กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการแกนนำวัคซีน

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการแกนนำวัคซีน
รหัสโครงการ 62-L8013-2-08
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
วันที่อนุมัติ 2 พฤษภาคม 2562
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 6 มิถุนายน 2562 - 7 มิถุนายน 2562
งบประมาณ 40,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางคอรีเป๊าะ ดอเลาะ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะเด็กวัยก่อนเรียนซึ่งเป็น ประชากรที่มีความสำคัญและเป็นอนาคตของชาติ ซึ่งการได้รับวัคซีนตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดในเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี ได้แก่ วัคซีนป้องกันวัณโรค คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี ไข้สมองอักเสบ หัด หัดเยอรมัน คางทูม และโปลิโอจะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของโรคสำคัญที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน
สถานการณ์การเกิดโรคระบาดที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ทำสำคัญในช่วง 1
ปีที่ผ่านมา ได้แก่ การระบาดของโรคหัดที่พบผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยจากโรคจำนวนมาก ทั้งที่โรคหัดเป็นโรคที่สามารถ ปองกันไดโดยการฉีดวัคซีน สำหรับจังหวัดนราธิวาส พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยไข้ออกผื่น/สงสัยโรคหัดจํานวน 425 ราย และมีผูเสียชีวิต 1 ราย สำหรับอําเภอรือเสาะ พบว่า มีการแพรระบาดของโรคหัดมากที่สุดในจังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้ ผู้ป่วยสวนใหญเป็นกลุมเด็กเล็ก อายุ 0-5 ป
จากการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการได้รับวัคซีน ในเด็ก 0-5 ปี พบว่า ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลปฏิเสธการให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีน สาเหตุสำคัญเกิดจาก ขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน เช่น บุตรหลานไข้จากการฉีดวัคซีน ร่วมกับความเชื่อส่วนบุคคล เช่น วัคซีนไม่ฮาลาล ส่งผลให้การเข้ารับวัคซีนยังน้อย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโรงพยาบาลรือเสาะได้ประสานและดำเนินการงานด้านวัคซีนร่วมกับ อสม. เพื่อเร่งรัด ติดตาม ค้นหาเด็กตามกลุ่มเป้าหมาย ป้องกันผลให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพ และการระบาดของโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนตามมา ดังนั้น อาสาสมัครสาธารณสุข ซึ่งนับเป็นกำลังสำคัญที่มีบทบาทในการช่วยเหลือทีมสุขภาพได้เล็งเห็นถึง ความสำคัญและความจำเป็นในการให้เด็กได้วัคซีนตามเกณฑ์อายุ โดยเน้นความสำคัญของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้สนใจให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของความสำคัญของวัคซีน และสร้างแกนนำภาคประชาชน เพื่อร่วมส่งเสริมและป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพทันท่วงที และต่อเนื่องนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1. ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการได้รับวัคซีน
  2. 2. สร้างกลุ่มแกนนำภาคประชาชนในการส่งเสริมการได้รับวัคซีน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. “อบรมความรู้เกี่ยวกับความสำคัญในส่งเสริมการฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก 0-5 ปี”
  2. “การจัดตั้งกลุ่มแกนนำภาคประชาชนในการส่งเสริมการได้รับวัคซีนสำหรับเด็ก 0-5 ปี”
วิธีดำเนินการ

วิธีดำเนินการ (บรรยายเพิ่มเติม) ขั้นเตรียมการ 1. สำรวจปัญหาและความต้องการในการจัดโครงการ
2. ประชุมร่วมกันระหว่าง อสม. เจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์ชุมชน และฝ่ายเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชนโรงพยาบาล รือเสาะ เพื่อรายงานสิ่งที่พบเจอและร่วมวางแผนการจัดโครงการเพื่อแก้ไข 3. เขียนและเสนอโครงการ
4. ประชุมคณะกรรมการ อสม. ร่วมกับประสานงานกับเจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจงวางแผนและมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบในโครงการ
5. จัดเตรียมอุปกรณ์และประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง
6. ประชาสัมพันธ์โครงการโดย อสม. 7. จัดทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการ
ขั้นดำเนินการ วันที่ 6 มิถุนายน 2562 เวลา 08.30-16.30 น. 1. ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ 2. เปิดโครงการ 3. ประเมินก่อนเข้าร่วมโครงการ 4. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ประกอบด้วย แบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์การส่งเสริมการได้รับวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี และส่งตัวแทนนำเสนอ 5. อบรมความรู้เกี่ยวกับความสำคัญในส่งเสริมการฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก 0-5 ปี และโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน (ทฤษฎี) 6. สาธิตและฝึกทักษะการดูแลหลังได้รับวัคซีนในเด็ก (ทฤษฎีและปฏิบัติ) วันที่ 7 มิถุนายน 2562 เวลา 08.30-16.30 น. 1. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานสร้างแกนนำภาคประชาชน และจัดตั้งชมรม 2. ร่วมจัดตั้งกลุ่มแกนนำภาคประชาชนอย่างน้อย 1 กลุ่ม 3. สะท้อนคิดจากการเข้าร่วมโครงการ 4. ประเมินหลังเข้าร่วมโครงการ 5. สรุปโครงการและวางแผนพัฒนาเพื่อการจัดโครงการครั้งต่อไป

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการได้รับวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี
  2. มีกลุ่มแกนนำภาคประชาชนในการร่วมดำเนินการงานด้านวัคซีน เพิ่มความเข้มแข็งในชุมชน
  3. ชุมชนไม่เกิดโรคระบาดที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน