริการรถพยาบาล ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไปรับนักเรียนที่โรงเรียนมารับบริการรักษาโรคในช่องปากสัปดาห์ละ 2 วัน คือวันพุธ และวันพฤหัสบดี
    -จัดคลินิกให้บริการรักษาทางทันตกรรมโดยให้บริการทันตกรรมในทุกกลุ่มวัยเช่น นักเรียน หญิงตั้งครรภ์ ประชาชนทั่วไป และผู้สูงอายุ
    -ให้ความรู้แก่ อสม เรื่องการดูแลช่องปาก การแปรงฟันที่ถูกวิธี และการตรวจฟันด้วยตนเอง -จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการเชิงกลุ่มในเรื่อง ฝึกทักษะการแปรงฟันในกลุ่มแกนนำนักเรียน และแกนนำชุมชน
    -ประชุมชี้แจง จนท.อสม. และครูอนามัยโรงเรียน
    -จัดทำแผนการดำเนินงานให้ความรู้ด้านทันตสุขภาพ ในโรงเรียน จำนวน 2 โรง จำนวนเป้าหมาย120 คนรายละเอียด (อบรมเชิงปฏิบัติการเชิงกลุ่มกลุ่มเน้นการแปรงฟันด้วยตนเองอย่างถูกวิธี)
    -ดำเนินการตามแผนการดำเนินกิจกรรมในโรงเรียน
    -ประเมินผลการดำเนินงานทันตสุขภาพ
    ค่าใช้จ่าย
    -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ในการจัดกิจกรรม มื้อละ 25 บาท รวม 2 มื้อจำนวน 120 คน เป็นเงิน 6,000 บาท
    -ค่าอาหารกลางวันในการจัดกิจกรรม มื้อละ 70 บาท รวม 1 มื้อ จำนวน 120 คน เป็นเงิน 8,400 บาท
    รวม 14,400 บาท

  3. การส่งเสริม ป้องกันโรคในช่องปาก เชิงรุกในและนอกสถานบริการ
    -ขึ้นทะเบียนเด็กอายุ 0-12 ปีทุกราย ในเขตรับผิดชอบของรพ.สต. บาโงยซิแน
    -จัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกระดับชั้นทุกห้องเรียนโดยพร้อมเพรียงกันทุกวัน
    -จัดคลินิกฟันสวยเริ่มที่ซี่แรก โดยให้บริการเคลือบฟลูออไรด์วานิชในและนอกสถานบริการ
    -จัดทำแผนการปฏิบัติงานนอกสถานที่ โดย จนท.ร่วมกับ อสม.
    -จัดกิจกรรมตรวจฟันและให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเบาหวาน
    -จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์และการแปรงฟันที่ถูกวิธี แก่หญิงตั้งครรภ์ และ ผู้ปกครองนักเรียนในชุมชน
    ค่าใช้จ่าย
    รวม 0.00 บาท

  4. การควบคุมกำกับ และการประเมินผล
    -ติดตามผลการดำเนินงาน
    -ประชุมทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการเพื่อถอดบทเรียน ประเมินปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินโครงการ พร้อมข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไข
    -สรุปผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ
    ค่าใช้จ่าย
    -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ในการจัดกิจกรรม มื้อละ 25 บาท รวม 2 มื้อ จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,000 บาท
    -ค่าอาหารกลางวันในการจัดกิจกรรม มื้อละ 70 บาท รวม 1 มื้อ จำนวน 60 คน เป็นเงิน 4,200 บาท
    รวม 7,200 บาท
    รวมงบประมาณทั้งสิ้น 30,600 บาท

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. โรงเรียนประถมศึกษามีกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวันโดยมีการควบคุมกำกับ ดูแล โดยแกนนำนักเรียน หรือครูประจำชั้น
  2. โรงเรียนมีกิจกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ชัดเจน เป็นรูปแบบและสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติตัวเพื่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี
  3. ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กมีทัศนคติที่ดีในการดูแลความสะอาดของช่องปากและฟันของเด็กก่อนวัยเรียน
  4. ชุมชนมีส่วนร่วมและส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน
  5. หญิงตั้งครรภ์ ได้รับการตรวจสุขภาพฟัน OHI และรักษาทางทันตกรรมตามชุดสิทธิประโยชน์
  6. ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเบาหวาน มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้อย่างถูกวิธี