ควบคุมป้องกันโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง
ควบคุมป้องกันโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ควบคุมป้องกันโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง | |
| รหัสโครงการ | 2562-L3310-1-12 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านโคกยา | |
| วันที่อนุมัติ | 1 พฤษภาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2562 - 30 ธันวาคม 2562 | |
| งบประมาณ | 15,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางจีรยา ชำนาญกิจ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง |
ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศต่างๆทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งเกิดจากสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนประชาชนมีการแข่งขันเพื่อจะสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัวนิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโรคเบาหวานก็เป็นโรคหนึ่งที่มีอุบัติการณ์การเกิดโรคที่เพิ่มขึ้น ต้องใช้งบประมาณในการรักษาจำนวนมาก ผู้ป่วยเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคที่เกิดขึ้น ซึ่งภาวะแทรกซ้อนต่างๆสามารถป้องกันได้ ถ้าประชาชนในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยรายใหม่ได้รับความรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและเหมาะสม
ปีงบประมาณ 2562 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกยามีกลุ่มเป้าหมายประชากร 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,043 คน กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองจำนวน273 คน
จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด 183 คน ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนจำนวน 64 คนพบผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จำนวน 12 คน จำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 175 คน ซึ่งถือว่าเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกยาที่จะต้องลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเป็นโรค ให้กลับมาเป็นกลุ่มปกติให้มากที่สุด โดยใช้แนวทางตามปิงปองจราจรชีวิต 7 สี ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการดำเนินงาน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกยาได้ตระหนักถึงความสำคัญ และเป็นบทบาทหน้าที่ในการป้องกันควบคุมโรค และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จึงได้จัดทำโครงการเพื่อพัฒนางานขึ้นเสริมจากงานปกติ (งานเชิงรุก)โดยมีกลยุทธ์ กลวิธีที่มีลักษณะเฉพาะที่เน้นการให้ความรู้และส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เห็นในเชิงประจักษ์ เพื่อสร้างทักษะการดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ส่งผลให้กลุ่มเสี่ยงไม่เป็นโรค กลุ่มป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน ลดงบประมาณรายจ่ายของประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมดีขึ้นในอนาคต
- วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1เพิ่มความรู้ เพื่อสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน
- ข้อที่ 2ลดอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- ข้อที่ 3ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนของกลุ่มป่วย
- ประชุมให้ความรู้
ให้ความรู้ในกลุ่มป่วยและกลุ่มเสี่ยงให้ตระหนักถึงอันตรายและความรุนแรงของโรค…สร้างปัจจัยเอื้อและปัจจัยเสริมในการส่งเสริมให้เกิดการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน -ค้นหาบุคคลต้นแบบในกลุ่มป่วยมาบอกเล่าแนวทางในการปฏิบัติและดูแลสุขภาพของตนเองในการดูแลสุขภาพจนสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตได้เพื่อสร้างแรงจูงใจในกลุ่มป่วยให้มีความตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเอง -สอนการออกกำลังกายโดยใช้ท่ามณีเวชซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำไปปฏิบัติได้ทุกวันที่บ้าน
-กลุ่มเสี่ยงที่ได้จากการคัดกรองสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่กลุ่มปกติหลังเข้าร่วมโครงการและสามารถอัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง -ลดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยให้สามารถมีความรู้ในการดูแลตนเองไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ -สร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนในการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง